Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

ขายฝาก

โรงรับจำนำกับบริษัทขายฝากต่างกันอย่างไร?

เมื่อติดขัดเรื่องเงิน เงินช็อต หมุนเงินไม่ทัน ต้องการเงินด่วน หลายคนจะนึกถึงโรงรับจำนำ หากจะกู้เงินนอกระบบก็เสี่ยงเจอนายทุนหน้าเลือด ดอกเบี้ยแพงได้ไม่คุ้มเสีย แต่ถ้าเข้าโรงรับจำนำคนที่เข้าไปใช้บริการจะรู้สึกปลอดภัย เพียงตอนเดินเข้า-ออกโรงรับจำนำอาจจะอาย ๆ หน่อย แต่ถูกกฎหมาย ได้เงินทันใจ ดอกเบี้ยไม่แพง ไม่ต้องใช้เวลานาน     ลักษณะของโรงรับจำนำ      โรงรับจำนำช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้คนที่ต้องการใช้เงินด่วน การจำนำที่โรงรับจำนำคือการนำทรัพย์สินที่เป็นสิ่งของมีมูลค่าอย่างเช่น ทองคำ เครื่องเพชร โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ครกหิน และทรัพย์สินต่าง ๆ มาใช้บริการที่โรงรับจำนำ เจ้าหน้าที่จะประเมินราคาทรัพย์สิน และให้เงินสดพร้อมตั๋วจำนำ ที่จะบอกระยะเวลาในการไถ่ทรัพย์สินคืน พร้อมดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย อัตราดอกเบี้ยแต่ละโรงรับจำนำไม่เท่ากัน แต่ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถไถ่ทรัพย์สินที่จำนำไว้กับโรงรับจำนำได้ ทรัพย์สินจะถูกยึดไปทันที และในกระบวนการต่อไปของโรงรับจำนำคือจะเปิดประมูลทรัพย์สินที่หลุดจากการจำนำ     โรงรับจำนำมีกี่ประเภท? โรงรับจำนำมีโรงรับจำนำรัฐบาลและโรงรับจำนำเอกชน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ โรงรับจำนำ สถานธนานุเคราะห์ กำกับดูแลโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับเงินทุนมาจากรัฐบาล โรงรับจำนำ สถานธนานุบาล กำกับดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขต เทศบาล หรือกรุงเทพมหานคร ได้รับเงินทุนมาจากองค์กรเหล่านี้ โรงรับจำนำของเอกชน ไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร เป็นอิสระ ดำเนินการโดยบริษัท หุ้นส่วน โดยเงินทุนจะเป็นของบริษัทฯ เจ้าของโรงรับจำนำนั้น ๆ     โรงรับจำนำคิดดอกเบี้ยเท่าไร? โรงรับจำนำ สถานธนานุเคราะห์  สำหรับเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน เงินต้น 10,001 - 20,000 บาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน โรงรับจำนำ สถานธนานุบาล สำหรับเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.25% เงินต้น 5,001-15,000 บาท ดอกเบี้ย 1% เงินต้น 15,001-100,000 บาท ดอกเบี้ย 1-25% โรงรับจำนำเอกชน ตาม พ.ร.บ. โรงรับจำนำ พ.ศ.2505 ระบุว่า สำหรับเงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท ดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน ส่วนที่เกินจาก 2,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน     โรงรับจำนำสถานธนานุบาล โรงรับจำนำสถานธนานุเคราะห์ โรงรับจำนำสถานธนานุบาล โรงรับจำนำเอกชน สำหรับเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.25 % ต่อเดือน เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน มูลค่าของทรัพย์สินไม่เกิน 2,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับเงินต้น 5,001 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน เงินต้น 5,001 - 15,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน  มูลค่าของทรัพย์สินส่วนที่เกิน 2,000 บาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% (15% ต่อปี และไม่เกิน 24% ต่อปี) สำหรับเงินต้น 10,001 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน เงินต้นเกิน 15,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน   สำหรับเงินต้น 20,001 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คิดดอกเบี้ย 1.25 % ต่อเดือน         อัตราราคาทรัพย์สินเข้าโรงรับจำนำ ทรัพย์สิน ราคารับจำนำ ทอง รับจำนำไม่เกินบาทละ 15,000.- เพชร อัญมณี รับจำนำประมาณ 15,000.- ถึง 60,000.- นาฬิกาแบรนด์เนม รับจำนำตั้งแต่ 2,000.- ถึง 9,000.- กระเป๋าแบรนด์เนม รับจำนำตั้งแต่ 2,500.- ถึง 35,000.- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รับจำนำตั้งแต่ 2,000.- ถึง 5,000.- ครกหิน รับจำนำราคาสูงถึง 500.-        ราคารับจำนำเป็นการประเมินราคาคร่าว ๆ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รับจำนำจะประเมินจากส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น ระยะเวลาการใช้งาน น้ำหนัก ตำหนิ ป้ายสินค้า เป็นต้น เมื่อตัดสินใจนำทรัพย์สินเข้าจำนำแล้วหากไม่มาไถ่ทรัพย์สินตามระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินนั้นก็จะตกเป็นของโรงรับจำนำทันที      บริษัทขายฝากที่เป็นมากกว่าโรงรับจำนำ      นอกจากโรงรับจำนำแล้ว การเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือแหล่งเงินกู้ที่เป็นมากกว่าจำนำคือการขายฝาก ลักษณะการดำเนินการจะมีความคล้ายกัน แต่การขายฝากใช้โฉนดที่ดิน บ้าน คอนโด มาทำการขายฝากแล้วได้รับเงินไปใช้ตามความต้องการ โดยบริษัทขายฝากที่ดีจะช่วยสร้างโอกาสให้แก่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก SMEs ได้เงินไปต่อยอดธุรกิจ หรือช่วยพยุงธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจไม่ต้องหาคนค้ำประกัน หรือว่าต้องใช้เอกสารมากมายเลย เป็นช่องทางหนึ่งที่สะดวกสำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจอย่างมาก      ดังนั้นการขายฝากไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสภาพคล่องในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อลมหายใจให้หลายธุรกิจ ทั้งยังช่วยปิดหนี้บัตรเครดิตก้อนโตได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ยื่นเรื่องขอกู้ธนาคารไม่ผ่านเพราะธนาคารมองว่าไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ (Credit Score ไม่ผ่าน) ผู้ประกอบการก็สามารถเลือกบริษัทขายฝากสร้างเครดิตทางการเงินเพิ่มให้ตัวเองได้     บริษัทขายฝากหรือโรงรับจำนำดีกว่ากัน      แล้วแต่จุดประสงค์ของคนที่ต้องการเงินด่วน สำหรับคนที่ต้องการวงเงินอาจจะไม่เกิน 100,000.- ต้องการเงินเพิ่มสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน ให้เลือกโรงรับจำนำ เพราะสามารถใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ได้ ระยะเวลาการไถ่ถอนประมาณ 4-6 เดือน แต่สำหรับผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง คนที่ต้องการปิดหนี้บัตรเครดิตจำนวนมาก หรือสร้างเครดิตทางการเงินเพื่อยื่นเรื่องกู้กับธนาคาร สามารถเลือกทำการขายฝากกับบริษัทขายฝากได้ เพราะขายฝากใช้โฉนดเพียงใบเดียว ระยะเวลาไถ่ถอนไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี     ทำขายฝากเลือกบริษัทอย่างไร?      ควรศึกษาข้อมูลบริษัทรับขายฝากให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกทำขายฝาก เพราะการทำขายฝากอาจทำให้คุณเจอนายทุนคิดดอกเบี้ยแพง หากลโกงต่าง ๆ ไม่เปิดเผยขั้นตอนหรือสัญญาขายฝากอย่างตรงไปตรงมา เวลาไปหน้างาน เวลาไปหน้างาน มีค่าใช้จ่ายงอก เป็นบุคคลหรือบริษัทต้องตรวจเช็กให้ดี ดูสถานที่ตั้งของบริษัทว่าชัดเจนหรือเปล่า ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน       มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ได้วงเงินสูงถึง 70% มีอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หากคิดดอกเบี้ยต่อปี อัตราดอกเบี้ยเพียง 9% เท่านั้น เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาหากครบกำหนดสัญญา สามารถขยายระยะเวลาได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากก็สามารถอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้สมาร์ทฟินน์จดทะเบียน ในนามบริษัท จำกัด สามารถตรวจสอบข้อมูลและมีสถานที่ตั้งชัดเจน โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ติดตามได้ตลอดสัญญา ไม่ทิ้งผู้ขายฝากระหว่างสัญญา ทุกขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการชายฝากถูกต้องตามกฎหมาย     บทความที่เกี่ยวข้อง โรงรับจำนำ จำนำ การขายฝาก      

อ่านต่อ >>

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจำนำ จำนอง และขายฝากที่ดิน

หากคิดจะทำจำนำ จำนอง หรือขายฝากที่ดิน หลายคนไม่รู้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย จริงหรือเปล่า? เมื่อตัดสินใจทำขายฝากโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ ทำให้ไปเจอกับนายทุนนอกระบบคิดค่าใช้จ่ายเกินจริง เสียรู้ เสียเงินและเสียทรัพย์ได้ ดังนั้นสมาร์ทฟินน์จะเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ว่าค่าใช้จ่ายของการจำนำ จำนอง หรือขายฝากที่ดิน เท่าไรบ้าง?   ค่าใช้จ่ายจำนำโฉนดที่ดิน      การจำนำโฉนดที่ดินไม่ต้องทำสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการทำสัญญา ถึงแม้ว่าการทำจำนำโฉนดที่ดินจะเป็นวิธีการที่ง่ายในการยื่นเรื่องกู้ เพราะไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน และไม่เช็กสถานะทางการเงิน แต่การจำนำโฉนดไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรเพราะให้วงเงินน้อย ส่วนใหญ่การจำนำที่นิยม คือ จำนำทะเบียนรถ เบอร์มือถือหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่า เช่น ทอง เพชร อัญมณี กล้องถ่ายรูป เป็นต้น   ค่าใช้จ่ายจำนองที่ดิน      การจำนองที่ดินมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายหลายส่วนด้วยกัน จำแนกออกเป็นดังนี้ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนอง 100 บาท ค่าจดจำนอง ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้เรียกเก็บ ณ สำนักงานที่ดิน คิดเป็น 1% ของเงินที่จดจำนอง ค่าโอน คิดเป็น 2% ของราคาทรัพย์สินนั้น ๆ ค่าอากรแสตมป์ กรณีการจำนองเพื่อเป็น ประกันการกู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ตราสารกู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท เสียค่าอากรแสตมป์ 1 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะตราสาร 5 ค่าดำเนินการ หรือค่านายหน้า ประมาณ 3%-5% เรียกอีกอย่างคือเป็นค่าปากถุง ค่าใช้จ่ายจำนวนนี้ขึ้นอยู่กับตกลงกัน ค่าหักดอกเบี้ยล่วงหน้า จะเรียกเก็บมากหรือเรียกเก็บน้อยขึ้นอยู่กับนายทุน ส่วนใหญ่เรียกเก็บประมาณ 1-3 เดือน   ค่าใช้จ่ายขายฝากที่ดิน      แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในกรณีบุคคลธรรมดา ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคาซื้อ-ขายฝาก ต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ โดยทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท เสียค่าอากรแสตมป์ 1 บาท ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน ในกรณีนิติบุคคล ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 1% ของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินราชการ (อย่างใดอย่างหนึ่งที่มูลค่าสูงกว่า) ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคา ซื้อ-ขายฝากต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน        ดังนั้น หากคิดจะทำธุรกรรมทางที่ดินไม่ว่าจะเป็นจำนำ จำนอง หรือขายฝาก ให้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายให้ดีว่าจะไม่ถูกชาร์จค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ไม่ว่าจะทำธุรกรรมที่ดินรูปแบบไหน ต้องเลือกบริษัทฯ ที่น่าเชื่อถือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล      

อ่านต่อ >>

จำนำที่ดินกับขายฝากที่ดิน ต่างกันอย่างไร?

อยากได้เงินด่วน เงินก้อนเร็ว ๆ หลายคนคงนึกถึงจำนำ ใช้เวลาไม่นานก็ได้เงินแล้ว ไม่ต้องใช้เอกสารหรือมีขั้นตอนมากมาย รวดเร็วทันใจ โดยส่วนใหญ่แล้วทรัพย์สินที่คนเอามาเข้าโรงรับจำนำจะเป็น ทองคำ ครกหิน เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของมีค่าใกล้ตัวอีกมากมาย        แต่หลายคนคงไม่รู้ว่าจริง ๆ มีจำนำที่ดินด้วย แล้วคนนิยมจำนำโฉนดกันด้วยหรอ? การจำนำโฉนดที่ดินอาจจะไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก เพราะอาจจะได้วงเงินน้อยกว่าการจำนอง หรือการกู้สินเชื่อที่ใช้โฉนดทำธุรกรรม ทำให้คนส่วนใหญ่จะนำโฉนด ขอสินเชื่อกับธนาคารหรือจำนองมากกว่าการจำนำ การใช้โฉนดเป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันเพื่อให้ได้เงินก้อน หรือแหล่งเงินทุน        นอกจากการจำนำ จำนอง หรือขอสินเชื่อกับธนาคารแล้ว คงไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการขายฝากที่ดินที่มีลักษณะ ขั้นตอน ดอกเบี้ย หรือสิทธิประโยชน์คล้ายกับจำนำ จำนอง แต่มีสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างเช่น วงเงิน ระยะเวลา และอื่น ๆ สมาร์ทฟินน์จะทำให้เห็นกันชัด ๆ ระหว่างจำนำที่ดินกับขายฝากที่ดินแตกต่างกันอย่างไร?     จำนำที่ดินคืออะไร?      การจำนำคือ การใช้ทรัพย์สินมาใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน ทรัพย์สินจะเป็นสิ่งของมีค่าใกล้ตัว อย่างทองคำ โทรศัพท์ สิ่งของมีค่าต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น การจำนำที่ดินจะใช้โฉนดเป็นหลักประกัน เป็นโฉนดของที่ดิน บ้าน คอนโด พื้นที่ ๆ มีโฉนดไว้ครอบครอง แต่ส่วนใหญ่แล้วการจำนำจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระยะสั้น ๆ เพราะตั๋วจำนำจะกำหนดไว้ประมาณ 5-6 เดือน เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินที่จำนำไว้จะถูกยึดทันที ไม่สามารถขยายระยะเวลาจำนำได้ ไม่ต้องไปทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน   ข้อดีของการจำนำโฉนด ใช้ทรัพย์สินของมีค่าใกล้ ๆ ตัวได้ ได้รับเงินทันที สะดวกรวดเร็ว เป็นที่นิยมเพราะมีโรงรับจำนำ รองรับประชาชนทั้งของรัฐและเอกชน ผ่อนเงินต้นลดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยตามกฎหมายที่กำหนด ประมาณ 0.75-1.25% ต่อเดือน หรือ 9-15% ต่อปี สามารถใช้สิทธิ์ถือครองได้ และสามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา     ขายฝากที่ดินคืออะไร?      ขายฝากคือ การใช้สินทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกันในการซื้อขาย เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด เป็นต้น ซึ่งการขายฝากที่ดินจะใช้โฉนดมาทำธุรกรรม เป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับคนที่ต้องการเงินก้อน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ SMEs ระยะเวลาในการไถ่ถอนสามารถไถ่ถอนได้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี สามารถขยายระยะเวลาสัญญาได้แต่ไม่เกิน 10 ปี หากผู้ขายฝากไม่มาทำการไถ่ถอนสินทรัพย์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที ต้องไปทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน   ข้อดีของการขายฝากที่ดิน การขายฝากสามารถใช้สิทธิ์ถือครอง และสามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ได้รับการอนุมัติที่ไวกว่าการยื่นเรื่องกู้หรือขอสินเชื่อกับธนาคาร ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน การขายฝากใช้เพียงโฉนดเป็นทรัพย์สินในการทำธุรกรรม ไม่เช็กประวัติทางการเงินของผู้ขายฝาก หากครบสัญญาไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถขยายระยะเวลาได้ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องมีหลักฐานการขยายสัญญาขายฝาก ถูกต้องตามกฎหมาย     เปรียบเทียบจำนำโฉนดกับขายฝากที่ดิน   ลักษณะ จำนำโฉนด ขายฝากที่ดิน วัตถุประสงค์ เพิ่มสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ SMEs วงเงิน ประเมินตามสภาพราคาของสินทรัพย์ วงเงิน 70% ระยะเวลา 5-6 เดือน ไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ดอกเบี้ย 0.75-1.25% ต่อเดือน หรือ 9-15% ต่อปี 0.75-1.25% ต่อเดือน หรือ 9-15% ต่อปี ต่ออายุสัญญา ไม่สามารถต่ออายุสัญญาได้ ต่ออายุสัญญาได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี เป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้ซื้อฝาก ค่าธรรมเนียม ไม่เสียค่าธรรมเนียม เสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งไถ่ถอนคืน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งฝ่ายผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก สถานที่ทำธุรกรรม โรงรับจำนำ สำนักงานที่ดิน        หากสนใจขายฝาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล     บทความที่เกี่ยวข้อง จำนำ โรงรับจำนำ จำนำโฉนด ขายฝากที่ดิน จำนอง      

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่ดินเหมาะกับใครบ้าง?

การขายฝากที่ดิน จะคล้ายกับการจำนำที่ดิน จำนองที่ดิน ส่วนใหญ่คนที่ต้องการเงินอย่างเร่งด่วน เลือกที่จะใช้บริการของการขายฝากที่ดิน เพราะไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน ใช้โฉนดเพียงใบเดียวก็ทำให้เข้าถึงเงินก้อนแล้ว สะดวกสบายมาก ๆ นอกจากคนที่ต้องการเงินอย่างเร่งด่วนแล้ว คนทั่วไปสามารถขายฝากที่ดินได้หรือเปล่า? การขายฝากที่ดินเหมาะกับใครบ้าง?     1. ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการ      เพราะสภาพเศรษฐกิจ ผลกระทบจากโควิดที่ทำให้ธุรกิจติดขัด ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน น้ำมันแพง เงินสำรองใกล้หมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมองหาแหล่งเงินทุนจากไหน อยากให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ การขายฝากที่ดินเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ดอกเบี้ยไม่แพง อยู่ที่ 9%-15% ต่อปื ดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน ถูกกว่าที่อื่น ๆ แน่นอน เพียงแค่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน   2.ต้องการเงินไปลงทุน      หากพูดถึงการลงทุนสามารถทำได้ทั้ง 2 ฝ่ายคือผู้ขายฝาก และผู้ซื้อฝาก ในกรณีการลงทุนของฝั่งผู้ขายฝากเมื่อต้องการเงินไปลงทุนในธุรกิจของตัวเอง ถ้านำเอาเงินสำรองหรือเงินเก็บทั้งหมดมาทุ่มให้ธุรกิจอาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้ เงินเก็บหรือเงินสำรองควรเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินดีกว่า แต่หาช่องทางเสริมสภาพคล่องอย่างการขายฝากที่ดินที่จะช่วยให้คุณได้เงินก้อนมาลงทุนทำธุรกิจต่อได้      ส่วนการลงทุนในมุมของผู้ซื้อฝาก หากกำลังมองหาช่องทางการลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนอย่างอื่น เป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การประเมินทรัพย์ถูกประเมินจากบริษัทฯ ที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เท่านั้น ทุกขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการขายฝากเป็นไปตามระเบียบของ สำนักงานที่ดินทุกประการ อีกทั้งยังทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 9%-12% ต่อปี และการลงทุนรับซื้อฝาก ผู้รับซื้อฝากจะได้ถือโฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน   3. ต้องการใช้เงินด่วน      เป็นกลุ่มคนที่ต้องการใช้เงินในกรณีฉุกเฉิน เช่น ใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลสำหรับคนในครอบครัวเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยกระทันหัน ค่าเทอมสำหรับลูกหลาน ช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนได้โดยไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เพราะใช้แค่โฉนดเพียงใบเดียว   4. ต้องการนำเงินไปปิดหนี้บัตรเครดิต      เมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิต ต้องสู้กับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตลอด เงินต้นไม่ลดลง หากทำขายฝากที่ดินเพื่อนำเงินก้อนไปปิดหนี้บัตรเครดิตให้จบในคราวเดียว เมื่อทำการปิดหนี้บัตรเครดิตจบแล้วควรต้องวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม      โดยอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 16% ต่อปี วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ ดอกเบี้ยขั้นต่ำ จ่ายตรงเวลาแต่ไม่เต็มจำนวน ถึงแม้ว่าจะจ่ายแค่ 10% ของยอดหนี้บัตรเครดิต จะทยอยผ่อนชำระแต่ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขปลอดดอกเบี้ย 0% ดอกเบี้ยจะหยุดก็ต่อเมื่อเราชำระเงินเต็มจำนวน ดอกเบี้ยขั้นตำจะถูกคำนวนออกเป็น 2 ส่วน ดอกเบี้ยทั้งหมดตั้งแต่เราใช้บัตร ดอกเบี้ยจากยอดคงค้าง ดอกเบี้ยจ่ายช้าเกินกำหนด เหมือนเป็นการผิดชำระหนี้ ถึงแม้ว่าจะใช้เงินต้นหมด แต่จะต้องใช้หนี้ดอกเบี้ยให้ครบทั้งหมด ในกรณีนี้ต้องจ่ายค่าทวงถามหนี้เพิ่มอีกต่างหาก กดเงินสดจากบัตรเครดิต เป็นการเอาเงินออกมาใช้ล่วงหน้าและจะถูกคิดดอกเบี้ยทันที   5.ขายฝากก่อนขายจริง      สำหรับคนที่ต้องการขายที่ดินอยู่แล้ว แต่อาจติดปัญหา เช่น ทรัพย์สินมีมูลค่าสูง ต้องติดประกาศ หรือทำโฆษณา ทำให้ยังขายที่ดินไม่ได้หรือตกลงราคาซื้อ-ขายยังไม่ลงตัว แต่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน แนะนำให้มาทำขายฝากที่ดินก่อน เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายตามความต้องการ เมื่อถึงเวลาขายที่ดินได้แล้วค่อยมาทำการไถ่ถอนจากการขายฝาก เงินที่เหลือนำไปต่อยอดอย่างอื่นได้   6. มีหนี้หลายทาง ทั้งหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต ต้องการรวมหนี้ไว้ที่เดียว      ขายฝากกับสมาร์ทฟินน์เป็นทางเลือกที่ดี ดอกเบี้ย 9% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน ได้วงเงินสูงถึง 70% หากคิดดอกเบี้ยต่อปี อัตราดอกเบี้ยเพียง 9% เท่านั้น เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาหากครบกำหนดสัญญา สามารถขยายระยะเวลาได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากก็สามารถอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตามปกติ      ลักษณะเด่นของการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน และไม่ต้องใช้เอกสารมากมาย อนุมัติเร็ว เป็นกลาง ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.75% ต่อเดือน หากคิดดอกเบี้ยต่อปีจะประมาณ 9% ต่อปี บริการให้คำปรึกษา ติดตามตลอดสัญญา      หากมีความสนใจการขายฝากที่ดินควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง และต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล     บทความที่เกี่ยวข้อง ขายฝากที่ดิน จำนำที่ดิน จำนองที่ดิน ทางการลงทุน หนี้บัตรเครดิต ขายที่ดิน    

อ่านต่อ >>

เตรียมเอกสารขายฝากที่ดินอย่างไร? ถึงจะได้เซ็นสัญญาขายฝาก

ก่อนเช็นสัญญาขายฝากจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญสำหรับการขายฝากที่ดินให้ครบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ประเมินถึงความพร้อมต่าง ๆ ของผู้ขายฝาก ซึ่งจะต้องเตรียมให้ครบตาม สถานะความสัมพันธ์ (Relationship) แล้วสถานะความสัมพันธ์สำคัญอย่างไร? ในการทำธุรกรรมทางที่ดินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจำนำที่ดิน จำนองที่ดิน ขายที่ดินขาด ขายฝากที่ดิน        ซึ่งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญเพื่อประกอบ เช่นบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารสำคัญอื่น ๆ แต่เอกสารสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือใบแสดงสถานะความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือคนโสดเองจะต้องเตรียมเอกสารเช่นเดียวกัน แล้วจะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? ทำไมต้องเตรียมเอกสารระบุความสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินด้วย ไปไขข้อสงสัยเรื่องนี้กับสมาร์ทฟินน์กันเลย     ทำไมขายฝากที่ดินต้องใช้เอกสารแสดงสถานะความสัมพันธ์?      ตามระเบียบข้อกฎหมายของกรมที่ดิน หากจะทำธุรกรรมทางที่ดินจะต้องระบุข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่าเรามีตัวตนจริง มีถิ่นที่อยู่ชัดเจน มีคู่สมรส หย่าร้าง โสดก็ต้องแสดงสถานะ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น ผู้ที่ทำธุรกรรมขายฝากเกิดเสียชีวิต จะมีผลถึงมรดก ไม่ว่าจะทำธุรกรรมทางที่ดินรูปแบบไหนไว้ก็แล้วแต่จะตกไปถึงทายาท คู่สมรส หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกันทางกฎหมายกับผู้ขายฝากทันที        ทำให้การทำธุรธรรมขายฝากที่ดินต้องขอความยินยอมเสมอ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียประโยชน์ หากทำแล้วเป็นหนี้ต้องรับผิดชอบหนี้ร่วมกัน และเพิ่มความมั่นใจว่าผู้ที่ทำธุรกรรมขายฝากที่ดินสามารถชำระเงินได้ตามที่สัญญากำหนด หากฝ่าฝืนไม่ทำตามระเบียบคู่สมรสสามารถฟ้องร้องให้เพิกถอนได้ แต่ถ้าหากเป็นการทำธุรกรรมที่เป็นคุณ เป็นผลดีได้รับผลประโยชน์ทั้งคู่ เช่นได้รับเงิน ก็ไม่ต้องขอความยินยอมจากคู่สมรส     แต่ละสถานะต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? ตามระเบียบของกรมที่ดินระบุไว้มี 4 สถานะ คือ  กรณีมีคู่สมรส กรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ กรณีหย่า หรือ คู่สมรสเสียชีวิต กรณีไม่มีคู่สมรส แต่ละสถานะมีรายการเอกสารสำหรับการผู้ขายฝากที่ดินอย่างไรบ้าง? เมื่อต้องเข้าทำธุรกรรม ณ สำนักงานที่ดิน     1. กรณีมีคู่สมรส ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้     รายการเอกสารฉบับจริง โฉนดที่ดิน บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนสมรส ใบอนุญาต/รับรองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสาระสำคัญของผู้ขายฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว (กรณีเป็นอาคาร/บ้าน ปลูกสร้างเอง ไม่ใช่โครงการบ้านจัดสรร) ใบปลอดหนี้ (กรณีอาคารห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม) เอกสารคู่สมรส ฉบับจริง บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน เอกสารอื่นเพิ่มเติม (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล หนังสือการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ     2. กรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้     รายการเอกสารฉบับจริง โฉนดที่ดิน บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนสมรส ใบอนุญาตรับรองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสาระสำคัญของผู้ขายฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว (กรณีเป็นอาคาร/บ้าน ปลูกสร้างเอง ไม่ใช่โครงการบ้านจัดสรร) ใบปลอดหนี้ (กรณีอาคารห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม) เอกสารคู่สมรส Passport และ Work permit ทะเบียนบ้าน คำขอเบ็ดเตล็ดลงนาม ณ กรมที่ดิน ขอแสดงตัวคู่สมรสต่างด้าว หนังสือรับรองชาวต่างชาติ เอกสารอื่นเพิ่มเติม (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล หนังสือการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ     3. กรณีหย่าหรือคู่สมรสเสียชีวิต ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้     รายการเอกสารฉบับจริง โฉนดที่ดิน บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตรคู่สมรส ใบอนุญาตรับรองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสาระสำคัญของผู้ขายฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว (กรณีเป็นอาคาร/บ้าน ปลูกสร้างเอง ไม่ใช่โครงการบ้านจัดสรร) ใบปลอดหนี้ (กรณีอาคารห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม) เอกสารอื่นเพิ่มเติม (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล หนังสือการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ แนบท้ายเอกสารท้ายใบหย่า     4. กรณีไม่มีคู่สมรส ต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้     รายการเอกสาร ฉบับจริง โฉนดที่ดิน บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ใบอนุญาตรับรองสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสาระสำคัญของผู้ขายฝากเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว (กรณีเป็นอาคาร/บ้าน ปลูกสร้างเอง ไม่ใช่โครงการบ้านจัดสรร) ใบปลอดหนี้ (กรณีอาคารห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม) เอกสารอื่นเพิ่มเติม (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล หนังสือการเปลี่ยนแปลงสัญชาติ           หากสังเกตในตอนท้ายของแต่ละสถานะความสัมพันธ์ตรงเอกสารอื่นเพิ่มเติม (ถ้ามี) จะมีระบุว่าเอกสารการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล เอกสารตัวนี้สำคัญมากเช่นเดียวกัน ไม่ว่าผู้ขายฝากจะเปลี่ยนชื่อกี่ครั้ง จะต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุลทุกใบ เพื่ออ้างอิงทั้งหมด เพราะเป็นข้อมูลทะเบียนราษฎรและหลักฐานจำเป็นในการทำธุรกรรมที่ดิน      กรณีการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ถึงแม้ขายฝากจะเน้นผู้ขายฝากเป็นหลัก แต่ผู้รับซื้อฝากก็จะต้องเตรียมเอกสารเช่นเดียวกัน ในส่วนของหนังสือการเปลี่ยนแปลงสัญชาติสามารถทำธุรกรรมการขายฝากที่ดินเมื่อได้รับสัญชาติไทยเท่านั้น      ถึงแม้ว่าการขายฝากที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน หรือทำธุรกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน จะต้องวางแผนตัดสินใจให้ดี ๆ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมา อาจจะทำให้คู่สมรส ทายาท หรือผู้เกี่ยวข้องทางกฎหมายกับผู้ขายฝากจะต้องรับผิดชอบแทน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลรายละเอียด ข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์กับตัวเองในอนาคต      หากไม่มั่นใจเรื่องการขายฝาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล       บทความที่เกี่ยวข้อง จำนองที่ดิน ขายฝากที่ดิน สมาร์ทฟินน์ฯ      

อ่านต่อ >>

ข้อควรรู้ก่อนทำขายฝากที่ดิน บ้าน และคอนโด

ขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโด เป็นการทำธุรกรรมที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสามารถนำเงินก้อนมาลงทุนต่อยอดธุรกิจในด้านต่าง ๆ ได้ หากมีความต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนก็สามารถทำได้ทันที เพียงมีโฉนด ซึ่งนักขายฝากทั้งหลายจะทำขายฝากทั้งทีต้องศึกษารายละเอียดให้พร้อมก่อน ครั้งนี้สมาร์ทฟินน์ขอแชร์ข้อควรรู้ของการทำขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโด   การขายฝากที่ดิน เป็นการใช้โฉนดที่ดินเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแก่ผู้รับซื้อฝาก การขายฝากบ้าน เป็นการใช้โฉนดบ้านเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแก่ผู้รับซื้อฝาก การขายฝากบ้านเป็นทรัพย์สินที่มีการขายมากที่สุด การขายฝากคอนโด เป็นการใช้โฉนดคอนโดเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน เป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูง และผ่านการประเมินได้ง่ายที่สุด     ข้อควรรู้ก่อนทำขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโด สัญญาขายฝาก เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก ว่าทรัพย์สินนี้ในระหว่างสัญญาขายฝาก ผู้ขายฝากจะมีกรรมสิทธิ์อะไรบ้าง? หรือผู้ซื้อฝากจะมีกรรมสิทธิ์อะไรไหม? รวมไปถึงระยะเวลาการไถ่ถอน ซึ่งตามกฎหมายการขายฝากต้องไม่เกิน 10 ปี   วงเงิน สอบถามจำนวนเงินที่ได้รับจากการขายฝากให้แน่ชัด ว่าจะได้เป็นจำนวนเท่าไร? คิดจากราคาซื้อขายในตลาดหรือจากกรมธนารักษ์ เมื่อทราบราคาแล้วต้องตกลงกันให้ชัดเจนทั้งผู้ซื้อขายและผู้ซื้อฝาก เพราะนายทุนนอกระบบมักใช้เล่ห์เหลี่ยมในการกดวงเงินได้   ดอกเบี้ย คิดดอกเบี้ยเท่าไร ต้องจ่ายแบบไหน? คิดต่อเดือน หรือต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดไหม? เพราะกฎหมายกำหนดดอกเบี้ยขายฝาก ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี   ค่าใช้จ่าย เมื่อต้องทำธุรกรรมการขายฝากที่ดิน ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมขายฝาก อะไรบ้าง? ใครเป็นคนจ่าย ต้องตกลงกันให้ชัดเจน   บริษัทฯ ให้บริการขายฝาก เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจมาก ๆ หากไปเจอกับนายทุนนอกระบบที่มีกลโกงหลาย รูปแบบ อาจจะทำให้เราต้องลำบากหรือเสียทรัพย์ในภายหลังก็ได้      สิ่งที่ผู้ขายฝากไม่ควรทำ      ตัดสินใจอย่างผลีผลาม เพราะความร้อนเงินอาจทำให้ผู้ขายฝากรีบตัดสินใจเมื่อเจอประโยค “อนุมัติง่าย ได้เงินไว” ถึงแม้ว่าประโยคนี้จะจูงใจในการให้ทำธุรกรรมได้ง่าย แต่ผลเสียที่ตามมาอาจจะทำให้เราทุกข์ใจไปตลอดก็ได้ เพราะเลือกทำกับบุคคล หรือนิติบุคคลที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือเรียกง่าย ๆ คือเป็นนายทุนนอกระบบ อาจจะทำให้คุณเสียเปรียบไปตลอดทั้งสัญญาเลยก็ได้      ดังนั้น หากมีความสนใจการขายฝากที่ดินควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง และต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล     บทความที่เกี่ยวข้อง ขายฝากที่ดิน สัญญาขายฝาก ดอกเบี้ยขายฝาก ค่าธรรมเนียมขายฝาก     

อ่านต่อ >>

รวมคำศัพท์ขายฝากที่ดินที่ควรรู้

การขายฝากที่ดินมีข้อดีหลายอย่างสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อน เช่น ดอกเบี้ยต่ำ ให้วงเงินสูง ไม่เช็กเครดิตทางการเงิน ทำให้หลายคนที่สนใจเรื่องการขายฝากที่ดิน อาจจะยังงง ๆ เกี่ยวกับคำที่ใช้ สมาร์ทฟินน์จึงรวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับการขายฝากที่ดินมาให้แล้ว ไปดูกันเลยว่ามีคำไหนบ้าง?   ขายฝากที่ดิน คือ การขายฝากโดยใช้โฉนดที่ดินเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแก่ผู้รับซื้อฝากที่ดิน เป็นการทำสัญญาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินจะถูกโอนไปเป็นชื่อผู้รับซื้อฝากที่ดิน โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนที่ดินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ขายฝากที่ดินมีสิทธิในการครอบครองและใช้สอยที่ดินในระหว่างการขายฝากได้ โดยการทำนิติกรรมขายฝากที่ดินต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ขายฝาก กฎหมายกำหนดให้ดอกเบี้ยขายฝากต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และไถ่คืนที่ดินนั้นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายฝาก (ตามตกลงกัน) กำหนดเวลาไถ่ถอน ห้ามต่ำกว่า 1 ปี หรือไม่เกินกว่า 10 ปี   ขายฝากบ้าน คือ การขายฝากโดยใช้โฉนดบ้านเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแก่ผู้รับซื้อฝาก บ้านถือเป็นทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในระดับปานกลาง และถือเป็นประเภททรัพย์ที่มีการขายฝากเยอะที่สุด แต่ในทางตรงกันข้ามการขายฝากโดยใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันพบว่ามีปัญหาค่อนข้างสูงกว่าหลักทรัพย์อื่น เนื่องจากคนส่วนมากจะมีบ้านเพียง 1 – 2 หลังเป็นของตนเอง ดังนั้นหากเกิดการไม่ชำระหนี้ อาจต้องใช้เวลาในการบอกกล่าวเจรจามากกว่าสินทรัพย์แบบอื่น ๆ กับผู้ขายฝากบ้าน โดยอาจจะต้องมองหาทางออกอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ขายฝากหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว   ขายฝากคอนโด คือ การขายฝากโดยใช้โฉนดคอนโดเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน ทรัพย์ประเภทคอนโดถือเป็นทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง การพิจารณาราคาประเมินค่อนข้างง่ายที่สุด โดยส่วนใหญ่มักพิจารณาคุณภาพทรัพย์จากราคาที่ผู้ขายฝากซื้อ ราคาขายบนหน้าเว็บไซต์ปัจจุบัน จำนวนเหลือขายของโครงการ ชื่อเสียงของบริษัทที่พัฒนาโครงการ เพื่อป้องกันการติดดอยคอนโดของผู้รับซื้อฝากคอนโดนั่นเอง   ผู้ขายฝากที่ดิน คือ คนที่ต้องการเงินก้อนคนที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างเร่งด่วน หรือคนที่ประกอบธุรกิจ ต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนในธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งจะต้องมีโฉนดที่ดิน บ้าน คอนโด เป็นหลักทรัพย์ในการทำธุรกรรมจึงจะสามารถทำขายฝากที่ดินได้   ผู้รับซื้อฝาก คือ ผู้ที่รับซื้อฝากสินทรัพย์ที่ไม่ว่าจะเป็นโฉนดที่ดิน บ้าน คอนโดจากผู้ขายฝาก ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนจากการขายฝากเป็นดอกเบี้ย   ไถ่ถอน คือ ผู้ขายฝากที่ดินต้องชำระมูลค่าขายฝากทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยขายฝาก โดยจะคำนวณดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ขายฝากที่ดิน ตัวอย่างเช่น นาย ก. ขายฝากที่ดินกับนาย ข. โดยทำข้อตกลงกันว่าอัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินเท่ากับ 9% ต่อปี หรือ 0.75% ต่อเดือน กำหนดเวลาไถ่ถอนที่ดิน 1 ปี และราคาขายฝาก 1 ล้านบาท ต่อมานาย ก. ต้องการไถ่ถอนที่ดินหลังทำสัญญาขายฝากที่ดินมาแล้ว 12 เดือน นาย ก. ต้องจ่ายสินไถ่ทั้งหมด 1,000,000 + ( 1,000,000 x 0.75% x 12 เดือน )  เท่ากับ 1,090,000 บาท ซึ่งต้องเตรียมเอกสารประกอบการไถ่ถอนที่ดิน ดังนี้ 1) สัญญาขายฝาก 2) เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ทั้งตัวจริงและสำเนา 3) สินไถ่สำหรับไถ่ถอนที่ดิน (เงินสดหรือแคชเชียร์)   สินไถ่ คือ ยอดเงินทั้งหมดที่ผู้ขายฝากที่ดินต้องชำระให้แก่ผู้รับซื้อฝากที่ดิน ซึ่งประกอบไปด้วยสองส่วนด้วยกันคือ ยอดเงินต้น (ราคาขายฝาก) และดอกเบี้ยผลตอบแทนแก่ผู้รับซื้อฝาก กรณีที่หากครบกำหนดเวลาไถ่ถอนแล้วแต่ผู้ขายฝากไม่ยอมรับการไถ่ถอน หรือหาผู้รับซื้อฝากไม่เจอ ผู้ขายฝากสามารถวางทรัพย์ จำนวนเท่ากับสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ได้ โดยจะมีผลให้ทรัพย์ที่ขายฝากตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขอไถ่ถอนหรือผู้ขายฝากได้ทันที   ค่าปากถุง คือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด อาทิเช่น ค่านายหน้า ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน และค่าประกันความเสี่ยงของผู้รับขายฝาก เป็นต้น มักถูกเรียกเก็บอยู่ที่ 5 – 8% จากยอดเงินกู้ทั้งหมด ส่วนใหญ่แล้วมักใช้คำนี้กับการทำธรุกรรมขายฝากที่ดินกับบุคคลธรรมดา ซึ่งมักไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน บ้างก็เรียกเงินปากถุงว่าค่าหัวคิว สำหรับการขายฝากที่ดินกับบริษัทฯ จะแตกต่างออกไป หากขายฝากกับสมาร์ทฟินน์จะใช้คำว่าค่าธรรมเนียมขายฝากที่ดินพร้อมแจ้งรายละเอียดชัดเจน โดยผู้ขายฝากจะได้รับใบเสร็จที่ถูกต้องตามกฎหมายหลังชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งทำให้ผู้ขายฝากมั่นใจในการทำธุรกรรมขายฝากที่ดิน ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายฝาก คือ ควรสอบถามรายละเอียดของค่าปากถุงหรือค่าธรรมเนียม ให้ชัดเจนว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากหลายครั้งมักมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมภายหลัง ซึ่งอาจทำให้ผู้ขายฝากเสียโอกาส และตัดสินใจเลือกขายฝากที่ดินกับผู้รับซื้อฝากที่ดินที่เก็บค่าปากถุงสูงกว่าที่คิด   นิติกรรม คือ การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยความสมัครใจ มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล  เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าลักษณะโดยทั่วไปของการขายฝากคือ   การกระทำใด ๆ ของบุคคล การกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทำด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล กระทำเพื่อจะก่อเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ์ การทำสัญญาขายฝากที่ดินจัดเป็นนิติกรรมชนิดหนึ่ง ประเภทนิติกรรมที่มีบุคคล 2 ฝ่ายขึ้นไป ซึ่งเกิดโดยการแสดงเจตนาของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปและทุกฝ่ายต่างตกลงยินยอมระหว่างกัน ฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาทำเป็นนำเสนอ และอีกฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาเป็นคำสนอง เมื่อคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกัน จึงเกิดมีนิติกรรมสองฝ่ายขึ้น โดยเรียกว่าสัญญาขายฝากที่ดิน        หากต้องการทำความเข้าใจการขายฝากที่มากขึ้น สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล   บทความที่เกี่ยวข้อง ขายฝากที่ดิน ไถ่ถอนที่ดิน ค่าธรรมเนียม        

อ่านต่อ >>

5 ปัญหาทางการเงินที่แก้ได้ด้วยขายฝากที่ดิน

ยื่นกู้ไม่ผ่าน เป็นหนี้บัตรเครดิต ธุรกิจก็หยุดชะงัก ไปต่อไม่ได้ หลายคนต้องเจอกับปัญหาทางการเงิน ทำให้ตัดสินใจลำบาก ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน พึ่งใครก็ไม่ได้ หากเจอปัญหาเหล่านี้ทำให้ต้องมองหาช่องทางเข้าถึงเงินก้อนช่วยต่อยอดธุรกิจ หรือปลดหนี้ต่าง ๆ การขายฝากที่ดินอาจจะเป็นตัวเลือกหลัก ๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินได้อย่างทันท่วงทีสมาร์ทฟินน์รวมปัญหาทางการเงินมาแล้ว การขายฝากที่ดินช่วยคุณได้ ส่วนจะมีปัญหาทางการเงินแบบไหนบ้าง? ไปดูกันเลย   ยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่าน อาจจะมีหลายเหตุผลที่ทำให้สถาบันการเงินไม่อนุมัติ ซึ่งมีการพิจารณาเอกสารประกอบหลายอย่าง เช่น ประวัติทางการเงิน ประวัติการทำงาน ความน่าเชื่อถือของที่ทำงาน หรือภาระหนี้สินเกินหรือไม่   ติดแบล็คลิสต์ ติดเครดิตบูโร ประวัติทางการเงินไม่ดี ทำให้ยื่นเรื่องกู้ทำสินเชื่อต่าง ๆ เป็นไปได้ยากมาก   ติดหนี้บัตรเครดิต ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทำให้จ่ายไม่ทัน ผิดนัดชำระงวดบัตรเครดิต ส่งผลทำให้หนี้บัตรเครดิตพอกพูนเรื่อย ๆ ยิ่งถ้ามีหลายใบ อาจจะทำให้คุณต้องเผชิญกับหนี้สินและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กลายเป็นหนี้สินรุงรัง   ธุรกิจหยุดชะงัก เพราะว่าได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังประสบกับสภาวะขาดทุน หรือการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ต้องการมองหาเงินก้อนนำไปใช้ต่อยอดเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจกลับมาดำเนินต่อไปได้   ติดหนี้นอกระบบ ขึ้นชื่อว่า “หนี้นอกระบบ” จะไม่มีความปราณีกับคุณแน่นอนไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย กลโกงต่าง ๆ ที่มิจฉาชีพหรือนายทุนนอกระบบมักจะทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้คุณต้องแบกรับภาระหนี้สิน หรือดอกเบี้ย ที่ไม่รู้ว่าจะสามารถใช้หมดหรือเปล่า เผลอ ๆ ก็อาจจะโดนเหล่านายทุนนอกระบบใช้กลยุทธ์ที่ทำให้คุณหมดเนื้อหมดตัวเลยก็ได้        การปลดภาระปัญหาทางการเงินที่คุณพบเจอได้ด้วยขายฝากที่ดิน ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องแบกภาระดอกเบี้ยแพง ๆ เพราะดอกเบี้ยขายฝากที่ดินสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี อีกทั้งยังใช้เวลาในการอนุมัติที่รวดเร็วไม่ต้องรอนาน มาช่วยต่อยอดธุรกิจหรือแก้ไขปัญหาทางการเงินต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย        นอกจากนี้ยังมีข้อดีของการขายฝากคือ ได้วงเงินสูง ไม่เช็คประวัติทางการเงิน ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน หากทำขายฝากต้องเลือกบริษัทฯ ที่มีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ ถูกต้องตามกฎหมาย มีระยะเวลาในการไถ่ถอนที่ยืดหยุ่นอีกด้วย       ซึ่งการทำขายฝากที่ดินจึงต้องหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำขายฝากที่ดิน หรือหากไม่มั่นใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล      ถึงแม้ว่าการขายฝากที่ดินจะช่วยปลดภาระปัญหาทางการเงินได้ หรืออาจจะมีช่องทางอื่นในการปลดภาระทางการเงินให้คุณได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาทางการเงินเลยก็คือการบริหารวางแผนการใช้เงินอย่างรอบคอบ มีเงินสำรอง เดินบัญชีให้ดี เป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวเอง ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการหมุนเงินใช้หนี้อีกต่อไป   บทความที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจก็หยุดชะงัก ขายฝากที่ดิน สมาร์ทฟินน์ฯ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี    เพิ่มเพื่อน  โทรเลย     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ติดขายฝากที่ดินกับที่อื่น ติดจำนอง ติดธนาคาร สามารถย้ายมาขายฝากกับที่ใหม่ได้ไหม?

คำถามสุดฮิต ติดขายฝากที่ดิน ที่ดิน บ้าน คอนโดกับที่อื่น ติดจำนอง ติดธนาคาร จะย้ายที่ได้ไหม? ซึ่งอาจจะมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่นต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน อยากปิดหนี้เก่าที่รู้สึกว่าใช้หนี้แล้วก็รู้สึกว่าเงินต้นยังไม่ลดลงเลย หรือปวดหัวที่ต้องแบกดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ สมาร์ทฟินน์จะพาไปไขข้อข้องใจกัน     สาเหตุที่มองหาขายฝากที่ใหม่ ติดจำนอง เป็นการเอาบ้าน ที่ดิน คอนโด ไปทำจำนำ หรือ จำนอง ไว้กับบุคคลหรือนิติบุคคล บางคนอาจจะไปเจอกับนายทุนนอกระบบรับจำนองที่ดิน บ้าน คอนโด ที่มีความเสี่ยงได้ว่าเจออาจนายทุนนอกระบบคิดดอกเบี้ยสูง  บางกรณีต้องจ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ เดือน มากถึง 5% ต่อเดือน หรือมากกว่านี้ก็มี อาจจะมีความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพย์ได้ง่าย   ติดธนาคาร ที่ไม่ว่าจะเป็นการเป็นการเอาบ้าน ที่ดิน คอนโดไปทำสัญญาจดจำนอง ทำสินเชื่อบ้าน ผ่อนบ้าน โครงการคอนโด เพื่อนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน หรือการติดหนี้บัตรเครดิตผ่านธนาคารก็เหมือนกัน แต่เมื่อเอาเข้าจริงการกู้ซื้อบ้านผ่อนบ้านกับทางธนาคารอาจจะทำให้ภาระยอดหนี้เพิ่ม เช่น กู้ซื้อบ้านมาในราคา 2 ล้าน ผ่อนมา 3 ปีหนี้ยังไม่ลด เนื่องจากธนาคารจะนำเงิยต้นคิดรวมกัยดอกเบี้ยทั้งหมดที่ทำสัญญาจำนองไว้กี่ปี หรืออีกกรณีหนี้บัตรเครดิตที่ผ่อนจ่ายเท่าไรก็สู้ดอกเบี้ยไม่ไหว ไม่สามารถชำระหนี้ตามที่ระยะเวลากำหนดได้   ติดขายฝากกับที่อื่น เพราะการขายฝากสามารถทำขายฝากได้ทั้งแบบบุคคลหรือนิติบุคคลเช่นเดียวกับการจำนอง อาจจะไปเจอนายทุนนอกระบบที่เมื่อทำไปได้สักระยะเริ่มรู้สึกถึงความไม่โปร่งใส เอาเปรียบ ไม่เป็นธรรม หมกเม็ดขั้นตอนต่าง ๆ ดูเป็นความลับ แถมดอกเบี้ยสูง        เมื่อเจอปัญหาติดจำนอง ติดธนาคาร ติดขายฝากกับที่อื่นทำให้ต้องมองหาช่องทางหาแหล่งเงินทุนใหม่ เพื่อปิดหนี้บัตรเครคิต หรือหาบริษัทฯ ขายฝากใหม่ที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่วนใหญ่จะมีความต้องการ คือ   ต้องการวงเงินเพิ่ม เพื่อนำเงินไปชำระหนี้จากความจำเป็นด้านต่าง ๆ เช่นหนี้จากบัตรเครดิต ความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว หนี้จากการกู้ธนาคาร หรือบางคนใช้บัตรเครดิตกดเงินสดทำให้เป็นหนี้ก้อนโต ต้องการเงินก้อนไปดำเนินสภาพคล่องให้ธุรกิจ หรือลงทุนธุรกิจเพิ่ม   แก้หนี้เสีย เพราะถ้าผิดชำระหนี้ติดต่อกันหลายครั้งก็จะทำให้ถูกฟ้องร้อง ธนาคารดำเนินคดีตามกฎหมาย ติดตามหนี้เสีย ทำให้ต้องมองหาเงินเพื่อปิดหนี้เสียอย่างเร่งด่วน   ปิดหนี้ดอกเบี้ยนอกระบบ แน่นอนว่าการไปจำนองหรือการทำการกู้ยืมกับนายทุนนอกระบบที่ไม่ถูกกฎหมาย ทำให้ต้องเจอกับดอกเบี้ยสูง ทำให้ปลดหนี้ลำบาก จ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียวแต่เงินต้นไม่ลดเลย   เคลียร์เครดิตบูโร เพื่อยื่นกู้กับสถาบันการเงิน เพราะติดเครดิตบูโรก็ทำให้เราไม่สามารถไปยื่นกู้กับธนาคารใหม่ได้ ต้องเคลียร์หนี้สินให้ครบก่อน เพื่อทำการยื่นกู้ใหม่กับสถาบันทางการเงิน เพื่อฟื้นฟูเครดิตทางการเงิน        กรณีที่ย้ายขายฝากที่ใหม่ไม่ได้จะมีเป็นบางกรณีคือ อยู่ระหว่างคำสั่งศาล เจ้าของโฉนดเพิ่งเสียชีวิต ต้องรอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อน โฉนดที่ดินถูกอายัด หรือกรณีที่นายทุนเดิมไม่ยอมให้ปิดหนี้ตามเงื่อนไข      การขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโดถือเป็นทางเลือกหนึ่งช่วยลดภาระ หรือแบ่งเบาปัญหาด้านการเงินให้กับหลายคนได้ เพราะไม่เพียงแต่ “ได้รับวงเงินเพิ่ม” อย่างรวดเร็ว ยังสามารถช่วย “ลดภาระดอกเบี้ย” สำหรับคนที่มีภาระหนี้เดิม ก็สามารถปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง และเหลือเงินไปใช้จ่ายส่วนอื่นได้อีกด้วย หากมีการวางแผนการใช้เงินที่ดี     ย้ายมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์มี 3 ขั้นตอน ลงทะเบียนข้อมูลของคุณและอสังหาฯ ที่ต้องการขายฝาก เจ้าหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์สิน รับข้อเสนอจากนักลงทุนดอกเบี้ย 9-12% ต่อปี      หากมีความสนใจการขายฝากที่ดินควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง และต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล   บทความที่เกี่ยวข้อง ขายฝากที่ดิน จำนอง ฟื้นฟูเครดิตทางการเงิน ต้องการขายฝาก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี    เพิ่มเพื่อน  โทรเลย     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่ดินต่ออายุสัญญาเพิ่มได้ไหม ถ้าต่อสัญญาไม่ได้ต้องทำยังไง?

การทำขายฝากที่ดินเป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้วงเงินที่สูงยังคงมีสิทธิ์ในการใช้ที่ดิน สามารถขยายสัญญาได้ ตามระยะเวลาในการไถ่ถอนตามที่ผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากตกลงกัน ซึ่งจะต้องไม่เกิน 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะมีบางกรณีที่ผู้ขายฝากทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้กับผู้รับซื้อฝาก ใกล้ครบกำหนดสัญญาแล้วจะขอต่ออายุสัญญาเพิ่มได้ไหม? หรือบางคนไม่มีเงินมาไถ่ถอนโฉนดจากการขายฝากที่ดินทำอย่างไร? ไม่อยากให้ที่ดินของเราตกเป็นของผู้ซื้อฝากด้วย ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ จะต้องทำยังไง? สมาร์ทฟินน์จะพาไปไขข้อสงสัยกัน     ระยะเวลาสัญญาขายฝากที่ดินกำหนดไว้กี่ปี?      ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ไม่เกิน 10 ปี        ก่อนถึงวันครบกำหนดสัญญาผู้ซื้อฝากจะทำการแจ้งรายละเอียดการไถ่ถอนสัญญาขายฝากที่ดินไปทางไปรษณีย์ ซึ่งจะต้องบอกล่วงหน้า 3 – 6 เดือน หากผู้ซื้อฝากไม่ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือน สิทธิ์ในการต่อระยะเวลาการไถ่ถอนก็จะเลื่อนไป 6 เดือนโดยอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อครบกำหนดตามที่สัญญาขายฝากระบุ ผู้ขายฝากต้องมาไถ่ถอนตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มาไถ่ถอนโฉนดที่ดินทรัพย์สินที่ทำการขายฝากก็ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ซื้อฝากไม่ต้องมาฟ้องร้องเลย   รายละเอียดพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ. ๒๕๖๒     ขายฝากที่ดินต่อสัญญาได้ไหม?      การต่อสัญญาขายฝากที่ดินขึ้นอยู่กับผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากที่ทำสัญญาด้วยกันตั้งแต่แรก โดยกฎหมายกำหนดไว้แล้วว่าผู้ขายฝากสามารถขยายสัญญาได้ทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1 ปีนับตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญาขายฝาก จะต้องไม่เกิน 10 ปี เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ขายฝาก ทั้งนี้การขยายสัญญาก็จะทำให้ผู้ซื้อฝากได้ดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน        การต่อสัญญาขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากจะต้องไปขยายระยะเวลาไถ่ถอนสัญญาขายฝาก ณ สำนักงานที่ดิน ทั้ง 2 ฝ่าย จะมาเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ และห้ามดำเนินการโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากไม่ได้ทำธุรกรรม ณ สำนักงานที่ดินหรือผู้ขายฝากมาดำเนินการคนเดียวก็จะไม่มีผลตามกฎหมาย     ข้อกำหนดการต่อสัญญาขายฝากที่ดิน      เมื่อทำการต่อสัญญาขายฝากที่ดินแล้วผู้ขายฝากก็มีสิทธิ์ไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นมาได้ตามที่สัญญากำหนด ซึ่งผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากจะขยายเวลากี่ครั้งก็ได้ แต่จะต้องระบุว่าระยะเวลากี่เดือน กี่ปี และเมื่อรวมกับระยะเวลาในการไถ่ถอนที่ดินทั้งหมดไม่เกิน 10 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญาขายฝาก     สัญญาขายฝากต่อไม่ได้ทำยังไง? ผู้ซื้อฝากไม่ยอมให้ต่อระยะเวลาสัญญาขายฝากที่ดิน      หากผู้ขายฝากขอต่อสัญญา แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมต่อสัญญาอาจจะมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น อาจจะมองเห็นโอกาสในการลงทุนอย่างอื่นที่คุ้มค่ามากกว่า หรือเห็นว่าผู้ขายฝากผิดชำระหนี้จึงทำให้ต่อสัญญาไม่ได้แน่นอน ซึ่งก็เป็นสิทธิของผู้ซื้อฝากด้วยเช่นเดียวกัน        เมื่อผู้ขายฝากพยายามเจรจากับผู้ซื้อฝากให้ขยายสัญญาขายฝากแต่ไม่เป็นผล สมาร์ทฟินน์ขอแนะนำแนวทางแก้ไข 3 ทางแก้คือ ผู้ขายฝากอาจจะต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่ เพื่อให้ได้เงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินตามที่สัญญาขายฝากระบุไว้   ผู้ขายฝากต้องหาบริษัทขายฝากใหม่มาไถ่ถอนจากผู้รับซื้อคนเดิม ต้องเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือไว้ใจได้ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำ สามารถตรวจสอบได้ ดูแลทุก ๆ ขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาจนจบสัญญาเป็นหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้   หากไม่สามารถหาเงินกู้หรือหานายทุนคนใหม่ไม่ได้ก็ประกาศขายที่ดินที่ทำสัญญาขายฝากไปเลย ซึ่งการขายฝากที่ดินก็จะทำให้เราได้ส่วนต่างของราคาที่ดิน ซึ่งจะต้องทำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะถ้าหากทบไม่ทัน ก็อาจจะทำให้ถูกยึดที่ดินได้   หรืออ่านคำแนะนำเพิ่มเติมจากสมาร์ทฟินน์ขายฝากฉลาดโฉนดไม่มีหลุด          หากมีความต้องการที่จะทำขายฝากที่ดิน ต้องพิจารณาว่าตัวเรานั้นสามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนดได้ไหม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง สิ่งที่น่าปวดหัวมากกว่าการไถ่ถอนคือการไปเจอกับนายทุนขายฝากที่เรียกดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนด แล้วเราไม่รู้ข้อกฎหมายขายฝาก แต่เราต้องการเงินด่วนจึงตัดสินใจทำขายฝากโดยขาดความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจจะทำให้เราลำบากในภายหลังก็ได้        ดังนั้นหากคิดจะทำขายฝากที่ดินจึงต้องหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำขายฝากที่ดิน หรือหากไม่มั่นใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ บริการดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล     บทความที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยพ.ศ. ๒๕๖๒ ขายฝากฉลาดโฉนดไม่มีหลุด     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่ดิน จำนำ จำนองต่างกันอย่างไร

ความต้องการใช้เงินที่เร่งด่วนทั้งเพื่อการเสริมสภาพคล่องหรือการขยายธุรกิจ หลายคนศึกษาหาแหล่งของเงินทุนที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ และมีเงื่อนไขที่ตนเองยอมรับได้ โดยการทำนิติกรรมต่าง ๆ มีความซับซ้อนในเชิงรายละเอียดที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยหลักที่เป็นตัวแปรในการตัดสินใจของผู้กู้ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลากู้ ยอดเงินกู้ที่สามารถกู้ได้ ระยะเวลาในการอนุมัติ และสินทรัพย์หรือบุคคลที่ต้องใช้เพื่อการค้ำประกันเงินกู้ เป็นต้น เรามาทำความรู้จักกับประเภทของนิติกรรมขายฝากที่ดิน จำนองที่ดินและจำนำที่ดิน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสและตรงตามความต้องการกันค่ะ     ขายฝากที่ดิน คืออะไร      การทำนิติกรรมขายที่ดิน ผู้ขายฝากขายที่ดินให้แก่ผู้รับซื้อฝาก โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างกัน ซึ่งหลายคนอาจกลัวว่าจะโดนโกงหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ความเป็นจริงแล้วการขายฝากไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากผู้ขายฝากที่ดินเลือกใช้บริการขายฝากที่ดินกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ โดยการขายฝากที่ดินนั้นจะอยู่ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องทำธุรกรรมเป็นเอกสารสัญญาและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญาขายฝากมีการระบุข้อตกลงต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจนดังต่อไปนี้ ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา รายการและลักษณะแห่งทรัพย์สินที่ขายฝาก ราคาที่ขายฝาก จำนวนสินไถ่ (ดอกเบี้ยขายฝากตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 15% ต่อปี) กำหนดวันครบกำหนดไถ่ (ไม่เกิน 10 ปี)      ดังนั้นผู้ขายฝากที่ดินสามารถนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและตกลงกัน   ตัวอย่างสัญญาขายฝากที่ดิน      นาย หนึ่ง ต้องการเงินทุนเพื่อผลิตสินค้าตามรายการที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งหลังส่งมอบสินค้าแล้วจะได้เงินก้อนและคืนเงินให้แก่เจ้าหนี้ นายหนึ่งเลือกวิธีการขายฝากที่ดิน นำที่ดินไปขายฝากกับนาย สอง โดยที่นาย หนึ่ง และ นาย สอง ได้ตกลงกันในสัญญาขายฝากที่ดินว่านาย หนึ่ง จะต้องซื้อที่ดินคืนและจ่ายดอกเบี้ยให้กับนาย สอง ภายในระยะเวลาที่กำหนด     การจำนองที่ดิน คืออะไร?      การจำนองที่ดินเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน  โดยการจำนองที่ดินเป็นการนำเอาโฉนดที่ดินไปมอบให้แก่ผู้รับจำนองที่ดิน ซึ่งเป็นหลักประกันในการชำระหนี้  ผู้รับจำนองไม่มีสิทธิ์ในโฉนดจะเป็นเพียงการเก็บโฉนดไว้เท่านั้น ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น แต่ยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ การทำธุรกรรมจะต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเช่นเดียวกับการขายฝากที่ดิน ซึ่งหากผิดนัดชำระหนี้เจ้าหนี้จะต้องดำเนินคดีฟ้องร้องตามกฎหมายเท่านั้น แล้วก็นำที่ดินไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้   ตัวอย่างสัญญาจำนองที่ดิน      นาย หนึ่ง ต้องการกู้เงินกับนาย สอง จำนวน 1 ล้านบาท นาย หนึ่ง จึงนำที่ดินที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปจดทะเบียนจำนองที่ดินต่อหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ให้แก่นาย สอง      การจำนำโฉนดที่ดินหรือการจำนำที่ดิน      จำนำที่ดิน คล้ายกับการจำนองที่ดินคือไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้น โดยเป็นการกู้เงินและนำโฉนดที่ดินไปมอบให้แก่ผู้รับจำนำที่ดินเพื่อเป็นหลักประกันการชำระเงิน หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ ผู้รับจำนำที่ดินไม่มีสิทธิ์ในการขายที่ดินนั้น ๆ เนื่องด้วยโฉนดที่ดินยังคงเป็นชื่อของผู้จำนำที่ดินอยู่ แต่สามารถฟ้องร้องและบังคับยึดที่ดินได้      การจำนำโฉนดที่ดินไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากผู้รับจำนำที่ดินอาจต้องเสียเวลาในการฟ้องร้องหากผู้จำนำที่ดินไม่ชำระหนี้ โดยมากมักนิยมการทำนิติกรรมขายฝากที่ดินและจำนองที่ดินมากกว่า สำหรับการจำนำมักใช้สินทรัพย์ค้ำประกันประเภทสังหาริมทรัพย์มากกว่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งง่ายต่อการนำสินทรัพย์ออกขายทอดตลาดหากไม่ได้รับการชำระหนี้นั่นเอง     เปรียบเทียบแตกต่างระหว่างขายฝาก จำนอง และจำนำที่ดิน หัวข้อ การขายฝากที่ดิน การจำนองที่ดิน การจำนำที่ดิน คู่สัญญา ผู้ขายฝากที่ดิน และ ผู้รับซื้อฝากที่ดิน ผู้จำนองที่ดิน และ ผู้รับจำนองที่ดิน ผู้จำนำที่ดิน และ ผู้รับจำนำที่ดิน ลักษณะธุรกรรม ผู้ขายฝากที่ดินสามารถนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำธุรกรรม ณ กรมที่ดิน ผู้จำนองที่ดินนำโฉนดที่ดินมาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ทำธุรกรรม ณ กรมที่ดิน ผู้จำนำที่ดินส่งมอบโฉนดที่ดินเพื่อเป็นหลักประกันชำระหนี้ ไม่ต้องทำธุรกรรม ณ กรมที่ดิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นของผู้ซื้อทันทีในวันที่ทำสัญญา และจดทะเบียน ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิในการอยู่อาศัย หรือทำประโยชน์เชิงพานิชย์ได้ตามเดิม และมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ยังคงเป็นของเจ้าของทรัพย์ หากผู้จำนองที่ดินผิดนัดชำระหนี้ ผู้รับจำนองสามารถขายที่ดิน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ยังคงเป็นของเจ้าของทรัพย์ หากผิดนัดชำระหนี้ ผู้รับจำนำที่ดินสามารถดำเนินการฟ้องและบังคับยึดที่ดิน สิทธิ์ไถ่คือ ผู้ขายฝากที่ดิน สามารถไถ่ที่ดินคืนจากผู้รับซื้อฝากได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ และสามารถไถ่ถอนก่อนวันครบกำหนดได้ ไถ่ถอนที่ดินคืนได้เมื่อได้ชำระหนี้ตามมูลค่าหนี้ที่จำนองเป็นประกันทั้งหมดแล้ว ไถ่ถอนที่ดินคืนได้เมื่อได้ชำระหนี้ตามมูลค่าหนี้ที่จำนำเป็นประกันทั้งหมดแล้ว สิทธิในการครอบครอง สิทธิการใช้ประโยชน์จากที่ดินยังคงเป็นของผู้ขายฝากที่ดินอยู่  จนถึงวันที่หมดสิทธิในการไถ่หรือเป็นไปตามที่ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากจะตกลงกัน ผู้จำนองที่ดินยังคงมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากที่ดินที่จำนองได้จนครบกำหนดสัญญา หากไม่สามารถชดใช้หนี้สินได้ จะถูกบังคับจำนอง เพื่อนำที่ดินนั้นไปขายทอดตลาด ผู้จำนำที่ดินยังคงมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากที่ดินที่จำนำได้จนครบกำหนดสัญญา หากไม่สามารถชดใช้หนี้สินได้ ผู้รับจำนำที่ดินสามารถฟ้องและบังคับยึดที่ดินได้      นอกจากการขายฝากที่ดินแล้ว ยังมีการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพานิชย์ หรือแม้กระทั่งโรงงาน ทั้งนี้ในอดีตการขายฝากที่ดินมักเป็นการให้บริการแบบบุคคล ทำให้ผู้ขายฝากที่ดินหลายรายถูกเอาเปรียบ และทำนิติกรรมขายฝากที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม เสียทั้งเวลาและทรัพย์สิน        บริษัทสมาร์ทฟินน์ ให้บริการขายฝากที่ดิน ในรูปแบบบริษัทจดทะเบียน มีที่ตั้งบริษัทชัดเจน และมีทีมงานให้บริการในการทำธุรกรรมและการเตรียมเอกสารสำคัญทุกขั้นตอน  พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม 9% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่ากฎหมายขายฝากที่ดินที่ระบุไว้ 15% ต่อปี เป็นหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้     บทความที่เกี่ยวข้อง หาแหล่งเงินทุน ขายฝากที่ดินคืออะไร กฎหมายขายฝากที่ดิน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เช็กให้ชัวร์ก่อนลงมือเซ็นสัญญาขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโด

ทุกวันนี้มีกลโกงในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโดหลายรูปแบบมาก ตัวอย่างเช่น พูดปากเปล่าต่อสัญญาขายฝากพร้อมดอกเบี้ยแสนโหด โดยที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรยืนยันการต่อสัญญาขายฝาก นัดทำสัญญาขายฝากนอกรอบที่ไม่ใช่ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ และอาจเป็นลู่ทางทำให้มิจฉาชีพหวังฮุบเอาโฉนดที่ดินไปด้วยกลโกงเหล่านี้ก็ได้ ดังนั้นสมาร์ทฟินน์จะชวนทุกคนไปเช็กให้ชัวร์ก่อนลงมือเซ็นสัญญาขายฝากที่ดิน บ้าน คอนโดอย่างไร? ให้ปลอดภัย     สัญญาขายการขายฝากคืออะไร? การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของการขายฝากที่ดิน ซึ่งเป็นในลักษณะของลายลักษณ์อักษรที่ระบุข้อมูลวันที่ขายฝาก ทรัพย์สินที่ทำการขายฝาก ระยะเวลาการไถ่ถอน วงเงินดอกเบี้ยในการขายฝาก สิทธิและข้อตกลงต่าง ๆ ร่วมกันของผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากที่ต้องรับทราบเกี่ยวกับข้อกฎหมายและข้อตกลงก่อนทำนิติกรรม แล้วทำการลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาตามแบบของทางราชการ     ก่อนเซ็นสัญญาขายฝากต้องเช็กอะไรบ้าง? ชื่อและที่อยู่คู่สัญญาของผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน การทำสัญญาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล   รายการและลักษณะทรัพย์สินที่ขายฝาก ที่เป็นรายละเอียดของหลักทรัพย์นั้น ๆ เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน บ้านเลขที่ เนื้อที่กี่ตารางวา   ราคาที่ขายฝากของราคาทรัพย์ที่ตกลงกัน โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งจำนวนเงิน วิธีการชำระ ณ วันทำสัญญา   จำนวนสินไถ่ คือ จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากได้ทำการตกลงกับผู้รับซื้อฝากว่าต้องคืนเป็นจำนวนเงินเท่าไร หลังครบกำหนดสัญญาขายฝาก เพื่อเอาทรัพย์สินกลับคืนมา   วันที่ขายฝากและกำหนดวันที่ครบกำหนดไถ่ จะระบุรายละเอียดวันที่ขายฝากวันแรกที่ทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน และวันที่ครบกำหนดสัญญาการขายฝาก ซึ่งเป็นการตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการโอนและภาษี ซึ่งการทำสัญญาขายฝากเมื่อต้องทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีการชำระภาษีและค่าโอน ในสัญญาควรระบุให้ชัดเจนเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่าย เข้าใจตรงกัน และเพื่อป้องกันปัญหาในภายหลังว่าฝ่ายใดจะเป็นคนรับผิดชอบ   เงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติม และการรับผิดเมื่อผิดสัญญา การทำสัญญาต่าง ๆ ในท้ายสัญญามักจะมีเงื่อนไข หรือข้อตกลงในการรับผิดชอบหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญา ต้องทำข้อตกลงเพื่อให้เข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย กรณีที่ไม่ได้เป็นคนร่างสัญญาขึ้นมาเองก็ควรที่จะอ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน   ตัวอย่างสัญญาขายฝาก   ขั้นตอนในการเซ็นสัญญาขายฝาก ในการทำธุรกรรมสัญญาขายฝากที่ดินทั้งผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากจะต้องทำ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฯ ตั้งแต่เริ่มทำสัญญาขายฝาก ไถ่ถอนสัญญา หรือต่อสัญญา หากไม่ได้ทำที่สำนักงานที่ดินอาจจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เมื่อถึงขั้นตอนการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ฯ จะอธิบายขั้นตอน ข้อกฎหมาย ข้อบังคับของการทำสัญญาขายฝาก ข้อตกลงในการทำสัญญาขายฝากกับผู้ขายฝากมีความรู้หรือมีความพร้อมในการขายฝากไหม พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่าการขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร เพื่อเป็นการบอกให้ผู้ขายฝากทราบว่าการทำสัญญาขายฝากจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด หรือรักษาสิทธิ์ผู้ขายฝากว่าไม่ได้ถูกหลอกลวงมาทำธุรกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ทั้งนี้การทำธุรกรรมทางที่ดินผู้ขายฝากจะต้องไปทำสัญญาขายฝากด้วยตัวเองทุกครั้ง ไม่ควรมอบอำนาจให้คนอื่นไปทำสัญญา เพราะเจ้าหน้าที่ฯ จะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินของคนอื่นมาทำทุจริตก็ได้     สัญญาขายฝากจะได้กี่ฉบับ อยู่กับใครบ้าง? เมื่อทำการเซ็นสัญญาขายฝากจะมี 4 ฉบับ จะเป็นเนื้อหาเดียวกัน โดยสัญญาขายฝากแต่ละฉบับจะถูกเก็บไว้ที่ สำนักงานที่ดิน 1 ฉบับ กรมสรรพากร 1 ฉบับ ผู้ขายฝาก 1 ฉบับ ผู้ซื้อฝาก 1 ฉบับ สำหรับสัญญาขายฝากเมื่อทำการเซ็นสัญญาแล้วจะแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ หากต้องการแก้ไขสัญญาขายฝากต้องแก้ไขทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งต้องแก้ไขสัญญาขายฝากที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น หากเกิดกรณีที่ผู้ขายฝากทำสัญญาขายฝากหาย หาไม่เจอสามารถไปขอคัดลอกต้นฉบับกับเจ้าหน้าที่ฯ ได้ แต่หากผู้ซื้อฝากทำสัญญาขายฝากหายจะต้องแจ้งความ แล้วนำใบแจ้งความมาเป็นหลักฐานในการขอสัญญาขายฝากฉบับใหม่กับเจ้าหน้าที่ฯ     ขั้นตอนการไถ่ถอนสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อฝากจะแจ้งเป็นหนังสือส่งไปทางไปรษณีย์ โดยจะมีรายละเอียดระยะเวลาการไถ่ถอน จำนวนเงินไถ่ถอน พร้อมกับแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปพร้อมด้วย ซึ่งการแจ้งไถ่ถอนนี้จะทำไม่น้อยกว่า 3 เดือนและไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดสัญญาการไถ่ถอน หากต้องการขยายสัญญาขายฝากที่ดิน ผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากจะต้องเดินทางไปทำหนังสือขยายสัญญาขายฝากต่อหน้าเจ้าหน้าที่ฯ เท่านั้น ดังนั้นการทำสัญญาขายฝากเป็นขั้นตอนที่ไม่ใช่แค่เซ็นสัญญาได้เงินก้อนแล้วจบ ทุกขั้นตอนมีความละเอียดอ่อน ต้องศึกษาขั้นตอน ข้อกฎหมายให้ดี ๆ เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยของผู้ขายฝากเอง ไม่ให้บุคคลอื่นมาล่อลวงเอาโฉนดไปทำธุรกรรมทางที่ดิน หากไม่เข้าใจข้อกฎหมาย อ่านแล้วไม่เข้าใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝากโดยตรง ซึ่งจะต้องเลือกบริษัทขายฝากที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างบริษัทสมาร์ทฟินน์ฯ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายฝาก บริษัทฯ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ดูแลตลอดจนครบกำหนดสัญญา มีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร ปลอดภัยและเชื่อถือได้ให้การดูแล     บทความที่เกี่ยวข้อง ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน      SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี    เพิ่มเพื่อน  โทรเลย     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่ดินคืออะไร? ทำไมต้องขายฝากที่ดิน

การขายฝากที่ดิน เป็นช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เงินก้อนได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องขายขาดที่ดิน แถมยังใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อีกด้วย แล้วก็ไม่ต้องหาคนค้ำประกันให้ยุ่งยาก หรือใช้เอกสารเยอะ ๆ ในการยื่นเรื่องกู้หรือติดต่อประสานงานกับธนาคาร แถมรอทำธุรกรรมนานเป็นเดือน ๆ ทำให้เสียเวลาคอย  หลายคนคงสงสัยว่าการขายฝากที่ดินจะยุ่งยากหรือเปล่า? ขั้นตอนในการดำเนินการนั้นไม่ยากอย่างที่คุณคิด แค่มีที่ดิน บ้าน คอนโดมีเนียม ก็จะทำให้คุณเข้าถึงแหล่งเงินทุน เงินก้อน นำมาใช้ต่อยอดกับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ     การขายฝากที่ดินคืออะไร? การขายฝากทิ่ดินคือการซื้อขายที่ดินรูปแบบหนึ่งโดยทำเป็นสัญญาการซื้อขาย ซึ่งผู้ขายฝากจะต้องใช้โฉนดมาเป็นทรัพย์สินในการซื้อขายให้กับผู้รับซื้อฝาก ทั้งนี้ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ผู้รับซื้อฝากก็จะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี เป็นการทำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับฝากทันที การขายฝากที่ดินจะมีความแตกต่างจากการขายที่ดินแบบขาด ผู้ขายจะไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้เลย     ทำไมต้องขายฝากที่ดิน? เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน การใช้ทรัพย์สินที่มีเป็นทางเลือกหนึ่งในการเข้าถึงเงินทุน หากเป็นการกู้ยืมทั่วไปจะได้วงเงินน้อย ดอกเบี้ยสูง และต้องหาคนมาค้ำประกันหรือต้องใช้ทรัพย์สินมาจำนำหรือจำนองไว้ เพื่อเป็นหลักประกันหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้สินตามที่กำหนด ก็จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งทำให้เสียเวลาและเสียทรัพย์มากขึ้นไปอีก แต่การขายฝากที่ดินเป็นการใช้ทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม ที่มีอยู่ในมือเปลี่ยนให้เป็นเงินก้อนนำมาหมุนเวียนในธุรกิจได้ การขายฝากจะให้วงเงินสูงถึง 70% จากราคาประเมิน ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ถูกต้องตามกฎหมายและยังให้ความยุติธรรมทั้งคนขายฝาก และคนซื้อขายอีกด้วย     การขายฝากที่ดินแตกต่างจากการขายขาดอย่างไร?   ขายฝากที่ดิน ขายขาด กรรมสิทธิ์ เป็นของผู้ซื้อฝาก เมื่อทำการจดทะเบียน เป็นของผู้ซื้อทันที เมื่อทำสัญญาและจดทะเบียนโอน อัตราดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 15% ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาการไถ่ถอน สูงสุด 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 1 ปี ไม่สามารถไถ่ถอนได้ การประกาศขาย ระบุเงื่อนไขในสัญญาเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจจากผู้ซื้อ ตั้งราคาที่เหมาะสมดึงดูดให้คนสนใจซื้อ การแลกเปลี่ยน ผู้ขายฝากจะได้รับเงินสดทันทีหลังทำสัญญาที่กรมที่ดิน ส่วนผู้ซื้อฝากจะได้รับโฉนดค้ำประกัน ผู้ขายจะได้เงิน ส่วนผู้ซื้อจะได้รับโฉนด ทำสัญญาที่กรมที่ดิน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น ๆ ผลประโยชน์ ผู้ขายฝากได้เงินทุนมาใช้ สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ เมื่อหมดสัญญาจะต้องนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินคืนพร้อมดอกเบี้ย ส่วนผู้ซื้อฝากก็จะคืนโฉนด เป็นอันเรียบร้อย ผู้ซื้อได้ที่ดินเป็นทรัพย์สินของตัวเอง     ข้อดีของการขายฝากที่ดิน การขายฝากสามารถใช้สิทธิ์ถือครอง และสามารถไถ่ถอนมาเป็นของเราได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา  การประเมินวงเงินที่สูงมากถึง 70% ดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกิน 15% ต่อปี ไม่เหมือนกับการกู้ยืมนอกระบบที่คิดดอกเบี้ยโหด ได้รับการอนุมัติที่ไวกว่าการยื่นเรื่องกู้หรือขอสินเชื่อกับธนาคาร ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน การขายฝากใช้เพียงโฉนดเป็นทรัพย์สินในการทำธุรกรรม ไม่เช็คประวัติทางการเงินของผู้ขายฝาก หากครบสัญญาไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถขยายระยะเวลาได้ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องมีหลักฐานการขยายสัญญาขายฝาก ไม่ต้องใช้เงินจ่ายค่าโฆษณา ลงประกาศขายที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย     ขั้นตอนการขายฝากที่ดิน ลงทะเบียนขายฝากทรัพย์สิน รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เมื่อทรัพย์ผ่านการประเมิน ฝ่ายพิจารณาจะแจ้งราคารับซื้อฝากให้กับผู้ขายฝาก ผู้ขายฝากเลือกรับข้อเสนอจากผู้รับซื้อ เมื่อจับคู่เสร็จสิ้น นัดหมายมาทำธุรกรรม ที่กรมที่ดิน ทั้งนี้ข้อมูลทุกอย่างจะเป็นความลับจนกว่าจะถึงวันทำธุรกรรม     การทำสัญญาขายฝาก การทำสัญญาขายฝากที่ดิน จะต้องจดทะเบียนสัญญาขายฝากกับเจ้าหน้าที่ที่กรมที่ดิน หากไม่ได้จดทะเบียนสัญญาที่สำนักงานทุกอย่างก็จะถือเป็นโมฆะ หากทำการขายฝากที่ดินกับ Smartfinn จะไม่มีการทำธุรกรรมโอนลอยและทำสลักหลังใด ๆ     ทำไมต้องขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์   ขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ขายฝากกับที่อื่น ดอกเบี้ย 9% ต่อปี 15% ต่อปี วงเงินอนุมัติ วงเงินสูง วงเงินต่ำ ระยะเวลาสัญญา ไม่เกิน 10 ปี ตามแต่ตกลงกัน ระยะสั้น ปีต่อปี การใช้ประโยชน์ในหลักทรัพย์ขณะขายฝาก สามารถอยู่อาศัย ค้าขาย หรือปล่อยเช่าได้ตามเดิม เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากตามแต่ตกลงกับผู้รับซื้อฝาก ความน่าเชื่อถือ สมาร์ทฟินน์จดทะเบียน ในนามบริษัท จำกัด ตรวจสอบข้อมูล และที่ตั้งได้อย่างโปร่งใส ติดตามได้ตลอดสัญญา ไม่ทิ้งผู้ขายฝากระหว่างสัญญา ให้บริการในนามบุคคลธรรมดากรณีถูกละทิ้งระหว่างสัญญา ไม่สามารถตรวจสอบประวัติได้     ข้อมูลอ้างอิง ขายฝากคืออะไร? ข้อดีของการขายฝากที่ดิน พระราชบัญญัติการทำขายฝากที่ดิน ขายฝากที่ดินช่วยธุรกิจได้อย่างไร? จำนองกับขายฝากต่างกันอย่างไร? ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ขั้นตอนขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์มิติใหม่ของวงการขายฝาก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เหตุผลที่ควรเลือกใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน

หากผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ต้องการที่จะขายฝากที่ดินได้สำเร็จจริง ไปจนถึงการเซ็นสัญญาขายฝากที่ดินได้ โดยไม่ต้องวิ่งเต้นหานายทุนหรือหาคนมารับซื้อฝาก ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหนี้หาย ไม่สามารถติดต่อเพื่อไถ่ถอนที่ดินคืนได้  หรือปัญหาการตกหล่นเอกสารสัญญาต่างๆที่ต้องจัดเตรียม การเลือกบริษัทที่ดูแลการขายฝากที่ดินโดยเฉพาะ  ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่สามารถช่วยคุณได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและมั่นใจได้      เลือกหัวข้ออ่าน ทำไมควรเลือกใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน เลือกบริษัทรับขายฝากที่ดินที่ไหนดี สิ่งที่เจ้าของที่ดินจะได้ประโยชน์ จากการใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน ข้อดีของการเลือกบริษัทที่ดูแลการรับขายฝากที่ดิน ทำไมลูกค้าส่วนใหญ่เลือกบริษัทสมาร์ทฟินน์รับขายฝากที่ดิน     ทำไมควรเลือกใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน เหตุผลหลัก ๆ คือ บริษัทรับขายฝากที่ดิน มีประสบการณ์ตรงในการจัดการขายฝากที่ดิน ให้บริการได้ครอบคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงการติดต่อเจรจากับผู้ซื้อหรือนายทุนแทนผู้ขายฝาก เป็นอีกจุดแข็งที่ผู้ขายฝากรู้สึกสบายใจ ถ้าเลือกใช้บริการผ่านบริษัท รวมถึงการจัดการยังไง ให้สามารถขายได้ในราคาที่ดีและรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ขายฝากที่ดินส่วนใหญ่ จึงเลือกให้บริษัทรับขายฝากที่ดินเข้ามาช่วยจัดการงานขายฝากแทน     เลือกบริษัทรับขายฝากที่ดินที่ไหนดี หลังจากที่คุณตัดสินใจได้แล้วว่าจำเป็นต้องใช้บริษัทขายฝากที่ดิน คราวนี้ก็มาถึงเกณฑ์การเลือกบริษัทรับขายฝากที่ดินกันค่ะ สามารถเลือกพิจารณาจากเกณฑ์ต่างๆได้ดังนี้     เป็นบริษัทรับขายฝากที่ดิน ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีเว็บไซต์ขายฝากมากมาย ซึ่งเปิดในนามบุคคลเหมือนตัวแทนนายหน้าทั่วๆไป ซึ่งถ้าโชคดีคุณก็อาจเจอตัวแทนขายฝากที่ดี แต่การเลือกบริษัทขายฝากที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการโดยนิติบุคคล มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน ตรวจสอบได้ จะมีการบริหารจัดการในรูปแบบบริษัท มีความเป็นมืออาชีพ และมีทีมงานหน่วยงานในรูปแบบองค์กร มากกว่าการบริหารจัดการโดยบุคคลเพียงคนเดียวหรือสองสามคนแบบตัวแทนนายหน้าทั่วๆไป     เป็นบริษัท มีที่ตั้งสำนักงาน ชัดเจน ตรวจสอบได้ นอกจากว่าจะต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สถานที่ตั้งประกอบการที่แน่ชัด มีหมายเลขโทรศัพท์ สามารถตรวจสอบได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ทำการจดทะเบียนไว้แล้ว แต่กลับพบว่าสำนักงานไม่มีอยู่จริง ไม่มีเบอร์โทรสำนักงาน ไม่มีออฟฟิศให้ติดต่อ หรือมีก็มีเพียงพนักงานคนเดียวหรือสองคนเท่านั้น ไม่ใช่รูปแบบบริษัทอย่างแท้จริง      เป็นบริษัทรับขายฝากที่ดินที่มีประสบการณ์สูง การเลือกใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน ถือว่าเป็นการเอื้ออำนวยประโยชน์ทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินและผู้สนใจซื้อฝาก ผ่านการดูแลของบริษัท ที่ดำเนินการหาคนที่สนใจในที่ดินทำเลนั้นๆ โดยเจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียเวลา ทั้งการนัดต่อรองราคา และเตรียมร่างสัญญาเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการขายฝากที่ดินมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องเสี่ยงพอสมควรที่จะเจอกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการโกง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกับฝ่ายผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝากที่ดิน ดังนั้นการที่มีบริษัทมาช่วยดำเนินการ ในการรับขายฝากที่ดินระหว่างผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝากที่เป็นเจ้าของที่ดินโดยตรงนั้น ถือว่านอกจากจะช่วยให้เรื่องการซื้อฝากขายฝากที่ดินเป็นเรื่องง่ายๆ มากกว่าเดิมแล้ว ความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นระหว่างสัญญาซื้อฝากขายฝาก จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดเหตุการณ์โดนหลอกทั้งผู้ซื้อฝากและเจ้าของที่ดินที่เป็นผู้ขายฝากอีกด้วย     สิ่งที่เจ้าของที่ดินจะได้ประโยชน์ จากการใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน หากเป็นในอดีตไม่ว่าเจ้าของบ้าน หรือเจ้าของที่ดินเอง ที่ต้องการขายฝากที่ดิน บ้าน หรือคอนโด จะต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่าการติดประกาศ หานายทุน วิ่งติดต่อ ดูสัญญา เพราะเกรงว่าหากจ้างใครมาเป็นตัวแทนหรือนายหน้า ซี่งในอดีตนั้นมองว่า การรับขายฝากที่ดิน จะมีการตกลงให้เปอร์เซ็นต์เป็นการส่วนตัว ระหว่างนายหน้าและผู้ซื้อฝาก แต่ในความเป็นจริงแล้วในปัจจุบัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย (ฝ่ายผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก)  ทั้งในเรื่องสรุปราคา สัญญาต่างๆ ที่ร่างไว้จะได้รับการพิจารณาจากของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการตกลงที่จะให้บริษัทนั้นๆ มาเป็นผู้ดูแลการขายฝากที่ดินของตนเอง   แต่หากเลือกใช้บริษัทรับขายฝากที่ดิน เจ้าของที่ดินไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร สัญญาใด ๆ ทั้งในเรื่องเนื้อความสัญญา และความถูกต้องของสัญญา รวมถึงความปลอดภัย และความรัดกุมของสัญญาซื้อฝากขายฝากฉบับนั้นๆที่ร่างขึ้น     ข้อดีของการเลือกบริษัทที่ดูแลการรับขายฝากที่ดิน บริษัทที่ดูแลรับขายฝากที่ดิน จะช่วยให้ขั้นตอนการขายฝากและซื้อฝากเป็นไปอย่างเร็วที่สุด ประสบการณ์ในการจัดการเรื่องการดูแลการขายฝากบ้านและที่ดินตรงนี้ จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยทั้งในเรื่องของการร่างสัญญา ขั้นตอนการพูดคุย ที่ให้ข้อแนะนำคำปรึกษาได้ การดูแลรักษาความลับในส่วนของเจ้าของที่ดินนั้นๆ การทำการตลาด โฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อนำเอาผู้ซื้อฝากหรือนายทุน มาเป็นคู่สัญญากับผู้ขายฝาก สามารถทำได้รวดเร็วกว่าเจ้าของที่ดินประกาศหรือเดินเรื่องเอง       ทำไมลูกค้าส่วนใหญ่เลือกบริษัทสมาร์ทฟินน์รับขายฝากที่ดิน สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็นบริษัทจดทะเบียนถูกกฎหมาย เป็นแหล่งเงินทุนในระบบด้านการขายฝากอสังหาฯ การันตีคุณภาพด้วยมูลค่าการ matching ทรัพย์ขายฝาก มาแล้วกว่า 4,800 ล้านบาทสมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) มีชื่อเสียงที่ดีในธุรกิจการขายฝาก จากสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อีกทั้งผู้บริหารยังได้รับรางวัล "บุคคลคุณภาพแห่งปี" ในปี 2562 และ ประกาศเกียรติคุณรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ในปี 2563 สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็น Matching Platform อันดับ 1 ในประเทศไทยระหว่างผู้ขายฝากและนักลงทุน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) ทำธุรกรรมถูกต้องตามกฎหมาย และอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด เพียง 9% ต่อปี อนุมัติเร็ว รับเงินไว ไม่เช็คเครดิตบูโร หรือแบล็คลิสต์ สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์ผู้ขายฝาก สามารถไถ่ถอนคืนได้ก่อนครบกำหนดสัญญา ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยรายเดือน สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) มุ่งเน้นงานบริการ มีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาทุกด้าน ดูแลตลอดอายุสัญญา       บทความที่เกี่ยวข้อง ขายฝากคืออะไร ? อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินตามกฎหมาย ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้

สัญญาขายฝากจะกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ได้ และถ้าหากเกินเวลาไถ่ถอน ผู้ขายฝากประสงค์จะซื้อคืนต้องเจรจาราคากับผู้ซื้อฝาก โดยปกติแล้วในขั้นตอนการทำสัญญาขายฝาก จะมีการระบุวันครบกำหนดไถ่ถอนขายฝากไว้แล้วในสัญญา ตลอดจนจำนวนสินไถ่พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 15 %   >> สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562       เลือกหัวข้ออ่าน ขั้นตอนการไถ่ถอนที่ดิน วิธีการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ทำได้ 2 วิธี เอกสารหลักฐานประกอบการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดิน การขอขยายระยะเวลาไถ่ถอนที่ดิน กรณีผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่ถอนขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก       ขั้นตอนการไถ่ถอนที่ดิน ตามพระราชบัญญัติฯ พ.ศ.2562 ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับซื้อฝาก ทำหนังสือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ขายฝากทราบล่วงหน้า ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน โดยระบุวันครบกำหนดไถ่คืน จำนวนเงินที่ต้องไถ่คืน สถานที่ไถ่คืน และผู้รับไถ่คืน พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝาก ถ้าผู้รับซื้อฝากไม่ดำเนินการตามที่กำหนดไว้นี้ จะถือว่ากำหนดไถ่คืน หรือกำหนดชำระหนี้ขยายออกไปอีก 6 เดือน โดยอัตโนมัติ นับแต่วันครบกำหนดไถ่ตามที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก     วิธีการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ทำได้ 2 วิธี วิธีที่ 1 คู่กรณีทั้งสองฝ่าย คือผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ไปยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจากการขายฝาก ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน  วิธี่ที่ 2 ผู้ขายฝากเพียงฝ่ายเดียว สามารถนำหลักฐานเป็นหนังสือจากผู้รับซื้อฝาก ว่าได้ชำระสินไถ่แล้ว หรือหนังสือสัญญาขายฝากฉบับผู้รับซื้อฝากที่สลักหลังการรับชำระสินไถ่ไว้ และยินยอมให้ไถ่ถอนจากการขายฝากได้  ไปขอจดทะเบียนไถ่ถอนขายฝากต่อเจ้าพนักงาน ที่สำนักงานที่ดิน        เอกสารหลักฐานประกอบการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน หลักฐานเป็นหนังสือจากผู้รับซื้อฝาก ว่าได้รับชำระสินไถ่แล้ว หรือหนังสือสัญญาขายฝากฉบับผู้รับซื้อฝากที่สลักหลังการรับชำระสินไถ่ไว้ และยินยอมให้ไถ่ถอนจากการขายฝากได้ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โฉนดที่ดิน) หรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารคู่สัญญาขายฝาก เอกสารที่ทำร่วมกันทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยนำไปทั้งฉบับจริงและสำเนาของทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก เงินต้นและสินไถ่ ให้เตรียมเงินส่วนนี้ไปเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเท่านั้นเพื่อชำระต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน หนังสือมอบอำนาจ ท.ด.๒๑ – กรณีที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง หนังสือยินยอมคู่สมรส และเอกสารคู่สมรสแนบท้าย – กรณีที่มีคู่สมรส         ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดิน ค่าธรรมเนียม แปลงละ 50 บาท ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าอากรแสตมป์  0.50% ของราคาประเมินหรือยอดสินไถ่     การขอขยายระยะเวลาไถ่ถอนที่ดิน ในกรณีที่ผู้ซื้อฝากไม่สามารถไถ่ถอนที่ดินได้ภายในวันครบกำหนด สามารถขอขยายระยะเวลาไถ่ถอนได้ตามแต่ตกลงกันกับผู้รับซื้อฝาก โดยทั้งสองฝ่ายต้องไปขอจดทะเบียนขยายเวลาไถ่ถอนขายฝากที่ดิน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กรมที่ดินเท่านั้น ก่อนที่จะครบกำหนดการไถ่คืนการขายฝาก สามารถขยายกำหนดเวลาไถ่คืนกี่ครั้งก็ได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี         กรณีผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่ถอนขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก  เมื่อถึงวันครบกำหนดไถ่ถอนผู้ขายฝากรวบรวมเงินเพื่อไถ่ถอนที่ดิน แต่ไม่สามารถติดต่อเจ้าหนี้ได้ หรือเจ้าหนี้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ให้ไถ่ถอน ทำให้ต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มตามระยะเวลาที่ขยายออกไป ในกรณีนี้ผู้ขายฝากสามารถนำเงินต้นและดอกเบี้ยไปวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากทรัพย์สิน ได้ภายใน 30 วัน นับแต่ถึงวันครบกำหนดไถ่หรือนับแต่วันที่เหตุไม่สามารถใช้สิทธิไถ่ทรัพย์คืนสิ้นสุดลง เจ้าพนักงานบังคับคดีจะให้ลูกหนี้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมในการนำส่งหนังสือไปให้แก่เจ้าหนี้ เพื่อมารับต้นเงินและดอกเบี้ยทั้งหมดที่ลูกหนี้ได้วางทรัพย์ไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์   " การวางทรัพย์ คือ วิธีการชำระหนี้ ที่กฎหมายกำหนดขึ้นเมื่อการชำระหนี้มีอุปสรรคอันเกิดจากตัวเจ้าหนี้ โดยผู้วางทรัพย์ได้นำเงินหรือทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งหนี้ไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งผลของการวางทรัพย์ ทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ "   เมื่อลูกหนี้ได้ชำระหนี้ หรือถือว่าชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหนี้ก็มีหน้าที่ในการส่งมอบหลักประกันคืนแก่ลูกหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่ยินยอมคืนหลักประกันให้แก่ลูกหนี้ ลูกหนี้ก็สามารถใช้สิทธิ์ทางศาลในการฟ้องเรียกคืนเอกสารสิทธิ์หรือหลักประกันคืนจากเจ้าหนี้ได้เช่นกัน         บทความที่เกี่ยวข้อง Checklist เตรียมตัวเพื่อไถ่ถอนขายฝาก สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินตามกฎหมาย ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินตามกฎหมาย

ปกติแล้วในการทำธุรกรรมขายฝากที่ดินนั้น อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดิน จะถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย โดยใช้ข้อบังคับของกฎหมายขายฝาก คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2562 เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดาให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำสัญญาขายฝาก   สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562   กฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินเท่าไหร่? ตามกฎหมายขายฝาก จำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี ของราคาขายฝากที่แท้จริง คำนวณนับแต่วันที่ขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่   อ้างอิง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 499 “ สินไถ่นั้น ถ้าไม่ได้กำหนดกันไว้ว่าเท่าใดไซร้ ท่านให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก”  “ถ้าปรากฏในเวลาไถ่ว่าสินไถ่หรือราคาขายฝากที่กำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากที่แท้จริงเกินอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ให้ไถ่ได้ตามราคาขายฝากที่แท้จริงรวมประโยชน์ตอบแทนร้อยละสิบห้าต่อปี”   สินไถ่ คือ จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากต้องนำมาชำระแก่ผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอไถ่เอาทรัพย์สินที่ขายฝากคืน และสินไถ่จะต้องเป็น เงินสดเสมอ ไถ่ถอนกันด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อมีการทำสัญญา ‘ขายฝาก’ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันที โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากอาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด  หากผู้ขายฝากต้องการไถ่ทรัพย์สินคืน ก็ต้องมอบ ‘สินไถ่’ ให้กับผู้ซื้อฝาก จึงจะได้รับสินทรัพย์นั้นคืน     ตัวอย่าง ทางเลือกที่ 1 คุณฉลาดเลือก จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับ นาย ก. ในราคา 2 ล้านบาท กำหนดไถ่คืน 1 ปี เมื่อครบกำหนดไถ่คืน คุณฉลาดเลือก จึงนำเงินสินไถ่ ซึ่งแจกแจงออกมาได้เป็น ราคาขายฝากที่แท้จริง 2 ล้านบาท รวมกับค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย 15 % จำนวน 300,000 บาท (2,000,000 x 15%)  ดังนั้น จำนวนค่าสินไถ่ที่ดินคืน เท่ากับ 2,300,000 บาท    ทางเลือกที่ 2 คุณฉลาดเลือก จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับ SMARTFINN ในราคา 2 ล้านบาท กำหนดไถ่คืน 1 ปี เมื่อครบกำหนดไถ่คืน คุณฉลาดเลือก จึงนำเงินสินไถ่ ซึ่งแจกแจงออกมาได้เป็น ราคาขายฝากที่แท้จริง 2 ล้านบาท รวมกับค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย 9 %  จำนวน 180,000 บาท (2,000,000 x 9%) ดังนั้น จำนวนค่าสินไถ่ที่ดินคืน เท่ากับ 2,180,000 บาท   จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การทำธุกรรมขายฝากกับ SMARTFINN จะสามารถช่วยคุณลดค่าดอกเบี้ยได้มากกว่า และช่วยคุณประหยัดเงินได้ถึง 120,000 บาท เพราะที่ SMARTFINN เราคิดอัตราดอกเบี้ยขายฝาก 9% ต่อปี หรือเพียง 0.75% ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดอายุสัญญา     เหตุผลที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เพราะ สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ ด้านการขายฝากอสังหาฯ ระหว่างผู้ขายฝากและนักลงทุน ผ่าน Matching Platform อันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีมาตรฐานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย ช่วยผู้ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีภาระหนี้ ที่ไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากสถาบันการเงินได้ ให้เป็นทางเลือกของ SMEs ไม่ต้องไปพึ่งนายทุนนอกระบบ   ดังนั้นหากคุณต้องการจะขายฝาก ก็ควรเลือกทำธุรกรรมขายฝากกับบริษัทรับขายฝาก ที่จดทะเบียนบริษัทฯถูกต้องตามกฎหมาย มีแหล่งที่ตั้งสำนักงานชัดเจน สามารถติดต่อได้ ตรวจสอบได้ และมีทีมเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำปรึกษา ให้บริการ ตลอดอายุสัญญา และทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเป็นการขายฝากที่เป็นธรรม 100%   สารบัญ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ขายฝาก เป็นเงินกู้ในระบบหรือเงินกู้นอกระบบ? ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย

การขายฝาก คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย มีกฎหมายคุ้มครองทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก(นักลงทุน) โดยการขายฝากคือการซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่มีการทำสัญญา แต่มีเงื่อนไขตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและวงเงินที่ตกลงกัน โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการขายฝากที่ดิน และค่านิติกรรมอื่นๆที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรม   ค่าธรรมเนียมในการขายฝาก โดยปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่าย ดังนี้   ในกรณีบุคคลธรรมดา: ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคาซื้อ-ขายฝาก ต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ โดยทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท เสียค่าอากรแสตมป์ 1 บาท  ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน   ในกรณีนิติบุคคล:   ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 1% ของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินราชการ (อย่างใดอย่างหนึ่งที่มูลค่าสูงกว่า) ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคา ซื้อ-ขายฝากต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน     โปรแกรมคำนวณค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย   ค่านิติกรรมอื่นๆ: ค่าต่อสัญญาขายฝาก แปลงละ 50 บาท ค่าไถ่ถอนการขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าอากร 0.50% ค่าคำขอและค่าพยาน เสมือนการซื้อกลับมา โดยได้รับยกเว้นค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียม (โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเหลือ 50 บาทต่อแปลง)   ค่าธรรมเนียมในการขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย? ในการขายฝาก ผู้ขายฝากจะเป็นผู้ชําระค่าธรรมเนียม แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามหากคู่กรณีจะตกลงกันให้ผู้ซื้อฝากเป็นผู้ออกก่อน ทั้งนี้ผู้ไถ่จะต้องชดใช้ให้แก่ผู้ซื้อฝากพร้อมกับการชําระสินไถ่ (ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๕๐๐ วรรค แรก)   ระบบตรวจสอบค่าธรรมเนียมและภาษีอากร ขายฝากที่ดิน เบื้องต้น   เอกสารที่ใช้ในขั้นตอนขายฝากที่ดิน โฉนดที่ดินฉบับจริง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)   เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ เอกสารยินยอมจากคู่สมรส หรือใบหย่าใบพร้อมเอกสารแนบใบหย่า หากคู่สมรสเสียชีวิตแล้วต้องแนบใบมรณบัตรด้วย ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล ให้เตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย เอกสารประกอบสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ดิน หรือเอกสารกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ต้องมีใบปลอดหนี้แนบด้วย   ข้อมูลอ้างอิง กรมที่ดิน , กรมสรรพากร   สารบัญ ขายฝากคืออะไร ? ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจาก จำนอง ฝากขาย ขาย อย่างไร? ครบทุกประเด็น ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่ขายฝากได้

อย่างที่ทราบและเข้าใจกันดีแล้วว่า ขายฝาก คือ รูปแบบหนึ่งของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย เหมือนกับการจำนอง หรือการกู้ยืมผ่านสถาบันการเงิน โดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งวงเงินที่ได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและพิจารณาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ในการขายฝาก และต้องเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) เท่านั้น ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจกันว่า อสังหาริมทรัพย์คืออะไร และมีกี่ประเภท   อสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากเคลื่อนย้ายหรือทำลายได้ก็จะทำได้อย่างยากลำบาก ได้แก่ พวกที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนทรัพย์ตามธรรมชาติที่ประกอบเป็นอันเดียวกับดิน เช่น แม่น้ำ บึง แร่ กรวด ทราย หรือทรัพย์ที่อยู่ติดกับที่ดินเป็นการถาวร เช่น พวกไม้ยืนต้น ที่อยู่ในอาณาบริเวณที่ดินนั้นก็จัดว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน     ประเภทของอสังหาริมทรัพย์   ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้สำหรับขายฝากนั้น จะแบ่งตามลักษณะการใช้สอย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบไปด้วย   1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย สามารถแบ่งแยกย่อย ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์แนวราบ เช่น โครงการที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคลัสเตอร์โฮมที่เป็นบ้านระดับ Super Luxury ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่มาก ๆ ระดับราคาประมาณ 30 - 100 ล้านขึ้นไป ทำเลก็จะอยู่ในโครงการใหญ่ ๆ หรือไม่ก็อยู่ใจกลางเมือง อสังหาริมทรัพย์แนวสูง เช่น พวก คอนโดมิเนียม โรงแรม อพาร์ตเม้นต์    2. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้สำหรับใช้ในธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการ ร้านอาหารเช่น อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า โรงแรม ตลาดสด ฯลฯ   3. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จัดสรรที่ดินเพื่อทำการเกษตรเป็นหลัก เช่น ที่นา ไร่ สวน หรือที่ดินที่จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะ   4. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงาน โกดัง/ คลังสินค้า หรือที่ดินเปล่าจากนิคมอุตสาหกรรมหรือจากสวนอุตสาหกรรม   5. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน ได้แก่ โรงแรมตากอากาศ รีสอร์ต อาคารชุดบ้านพักตากอากาศ ฯลฯ   นอกจากประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้ขายฝากได้แล้วนั้น ยังมีปัจจัยต่างๆที่มีผลกับราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ด้วย   ปัจจัยที่ใช้ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ทำเลที่ดี จะต้องไม่เป็นที่ดินตาบอด มีทางเข้าออกสะดวก อยู่ห่างจากแหล่งชุมชนไม่เกิน 8-10 กิโลเมตร ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก รูปทรงที่ดิน สี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส ง่ายต่อการใช้ประโยชน์และการออกแบบโครงสร้างตึก สภาพที่ดินพื้นแน่น ไม่อ่อนยวบ ไม่เกิดการทรุดตัวของหน้าดินในอนาคต ที่ดินไม่มีประวัติด่างพร้อย เช่น เป็นสุสานเก่า หรือ โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น     เมื่อทราบดังนี้แล้ว เจ้าของทรัพย์ก็สามารถใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ที่มีได้อย่างเต็มที่ หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง หรือ ขนาดย่อม ที่ติดขัดสภาพคล่อง ก็สามารถนำทรัพย์มาขายฝากกับ SMARTFINN ได้ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี เท่านั้น   สารบัญ ความหมายของ อสังหาริมทรัพย์ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ โฉนดที่ดิน มีกี่แบบ? แบบไหนซื้อ-ขาย-โอน ได้ ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจาก จำนอง ฝากขาย ขาย อย่างไร? ครบทุกประเด็น ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก เป็นเงินกู้ในระบบหรือเงินกู้นอกระบบ?

จากหลายๆบทความ เราคงทราบและเข้าใจกันดีแล้วว่า ขายฝากคืออะไร แต่คำถามที่ตามมา คือ แล้วมันเป็นเงินกู้ในระบบ หรือนอกระบบ ถูกกฎหมายหรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกท่านกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ เงินกู้นอกระบบ และเงินกู้ในระบบกันก่อนค่ะ     เงินกู้นอกระบบ คือ เป็นการกู้เงินที่ไม่มีการรับรองตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับความพอใจระหว่างผู้ขอกู้และผู้ให้กู้  มีลักษณะเป็นการยืมเงินปากเปล่า อาจมีเพียงแค่ทำบันทึกข้อความ หรือทำสัญญาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น อย่างที่เราพบเห็นสื่อโฆษณาเชิญชวนทั่วๆไป เช่น พวกเงินด่วนทั้งหลายที่มีการแปะประกาศตามรั้ว ตามเสาไฟฟ้า หรือมีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก หรือเป็นการปล่อยกู้กันเองในกลุ่มคนรู้จัก รวมถึงสื่อตามอินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่ไม่ได้มีการรับรองตามกฎหมาย   ข้อดีของเงินกู้นอกระบบ กู้ง่าย อนุมัติไว มีทั้งแบบมีหลักทรัพย์และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่กรณีไม่มีหลักทรัพย์ดอกเบี้ยจะสูงกว่า ไม่เช็คเครดิตบูโร   ข้อเสียของเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายเป็นรายวัน, รายเดือน มักได้รับวงเงินน้อยมาก ยากที่จะปิดภาระหนี้ได้     เงินกู้ในระบบ คือ การกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ในระบบ มีกฎหมายรองรับ มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยภายใต้กฎหมายกำหนด เป็นระบบระเบียบ ตรวจสอบได้ ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่กู้เงินในระบบ จะได้รับสิทธิ และการคุ้มครองถูกต้องตามกฎหมาย แหล่งเงินกู้ในระบบ คือ แหล่งเงินกู้จากธนาคาร สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยเงินกู้ได้ การกู้เงินในระบบ เป็นการกู้ยืมเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมาย มีข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ปฏิบัติชัดเจน ทั้งในส่วนของเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ภาครัฐยังควบคุมดูแลขั้นตอนการดำเนินงานของการกู้ยืมเงินในระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบกันระหว่างเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในการกู้เงินนอกระบบ   ข้อดีของเงินกู้ในระบบ สามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือน อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด สามารถผ่อนได้นาน เกิน 10 ปี ขึ้นไป   ข้อเสียของเงินกู้ในระบบ ใช้เวลาในการยื่นกู้และรออนุมัตินาน ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช็กเครดิตบุโร   การขายฝาก เป็น ขั้นตอนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนรูปแบบหนึ่ง ที่มีกฎหมายกำหนด และ มีการควบคุมโดยกฎหมาย ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ขั้นตอนการทำสัญญา อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา เป็นต้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง โดย กฎหมายขายฝาก เพื่อช่วยป้องกันเจ้าของที่ดินโดนเอาเปรียบและป้องกันการถูกยึดทรัพย์โดยนายทุนนอกระบบ     การขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ อยู่ในระบบหรือไม่และดีอย่างไร?   สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ ด้านการขายฝากอสังหาฯ ระหว่างผู้ขายฝากและนักลงทุน ผ่าน Matching Platform อันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีมาตรฐานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย   ข้อดีของการขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN)   เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ อนุมัติเร็ว รับเงินไว ไม่เช็กเครดิตบูโร หรือแบล็คลิสต์ ทำธุรกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด สามารถไถ่ถอนคืนได้ก่อนครบกำหนดสัญญา ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยรายเดือน ชำระพร้อมกันทีเดียวในวันไถ่ถอนหรือครบสัญญา มีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลตลอดอายุสัญญา     ขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เหมาะกับใคร?   "ขายฝาก" กับ สมาร์ทฟินน์ เหมาะกับ บุคคลทั่วไป นิติบุคคล นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ที่ต้องการเงินทุน เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น ปิดหนี้นอกระบบ ปิดหนี้บัตรเครดิต หมุนธุรกิจ เปิด หรือขยายกิจการใหม่ ใช้จ่ายทั่วไป โดยไม่ต้องแสดงสถานะทางการเงิน ยอดเดินบัญชี เครดิตบุโร โดยจะเน้นดูแค่หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันเท่านั้น ดำเนินการรวดเร็ว มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ไม่ต้องรอนานเหมือนการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินต่างๆ   สมาร์ทฟินน์ จัดให้มีการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เพื่อให้ได้ราคาตลาดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ช่วยให้ผู้ขายฝากได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น   สนใจลงทะเบียน ปรึกษาฟรี! โดย ทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ   สารบัญ ขายฝากคืออะไร ? สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

โฉนดที่ดิน มีกี่แบบ? แบบไหนซื้อ-ขาย-โอน ได้

  โฉนดที่ดิน นั้นมีหลายประเภท สามารถสังเกตได้จากตราครุฑด้านบนหัวโฉนด ซึ่งสามารถจำแนกได้ง่ายๆตามสีของตราครุฑค่ะ ซึ่งที่ดินแต่ละประเภทนั้นเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่แตกต่างกันไป บางชนิดสามารถซื้อ ขาย โอน จดจำนองได้ตามปกติ แต่บางชนิดไม่สามารถซื้อ ขาย โอน ได้ ยกเว้นตกเป็นมรดกให้ทายาทลูกหลานเท่านั้น   โฉนดที่ดิน น.ส.4 (ครุฑสีแดง) ที่ดิน น.ส.4, น.ส.4จ โฉนดครุฑแดง คือ โฉนดที่ดิน เป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เจ้าของที่มีชื่อหลังโฉนดสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากที่ดินนั้นได้อย่างเต็มที่ มีสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย สามารถซื้อขาย โอน จำนอง ค้ำประกันได้   โฉนดที่ดินครุฑแดงนี้นับว่าเป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจนที่สุด นิยมในการซื้อขายมากที่สุดและมีมูลค่าราคาสูงที่สุดในบรรดาเอกสารสิทธิประเภทอื่นๆ โดยหากมีซื้อขาย ผู้ซื้อผู้ขายจะต้องไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น มิฉะนั้นจะถือ เป็นโมฆะ   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : มีกรรมสิทธิ์ สามารถซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยสะดวก     ที่ดิน น.ส.3 ก. (ครุฑสีเขียว) เอกสารสิทธิ์ที่ดิน น.ส.3 ก. ครุฑสีเขียว คือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ออกโดยกรมที่ดินเพื่อรับรองว่าเจ้าของสามารถทำประโยชน์ในพื้นที่นั้นๆได้ ที่ดินจะมีการกำหนดตำแหน่งที่ดิน มีระวางรูปถ่ายทางอากาศชัดเจน โดยนายอำเภอท้องถิ่นเป็นผู้รับรอง   ถึงแม้จะมีการรับรองความเป็นเจ้าของ แต่ น.ส.3 ก. ก็ยังไม่ใช่โฉนด จึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่สามารถซื้อขาย โอน จำนองได้ หนังสือประเภทนี้ เจ้าของสามารถนำหลักฐานไปขอออกโฉนดได้ เมื่อมีการสอบเขตอย่างแน่นอนแล้ว โดยไม่ต้องรอรังวัดติดประกาศ 30 วัน   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : สามารถครอบครองเพื่อทำประโยชน์ได้ สามารถซื้อขาย จำนองได้ โดยไม่ต้องมีการประกาศ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์   ที่ดิน น.ส.3 , น.ส.3 ข. (ครุฑสีดำ) เอกสารสิทธิ์ที่ดิน น.ส.3, น.ส.3 ข. ครุฑสีดำ คือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นหนังสือที่ออกโดยกรมที่ดินให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินทั่วๆไป ไม่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดิน พื้นที่จะไม่มีระวางภาพถ่ายทางอากาศ ลักษณะเป็นแผนที่รูปลอย อาจใช้การอ้างอิงวัตถุหรือต้นไม้ในบริเวณนั้นเพื่อเขียนร่างแผนที่     ทั้งน.ส.3 และ น.ส.3 ข.สามารถนำไปขอออกโฉนดได้ ที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่นั้นๆ ทางเจ้าหน้าที่ที่ดินจะเข้ามาทำการรังวัด และติดประกาศ 30 วัน หากไม่มีใครมาขอคัดค้าน ก็สามารถทำเรื่องออกโฉนดได้ โดย น.ส.3 นายอำเภอท้องที่เป็นผู้ออกหนังสือรับรอง ส่วน น.ส.3 ข. เจ้าหน้าที่ที่ดินเป็นผู้ออกหนังสือรับรองแสดงถึงสิทธิ์การครอบครองให้ แต่ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : สามารถครอบครองเพื่อทำประโยชน์ได้ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ สามารถซื้อขาย จำนองได้ แต่ต้องประกาศล่วงหน้า 30 วัน หากไม่มีผู้ใดคัดค้านก็สามารถจบธุรกรรมได้   ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 (ครุฑแดง/ครุฑน้ำเงิน) เอกสารสิทธิ์ ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ครุฑแดง/ครุฑน้ำเงิน คือ เอกสารสิทธิ์ให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดิน เจ้าของมีเพียงสิทธิในการครอบครองเพื่อใช้ทำเกษตรกรรม และการจัดที่อยู่อาศัยในที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ออกโฉนดไม่ได้ ไม่สามารถซื้อ ขาย หรือโอนสิทธิ์ให้คนอื่น ที่ไม่ใช่ทายาทของเจ้าของสิทธิ และหากทายาทได้รับเป็นมรดกตกทอดไปแล้วก็ต้องใช้ประโยชน์โดยการทำเกษตรกรรมเท่านั้น   ข้อแตกต่างของเอกสารสิทธิ์ ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ครุฑแดง และ โฉนดที่ดินครุฑแดง จะมีครุฑแดงแหมือนกัน สังเกตง่ายๆ ที่ข้อความหัวเอกสารสิทธิ์ คือ ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ครุฑแดง ระบุว่า “หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดิน” ส่วน โฉนดที่ดิน น.ส.4 ครุฑแดง ระบุว่า “โฉนดที่ดิน”   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : มีสิทธิการเช่า เช่าซื้อ เช่าระยะยาว และเข้าทำประโยชน์ในทางเกษตรกรรม สามารถโอน แบ่งแยก และตกทอดทางมรดกแก่ทายาทได้ ห้ามซื้อขายและจำนอง ห้ามใช้ทำประโยชน์ในด้านอื่นที่ไม่ใช่ทางการเกษตร     ที่ดิน น.ส.2 ใบจอง เอกสารสิทธิ์ที่ดิน ใบจอง น.ส.2 คือ หนังสือที่ทางราชการออกให้ประชาชน เพื่ออนุญาตให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการชั่วคราว ) ตามประมวลกฎหมายการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชน มีข้อแม้ว่าผู้มีใบจองจะต้องเริ่มทำประโยชน์ในที่ดินภายใน 6 เดือนหลังราชการให้ใบจอง และต้องทำประโยชน์ในที่ดิน เกิน 75% และให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบจอง   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : สามารถครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินได้เป็นการชั่วคราว ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่สามารถซื้อ ขาย ยกเว้นการโอน สามารถตกทอดทางมรดกให้กับลูกหลานได้   ที่ดิน ภ.บ.ท.5 ใบชำระภาษีบำรุงท้องที่ เอกสารสิทธิ์ที่ดิน ภ.บ.ท.5 คือ แบบยื่นภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารสิทธิแสดงการครอบครองที่ดิน ที่ดินลักษณะนี้มักเป็นที่ดินมือเปล่า ที่ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆทั้งสิ้น เป็นลักษณะของการอยู่อาศัย หรือทำประโยชน์ชั่วคราว  เหมือนการเช่าที่ของรัฐแล้วจ่ายเงินค่าเช่ารายปีให้ เจ้าของที่ดินตัวจริงคือ รัฐ นั่นเอง   ที่ดินประเภทนี้ “ไม่สามารถ” ซื้อขายหรือโอนสิทธิกันได้ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะทำการซื้อขายกันเอง แต่ไม่สามารถยืนยันด้วยกฎหมายได้ เพราะไม่ใช่โฉนด หากมีปัญหาสามารถฟ้องร้องได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรอง   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : ไม่ถือเป็นกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถซื้อ ขาย หรือโอนให้กันได้ เพราะเจ้าของที่แท้จริงคือรัฐ  แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้กับทายาทได้    ที่ดิน สทก. สิทธิทำกิน เอกสารสิทธิ์ที่ดิน สทก. คือ หนังสือที่ราชการออกให้ประชาชนมีสิทธิทำกินในพื้นที่เขตป่าไม้ ซึ่งทางกรมป่าไม้จะเป็นผู้ออกให้ แต่หากผู้ได้รับสิทธิไม่ทำประโยชน์ในพื้นที่ ปล่อยรกร้างติดต่อกันเกิน 2 ปี ทางกรมป่าไม้สามารถยึดคืนได้ทันที ที่ดินประเภทนี้ออกโฉนดไม่ได้ ซื้อขายหรือโอนสิทธิกันไม่ได้ ทำได้เพียงตกทอดให้ทายาททำเกษตรต่อไปเท่านั้น   ลักษณะกรรมสิทธิ์ : ไม่ถือเป็นกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถซื้อ ขาย หรือโอนให้กันได้ เพราะเจ้าของที่แท้จริงคือรัฐ  แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้กับทายาทได้    ที่มา : กรมที่ดิน , สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สารบัญ โฉนดที่ดินคืออะไร ทำไมขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ต้องใช้โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เท่านั้น ขายฝากคืออะไร ? ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจาก จำนอง ฝากขาย ขาย อย่างไร? ครบทุกประเด็น ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

หนึ่งในหัวใจการทำธุรกิจที่สำคัญ ก็คือ เงินสดหมุนเวียน หรือสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งหลายๆธุรกิจอาจกำลังได้รับผลกระทบในช่วงเวลานี้และทำให้การเงิน เดินบัญชีธนาคารสะดุด รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ไม่ผ่านเครดิตสกอร์ ติดเครดิตบูโร หรือแบล็คลิสต์ แต่จำเป็นต้องใช้เงินก้อน เพื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ จนอาจต้องไปพึ่งหนี้นอกระบบ ที่ดอกเบี้ยมหาโหด   แต่หากคุณมีเพียงโฉนดที่ดิน และต้องการเงินก้อน อนุมัติเร็ว รับเงินไว ดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่ดูเครดิตสกอร์ เครดิตบูโร หรือแบล็คลิสต์ การขายฝากที่ดินก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถทำสัญญาตกลงกับผู้รับซื้อฝากและสามารถไถ่ถอนคืนได้ตามระยะเวลาที่ตกลง โดยกฎหมายกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี   แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกรรมการขายฝากที่ดิน คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ ข้อแตกต่างระหว่าง การขายฝากที่ดิน จำนอง ฝากขาย และขาย ว่าแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งหลายท่านอาจจะยังสงสัยและสับสนถึงข้อแตกต่างธุรกรรมดังกล่าว วันนี้ SMARTFINN จะมาอธิบายสรุปทุกข้อแบบครบทุกประเด็น ให้ทุกท่านได้เข้าใจง่าย ก่อนการเลือกตัดสินใจทำธุรกรรมที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการค่ะ   ข้อแตกต่างระหว่าง การขายฝากที่ดิน จำนอง ฝากขาย และขาย   หัวข้อ ขายฝาก จำนอง ฝากขาย ขาย คู่สัญญา ผู้ขายฝาก และ ผู้รับซื้อฝาก ผู้จำนอง และ ผู้รับจำนอง เจ้าของทรัพย์สิน และตัวแทน หรือ นายหน้า ผู้ขาย และ ผู้ซื้อ ลักษณะธุรกรรม เป็นการขาย โดยผู้ขายฝากที่ดิน มีโอกาสในการไถ่ถอนคืนได้ ภายในกำหนด เป็นการกู้เงินรูปแบบหนึ่ง ที่มีการนำเอาอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ เป็นการขายแบบมอบหมายหรือแต่งตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้ขายทรัพย์สินแทนตน และได้ค่าตอบแทนเป็นค่ากำเหน็จ/ค่านายหน้า เป็นการขายขาดให้แก่บุคคลอื่นเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีเมื่อมีการจดทะเบียน *แต่ยังใช้สิทธิอยู่อาศัย หรือเก็บค่าเช่าได้ตามเดิม **สามารถไถ่ถอนคืนก่อนครบกำหนดสัญญา กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ยังคงเป็นของเจ้าของทรัพย์ กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ยังคงเป็นของเจ้าของทรัพย์ จนกว่าจะมีการเสนอขาย และทำสัญญาเป็นหนังสือ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของผู้ซื้อเมื่อทำสัญญาเป็นหนังสือ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน สิทธิไถ่คืน ผู้ขายฝากที่ดิน สามารถไถ่ที่ดินคืนจากผู้รับซื้อฝากได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามสัญญาขายฝากที่ดิน หรือ ตามระยะเวลาที่ขยายออกไปตามที่จะตกลงกันตามที่กฎหมายกำหนด สามารถไถ่ถอนที่ดินคืนได้ในกรณีที่ได้ชำระหนี้ตามมูลค่าหนี้ที่จำนองเป็นประกันโดยสิ้นเชิง -ไม่มี- -ไม่มี- เนื่องจากเป็นการขายขาด และเปลี่ยนแปลงเจ้าของกรรมสิทธิ์ทันทีที่จดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน สิทธิใการครอบครอง / ใช้ประโยชน์ที่ดิน สิทธิครอบครองใช้สอย และถือเอาประโยชน์จากที่ดินยังคงเป็นของผู้ขายฝากที่ดินอยู่  จนถึงวันที่หมดสิทธิในการไถ่หรือเป็นไปตามที่ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากจะตกลงกัน ผู้จำนองยังคงมีสิทธิครอบครองใช้สอย และถือเอาประโยชน์จากที่ดินที่จำนองได้จนครบกำหนดสัญญา หากไม่สามารถชดใช้หนี้สินได้ จะถูกบังคับจำนอง เพื่อนำที่ดินนั้นไปขายทอดตลาด ผู้ขายเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยนิติกรรม ผู้ซื้อมีสิทธิครอบครองและใช้สอย และถือเอาประโยชน์จากที่ดิน ได้ทันทีที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานที่ดิน - ค่าธรรมเนียม 2%  - ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  - ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% * ขึ้นอยู่กับระยะเวลาครอบครองทรัพย์ - ค่าอากรแสตมป์ 0.5% - ค่าธรรมเนียม ขอจดจำนองแปลงละ 5 บาท - ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงิน ไม่เกิน 200,000 บาท - ค่าอากรแสตมป์ ตามวงเงิน ทุก2,000 บาท = ค่าอาการแสตมป์ 1 บาท ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมจะเหมือนกับขายที่ดินทุกอย่าง แต่จะมีค่านายหน้าที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามแต่ตกลง - ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา - ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ไม่เกิน 2% - ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หรือค่าอากรแสตมป์ 0.5% - ค่าจดจำนอง  1% ของมูลค่าที่จำนอง  ( กรณีจำนองกับสถาบันการเงิน )   ปัจจุบันการขายฝากที่ดิน มีหลายที่ หลายรูปแบบ ให้บริการรับขายฝาก ไม่ว่าจะเป็นขายฝาก ที่ดิน บ้าน คอนโด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาเพื่อเลือกใช้บริการ   สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาเพื่อเลือกผู้ให้บริการขายฝากที่ดิน ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการรับขายฝาก อาจเป็นบุคคลหรือรูปแบบบริษัทฯ หากเป็นในนามบริษัทจดทะเบียนจะมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะมีการจดทะเบียนบริษัทฯถูกต้องตามกฎหมาย จึงปลอดภัยและเชื่อถือได้ หากตัดสินใจทำธุรกรรมการขายฝากที่ดินกับบริษัทฯนั้นๆ การให้บริการที่ดี เนื่องจากการขายฝากที่ดินจะมีขั้นตอนการดำเนินการและเอกสารสำคัญในการขายฝากที่ดิน หากมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการหรือคอยแนะนำ ก็จะช่วยดำเนินความสะดวกแก่ผู้ขายฝาก ลดขั้นตอนการเสียเวลาในการศึกษาข้อมูลหรือการตกหล่นในเรื่องของเอกสาร อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่เป็นธรรรม เนื่องจากกฎหมายขายฝากได้ระบุดอกเบี้ยไว้ที่สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี แต่ที่ SMARTFINN อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 9% ต่อปี หรือ 0.75% ต่อเดือน เท่านั้น ซึ่งจะถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยนอกระบบ ในบางครั้งอาจคิดดอกเบี้ยสูงถึง 20% ต่อเดือน หรือ 200% ต่อปี กันเลยทีเดียว   เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน เพื่อได้เข้าใจครบทุกประเด็น ถึงข้อแตกต่างระหว่างการขายฝาก จำนอง ฝากขาย และขาย ได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยให้ทุกท่านเลือกการทำธุรกรรมที่เหมาะสมได้ค่ะ   สารบัญ: ขายฝากคืออะไร ? ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ประสบการณ์จริง จาก ผู้ขายฝาก ผ่านทาง Smartfinn ขายฝากผ่าน “สมาร์ทฟินน์” ช่วยเอสเอ็มอีแก้ปัญหาธุรกิจขาดเงิน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์

การขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการซื้อขายโดยใช้หลักทรัพย์ที่ดินเป็นหลักประกัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและธุรกิจ SMEs โดยผู้ขายฝากที่ดินจะได้รับวงเงินที่สูงกว่าในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ารูปแบบการจำนอง มีการทำสัญญาที่กรมที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะมีขั้นตอน รวมถึงเอกสารที่ใช้อื่นๆที่ผู้ขายฝากต้องจัดเตรียม   การขายฝากที่ดิน สามารถทำได้หากโฉนดไม่ติดภาระหนี้ธนาคาร หรือบุคคล ในกรณีติดภาระหนี้เดิม ทางสมาร์ทฟินน์สามารถช่วยปิดหนี้เดิมได้โดยดูจากราคาหลักทรัพย์และมูลค่าหนี้เป็นสำคัญ การขายฝากที่ดินมีระยะเวลาให้กู้เป็น ปีต่อปี หรือแล้วแต่ตกลงเป็นกรณี ขึ้นอยู่กับประเภทหลักทรัพย์ และวงเงินที่ต้องการกู้ ซึ่งยอดเงินที่ผู้ขายฝากต้องการกู้จะพิจารณาจากราคาโดยการประเมินหลักทรัพย์จากบริษัทฯที่ได้รับรองจากกลต. ซึ่งจะมีราคาประเมินที่สูงกว่าราคาจากกรมที่ดิน   สามารถนัดไถ่ถอนได้ตามสัญญาหรือก่อนครบกำหนดสัญญา การทำสัญญาสามารถขยายระยะเวลาในสัญญาได้ตามตกลง โดยสูงสุดจะสามารถต่อสัญญาได้ไม่เกิน 10 ปี อสังหาริมทรัพย์ที่สามารถขายฝากได้ ได้แก่ บ้าน ที่ดิน คอนโด อพาร์ทเม้นท์ ฯลฯ   เหตุผลที่เลือกขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์เป็น Matching Platform ขายฝาก โดยไม่ผ่านคนกลาง เพื่อให้ผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากได้พบกัน สมาร์ทฟินน์เป็นบริษัทจดทะเบียนการค้า มีสถานที่ตั้งประกอบการชัดเจน ติดต่อง่าย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตราฐาน มีผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลให้คำปรึกษาตลอดสัญญา     ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์มีดังนี้   1. ลงทะเบียนหลักทรัพย์ที่ต้องการขายฝากที่ดินผ่านช่องทางของสมาร์ทฟินน์ได้ดังนี้  ทางเว็บไซต์ทางการของบริษัท www.smartfinn.co.th คลิ๊ก ลงทะเบียน กรอกข้อมูล และเบอร์โทรศัพท์ รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ช่องทาง Line Official พิมพ์ค้นหา “ @Smartfinn ” และกดเพิ่มเพื่อน แจ้งข้อมูลทรัพย์ รูปถ่าย และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ช่องทาง Facebook เข้าไปที่เฟสบุ๊ค พิมพ์ค้นหา “ Smartfinn ” กดไลค์เพจ จากนั้นกดปุ่มส่งข้อความ แจ้งข้อมูลจังหวัดที่ตั้งทรัพย์ พร้อมเบอร์ติดต่อ และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ   2. หลังจากส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับในเวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09:00 – 18:00 น.  3. เมื่อทรัพย์ของท่านผ่านการประเมินแล้ว ฝ่ายพิจารณาจะแจ้งราคารับซื้อฝากกับผู้ขายฝาก หากตกลงสมาร์ฟินจะนำทรัพย์ชิ้นนั้นขึ้นเว็บไซต์  4. ผู้ขายฝากเลือกรับข้อเสนอจากผู้รับซื้อฝาก 5. เมื่อจับคู่เสร็จ ผู้ขายฝากสามารถนัดหมายเพื่อทำธุรกรรม ณ สำนักงานที่ดิน ภายใน 2-3 วันทำการถัดไป (ผู้ขายฝากจะได้รับเงินทันที เมื่อทำสัญญาที่กรมที่ดินเรียบร้อยแล้ว)   **ทั้งนี้ SMARTFINN จะรักษาความลับของผู้ขายฝากเป็นความลับ ข้อมูลส่วนตัวจะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้รับซื้อฝากจนกว่าจะถึงวันทำธุรกรรม ณ สำนักงานที่ดิน**   เอกสารที่ผู้ขายฝากต้องจัดเตรียม มีดังนี้ โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้านตัวจริง (ถ้ามีการเปลี่ยนบ้านเลขที่ต้องเตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย)   เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ เอกสารยินยอมจากคู่สมรส หรือใบหย่าใบพร้อมเอกสารแนบใบหย่า หากคู่สมรสเสียชีวิตแล้วต้องแนบใบมรณบัตรด้วย ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล ให้เตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย เอกสารประกอบสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ดิน หรือเอกสารกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ต้องมีใบปลอดหนี้แนบด้วย   ตัวอย่างสัญญาขายฝากที่ดิน   สารบัญ ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก สิ่งที่ต้องระวังในการทำสัญญาขายฝาก ขายฝากก่อนขายจริง อีกช่องทางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน

จากหลายๆบทความทำให้เราเข้าใจกันดีแล้วว่าขายฝากคืออะไร ในวันนี้เราจะมาพูดสรุปถึงข้อดีของการขายฝากกัน ทั้งของผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก   ข้อดีของการขายฝากฝั่งผู้ขายฝาก (ผู้กู้)   การทำสัญญาขายฝากที่ดิน ไม่จำเป็นต้องเช็คประวัติแบล็คลิสต์ หรือเครติดบูโรของผู้กู้ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน, ไม่ดูการเดินบัญชี statement ของธนาคาร อนุมัติเร็ว ได้เงินไว เร็วกว่าการขอสินเชื่อกับธนาคารต่างๆ การขายฝากมีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ว่าจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเพราะมีการทำสัญญา ณ กรมที่ดินระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก การขายฝากส่วนมากนั้นผู้ให้กู้จะให้วงเงินสูงกว่าการกู้รูปแบบอื่น ซึ่งผู้ให้กู้บางรายอาจให้มากถึง 70% ของราคาประเมิน ลูกหนี้จะไม่ถูกเอาเปรียบจากการคิดดอกเบี้ยโหดๆจากหนี้นอกระบบแน่นอน หรือถ้าไปขายฝากที่อื่นก็อาจจะไม่ได้ดอกเบี้ยคงที่ 9% ต่อปี เหมือนกับมาขายฝากที่ Smartfinn ที่เป็นแมทชิ่งแพลตฟอร์มให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากได้เจอกันโดยตรงโดยไม่ผ่านคนกลาง การขายฝากมีระยะเวลาในการไถ่ถอนที่ยืดหยุ่น โดยผู้ทำการขายฝากสามารถยืดระยะเวลาในการไถ่ถอนได้ แต่ต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ สมมุติถ้าตกลงกับเจ้าหนี้ไว้ว่าจะมาไถ่ทรัพย์คืนภายใน 1 ปี หากถึงเวลาแล้วยังไม่พร้อมก็สามารถยืดเวลาออกไปได้ ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ซื้อฝากและต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากยังคงได้ครอบครองที่ดิน และใช้ประโยชน์ต่อไปได้จนกว่าพ้นกำหนดไถ่ถอน   ข้อดีของการขายฝากฝั่งผู้รับซื้อฝาก (นักลงทุน) ได้ผลตอบแทนสูง และกำไรส่วนต่างจากการขายทรัพย์ (กรณีทรัพย์หลุดไถ่ถอน) ความเสี่ยงต่ำเพราะมีหลักประกัน ไม่ต้องฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์ ธุรกรรมทำง่าย และปลอดภัย เพราะต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน เป็นช่องทางการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาถูก ถูกต้องตามกฎหมาย   แต่สิ่งสำคัญในกระบวนการขายฝากที่ดินก็คือเรื่องของการทำสัญญาขายฝาก ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน และพนักงานเจ้าหน้าที่จะระบุไว้ในสารบัญสำหรับจดทะเบียนว่า เป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือการขายฝากที่อยู่อาศัย   จากข้อดีดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการขายฝากนั้นมีข้อดีที่ความสะดวก รวดเร็ว และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการ ถึงแม้จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารเล็กน้อย แต่สามารถรับเงินได้เร็วกว่าและอนุมัติการกู้เงินได้โดยไม่ต้องดู STATEMENT การเดินบัญชี รวมทั้งคนที่ติดแบล็คลิสต์หรือเครดิตบูโรก็สามารถที่จะขอยื่นกู้ได้ เพราะเนื่องจากผู้รับซื้อฝากจะดูที่ทรัพย์หรือโฉนดเป็นสำคัญ  ในขณะเดียวกันฝั่งผู้ซื้อฝากก็ได้รับผลประโยชน์จากผลตอบแทนที่มากกว่าและมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ   ข้อมูลอ้างอิง: dol.go.th   สารบัญ - ขายฝากคืออะไร ? - การขายฝากคืออะไร? เปรียบเทียบกับการจำนอง แตกต่างกันอย่างไร? - ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด - SmartFinn มิติใหม่วงการขายฝาก ตอบโจทย์ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

SmartFinn มิติใหม่วงการขายฝาก ตอบโจทย์ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ

SmartFinn มิติใหม่วงการขายฝาก ตอบโจทย์ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ   การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งแบบมีเงื่อนไข โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปทำสัญญาซื้อ-ขายต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน เช่นเดียวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามปกติ รวมทั้งกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่มีข้อแม้ว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนี้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตกลงกันขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนได้ (ทั้งนี้ต้องไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 10 ปี)     การขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร? การขายฝากมีสิ่งที่แตกต่างจากการจำนอง คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากทันที และหากไม่มาใช้สิทธิ์ไถ่ถอนคืนภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ส่วนการจำนอง เมื่อผู้จำนองผิดเงื่อนไขสัญญาการชำระหนี้ ผู้รับจำนองจะต้องใช้ช่องทางการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อมาชำระหนี้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลานานพอสมควร   Smartfinn คืออีกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่กำลังตอบโจทย์สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ผ่านโมเดลบริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มือสังหาริมทรัพย์แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อนด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ารูปแบบเดิม ๆ ซึ่งหากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็หมายถึง SmartFinn เปรียบได้กับ Uber ซึ่งเป็น Concept คล้ายๆ กัน โดย Uber เป็นแพลตฟอร์มกลางให้คนที่มีรถและคนที่ต้องการใช้รถมาเจอกันนั่นเอง     ทั้งนี้ หัวใจในการทำงานของ SmartFinn ต้องการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการขายฝากในรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดย SmartFinn จะช่วยทำให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เกิดดีลราคาที่ดีที่สุดในท้องตลาด ด้วยราคาที่สูงที่สุดถึง 70% ของราคาที่มีการซื้อขายจริงในท้องตลาด และยังสามารถต่อสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญา)   ส่วนอัตราดอกเบี้ยขายฝากผ่าน Smartfinn ยังต่ำที่สุด 0.75% ต่อเดือนหรือ 9% ต่อปี ขณะที่อัตราท้องตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก   "จากการที่เราอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนมานาน ทำให้เข้าใจถึงความน่ากลัวของการกู้เงินในรูปแบบดอกเบี้ยทบต้นเป็นอย่างดี และจะสร้างปัญหาให้กับฝั่งลูกหนี้อย่างมาก ยกตัวอย่าง ขายฝากแบบเดิมที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อเดือนหรือ 36% ต่อปี ผ่านไปเพียง 2 ปี ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 72% นั่นเท่ากับว่า ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบเท่ากับจำนวนเงินต้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่กู้เงินด้วยดอกเบี้ยสูงๆ จะสามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่องได้ แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ สุดท้ายก็ยิ่งเพิ่มภาระหรือเพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ "   แม้ว่าดอกเบี้ยจากบริการขายฝากผ่าน SmartFinn จะเท่ากับการจำนองทรัพย์กับสถาบันการเงิน แต่บางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากกู้เต็มวงเงินแล้วหรือเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์แต่หากยังมีทรัพย์ที่สามารถนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ เชื่อว่า SmartFinn จะช่วยให้ผู้ขายฝากไม่ต้องโดนทำร้ายจากการโดนกดวงเงิน หรือดอกเบี้ยสูงๆ จากการรับจำนองเองของเจ้าของเงินที่รับขายฝากทั่วไป   "ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้ซื้อฝากหรือผู้ลงทุนนั้น ยังได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุนสูงถึง 9 ต่อปี พร้อมกับได้สิทธิ์ในโฉนดที่ดินด้วย อีกทั้ง SmartFinn ยังลดความเสี่ยงด้วยทีมประเมินทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยเสริมทัพความอุ่นใจให้เจ้าของเงินอีกด้วย"     ขั้นตอนการทำงานของ SmartFinn เป็นรูปแบบบริการที่มีความเป็นระบบสูงเริ่มจากเมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามาต้องการจะฝากทรัพย์สิน ในเบื้องต้นจะมีการสัมภาษณ์เจ้าของทรัพย์สินว่า มีหนี้ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ที่อื่นหรือไม่ และหากนำทรัพย์สินมาขายฝากแล้ว ลูกค้าจะเหลือเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อนำไปปลดภาระหนี้สิน หรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน จากนั้นจะมีผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างยุติธรรม เมื่อผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้วจะนำทรัพย์สินดั่งกล่าวเสนอให้กับผู้ที่สนใจลงทุนทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางอื่น ๆ     สำหรับค่าบริการนั้น ทาง SmartFinn จะคิดค่าบริการจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของ SmartFinn ได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สิน ซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทฯ ที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ SmartFinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝาก เป็นต้น ในเบื้องต้น SmartFinn ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม สำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนส่วนในระยะยาวจะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา และในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดแน่นอน เพราะเป้าหมายหลักของเราคือต้องการช่วยประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก โดยอยู่ในรูปแบบของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่บาลานซ์ระหว่างผู้ขายและผู้ลงทุนในราคาที่ยุติธรรม ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และค่าธรรมเนียมบริการที่ไม่สูงมาก เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถก้าวเดินต่อไปได้   สารบัญ การขายฝาก การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ อะไร? การขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร? อัตราดอกเบี้ยขายฝาก ขั้นตอนการขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ค่าบริการในการขายฝาก   สรุป มิติใหม่ของวงการขายฝาก คือ การทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อแก้ปัญหาการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดยอัตราดอกเบี้ยขายฝากของสมาร์ทฟินน์จะอยู่ที่ 0.75%  ต่อเดือน หรือ  9% ต่อปี     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากผ่าน “สมาร์ทฟินน์” ช่วยเอสเอ็มอีแก้ปัญหาธุรกิจขาดเงิน

ขายฝากผ่าน “สมาร์ทฟินน์” ช่วย SME แก้ปัญหาธุรกิจขาดเงิน   สมาร์ทฟินน์  คือ ช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการ SME ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกันก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน ซึ่งปัญหายากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่เป็น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน   เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที ก็จะกลายเป็น "จุดอ่อน" ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายแค่ไหนก็ตาม เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม "คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน" พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โชลูชั่นส์ จำกัด    "ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ประชาชนแห่กันหาซื้อเสื้อเหลืองมาสวมใส่เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 บริษัทได้ออร์เดอร์ผลิตเสื้อเหลืองล็อตใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อผ้าสีเหลืองมาเตรียมไว้ปรากฏว่า เราไม่มีเงินพอ และต้องเร่งหาให้ได้โดยด่วน ไม่เช่นนั้นจะผลิตเสื้อไม่ทัน อีกทั้งผ้าเหลืองขาดตลาด จำเป็นต้องใช้เงินสดในการสั่งซื้อ รู้ได้เลยว่า ตอนนั้นเราต้องวิ่งวุ่นแลกเช็คเพื่อหาเงินมาให้ได้ กว่าจะแก้ปัญหาได้แทบแย่”   จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ (Smartinn) ได้ชื่อว่า เป็นสตาร์ตอัพ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น "ฟินเทค" (หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย) เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2560 โดยเป็นแพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม บ้าน เป็นต้นในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จะเป็นช่องทางการลงทุนให้กับผู้ที่มีเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะได้รับผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีซึ่งถือว่าคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในอีกหลายๆ ประเภทเสียด้วยซ้ำ   คุณปริสุทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วแนวคิดของสมาร์ทฟินน์ก็เพื่อต้องการเป็นช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกัน ก็เป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน โดยขั้นตอนของการทำงาน สมาร์ทฟินน์จะพัฒนาระบขึ้นมา แล้วให้ผู้ต้องการใช้บริการเข้ามาลงทะเบียน หลังจากนั้นจะส่งบริษัทกลางเข้าประเมินสินทรัพย์ ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทประเมินของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ราคาขายฝากเป็นที่เชื่อมั่นและได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย   จากนั้นเราก็จะตรวจสอบสินทรัพย์และคัดกรองอีกรอบ แล้วส่งให้ผู้สนใจลงทุนพิจารณาคัดเลือก เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำธุรกรรมกัน ก็จะนัดหมายเซ็นสัญญากันที่กรมที่ดิน โดยสมาร์ทฟินน์จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียมในอัตรา 3.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าขายฝากโดยทั่วไป สมาร์ทฟินน์เริ่มดำเนินธุรกิจมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพียงแค่ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับจากทั้งนักลงทุนและเอสเอ็มอีที่ต้องการหาสภาพคล่อง มีธุรกรรมเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท   ด้าน คุณปฎิมากร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้ขายฝากต้องจ่าย ถือว่า ถูกมาก เมื่อเทียบกับการกู้เงินจากช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขายฝากโดยทั่วไปที่ทำกันอยู่ จะสูงถึง 24-36 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีระยะเวลาไม่แน่นอน บางรายเจอสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน นอกจากนี้ สมาร์ทฟินน์ยังดูแลให้บริการเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดอายุขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัว ป้องกันปัญหาทรัพย์ถูกยึดไป เพราะเรายึดหลักการที่ว่าการขายฝากเป็นเพียงการแก้ปัญหาขาดเงินชั่วคราว ไม่ใช่การขายขาด เพราะทรัพย์จะได้ราคาเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึดของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึด    ขณะที่ทางฝั่งผู้ลงทุน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก เพราะเราจะประเมินเบื้องต้นเสียก่อนว่า เป็นทรัพย์ที่ดี ไม่มีปัญหาจริงๆ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าดีกว่าลงทุนทางอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ สูงกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ทำให้เกิดกรณีทรัพย์ติดมือ ก็สามารถขายต่อ หรือนำทรัพย์ไปพัฒนาต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นทรัพย์ที่ดีได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดทำธุรกิจมา ยังไม่มีกรณีที่ผู้ขายฝากผิดนัด ไม่มาไถ่ถอน มีแต่ไถ่ถอนก่อนกำหนดแทบทั้งสิ้น   "การที่เรามาทำธุรกิจนี้ นอกจากได้ช่วยธุรกิจที่ขาดเงินในช่วงสั้นได้รับเงินไปหมุนเวียนและแก้ไขปัญหา ดีกว่าไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาก แล้วก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจถือว่าเป็นการได้ทำบุญ เพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ผู้นำทรัพย์มาขายฝากพยายามหาเงินทุกทางแล้วไม่ได้ และเมื่อมาเจอแพลตฟอร์มขายฝากของ สมาร์ทฟินน์ ก็นำทรัพย์มาเสนอและผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนทันที ซึ่งทำให้เขาสามารถนำเงินไปคืนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมากได้ ซึ่งเราเห็นเขาดีใจมาก"   คุณปฏิมากร เสริมว่า เป้าหมายเบื้องต้นของสมาร์ทฟินน์คือ ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ส่วนในระยะยาวจะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น   ถือได้ว่า สมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลาย ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับธุรกิจ ด้วยคอนเซ็ต์การทำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เพียงแค่คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมกับลงทะเบียน แค่นี้...ปัญหายุ่งๆ เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะหมดไป!!   สารบัญ เกี่ยวกับ สมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ คือ จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ ขั้นตอนการขายฝากของสมาร์ทฟินน์ อัตราดอกเบี้ยของสมาร์ทฟินน์ การลงทุนกับสมาร์ฟินน์ พื้นที่ให้บริการของสมาร์ทฟินน์   สรุป สมาร์ทฟินน์ คือ แพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์และผู้ขายฝาก โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาค้ำประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ อาคารพาณิชย์ ทาว์นโฮม ทาว์นเฮาส์ โรงแรม ที่พักรีสอร์ท เป็นต้น โดยดอกเบี้ย เริ่มต้นที่ 9% ต่อปี จนถึง 12% ต่อปี     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?   พินัยกรรม คือ ?     พินัยกรรม คือ เอกสารที่ระบุความจำนงเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดกส่วนตัว ว่าต้องการมอบให้ผู้ใดเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุกำหนดความต้องการให้ทายาททราบ หรือปฏิบัติเมื่อเสียชีวิต   ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดสู่ทายาทโดยธรรม ตามที่กฎหมายระบุ   ทายาทโดยธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ลำดับ เรียงลำดับสิทธิ์ดังนี้ ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม รวมถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียสมรส บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา   คุณสมบัติของผู้ทำพินัยกรรม คือ มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พินัยกรรมมีกี่ประเภท พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรม จัดทำหนังสือโดยการพิมพ์ข้อความพินัยกรรมลงในกระดาษ ระบุใจความสำคัญของมรดกและผู้รับพินัยกรรมอย่างครบถ้วน ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยพยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมฉบับนั้นด้วย   พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดในพินัยกรรมทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ระบุวัน เดือน ปี ที่เขียนพินัยกรรม พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม (รูปแบบเขียนเองนี้มีหรือไม่มีพยานก็ได้)   พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เป็นพินัยกรรมที่ต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ในพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ณ เขตหรืออำเภอที่อาศัยอยู่ โดยเจ้าพนักงานจะทำการอ่านข้อความพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม และพยานจำนวนอย่างน้อย 2 คน เมื่อเห้นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมประทับตราตำแหน่งในเอกสาร   พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมรูปแบบนี้ ดำเนินการที่เขตหรืออำเภอ คล้ายกันกับรูปแบบเอกสารฝ่ายเมืองเพียงแต่ข้อความภายในเอกสารจะเป็นความลับ โดยจะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมและพยานอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อเพื่อปิดผนึก โดยเจ้าพนักงานจะลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมบซองพร้อมทั้งประทับตราตำแหน่ง ลายมือชื่อพยานและเจ้าพนักงาน   พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา รูปแบบวาจาสามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายในรูปแบบใดๆเลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนเพื่อรับฟังข้อความ วาจาที่ระบุถึงเนื้อหาในพินัยกรรม นอกจากนี้พยานจะต้องติดต่อทางราชการโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งข้อความวาจา ที่ได้รับมาและแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและเหตุการณ์ที่จำต้องทำด้วยวาจาว่าเพราะอะไรจึงไม่สามารถทำในรูปแบบอื่นๆได้ ท้ายที่สุดเจ้าพนักงานและพยานจะลงลายมือชื่อในข้อความที่เจ้าพนักงานได้รับมาเป็นอันสิ้นสุด   นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจ้างทนายความผู้ดูแลพินัยกรรมให้กับครอบครัวอีกด้วย   ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในพินัยกรรม ชื่อพินัยกรรม สถานที่ทำพินัยกรรม วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม   ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม กรณีทำแบบฝ่ายมือง มีค่าใช้จ่ายต่อเอกสารจำนวน 50 บาท คู่ฉบับๆละ 10 บาท กรณีทำแบบเอกสารลับ มีค่าใช้จ่ายฉบับละ 20 บาท กรณีแบบธรรมดาและเขียนเองทั้งฉบับ จะไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับเขต หรืออำเภอ กรณีมีทนายความดูแลพินัยกรรม ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ทำพินัยกรรมและทนายความ   หมายเหตุ : ในรูปแบบที่ต้องมีพยานในพินัยกรรม ผู้ที่เป็นพยานจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์         ต้องบอกว่าในปัจจุบัน เงิน เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตในทุกๆวัน ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ขาดทุนทรัพย์ในการจะสร้างหรือสานต่อ บางคนสร้างขึ้นมาแต่ต้องสะดุดด้วยเศรษฐกิจที่ตกต่ำตามภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลกระทบที่ได้รับจากโควิด-19 ทำให้หลายๆอาชีพ และธุรกิจส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษากำไร และยอดขายไว้ได้ บางบริษัทอาจมีกำไรลดลง และเงินทุนลดลง การระบาดของไวรัสส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ขาดสภาพคล่อง หรือสภาพคล่องตึงตัวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก           ทางออกเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน คงไม่พ้นการนำโฉนดเข้าจำนอง หรือทำขายฝาก เพื่อนำเงินที่ได้มาเสริมสภาพคล่องชั่วคราว โดยในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงการขายฝากที่เชื่อใจได้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหากต้องการขายฝาก           ปัญหาหลักของการขายฝากนั้น มักพบได้ในช่วงหลังจากการทำสัญญาไปแล้ว เมื่อพบว่านายทุนบุคคลไม่ต่อสัญญาให้ และระยะสัญญาที่ทำมาอาจสั้นเพียง 6 เดือน กลายเป็นปัญหาของเจ้าของหลักทรัพย์วิ่งวุ่นหาทางออกเพื่อไม่ให้โฉนดที่ดินหลุดไป หากศึกษานายทุนผู้รับซื้อฝากให้ดีแต่ต้นแล้ว ควรศึกษาเพิ่มเติมในกรณีว่าไม่สามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดจะทำอย่างไรต่อได้บ้าง           หากมองให้กว้างขึ้นกว่า ด้วยการขายฝากกับบริษัทที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐานและดูแลอย่างมืออาชีพ ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ หาทางออกทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากวางใจได้เมื่อพบปัญหาทางการเงิน สามารถปรึกษาและหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ของผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก           เรา Smartfinn เลยเข้าใจสถานการณ์นี้เป็นอย่างดีจึงอยากจะช่วยให้ธุรกิจของคนไทยก้าวต่อไปได้ Smartfinn ได้ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวกับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือเป็นบริษัทมีที่ตั้งทำการชัดเจนและฟินน์แน่นอน ฟินน์ยังไง? เราจะมาพูดถึงลูกค้าที่ได้ติดต่อเข้ามาไว้ใจและให้ Smartfinn ได้ดูแล ก่อนอื่นเลยอยู่ที่ไหนก็ลงทะเบียนได้ เรามีช่องทางติดต่อมากมายหลายช่องทาง ลูกค้าเราสะดวกแน่นอนไม่ว่าจะเป็น Facebook , Website , Google , Line@ หรือสามารถโทรเข้ามาทางเบอร์โทรศัพท์ของ Smartfinn ได้เลย เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ลูกค้าที่สนใจให้เราดูแลเราพร้อมบริการดูแลตั้งต้นจนจบการทำสัญญา ฟินน์ต่อด้วยดอกเบี้ย 9% ต่อปี สามารถลดภาระดอกเบี้ยขายฝากที่สูง เหลือเพียง 0.75 % ต่อเดือนเท่านั้นแถมยังอุ่นใจด้วยผลการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต.(คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ด้วยความฟินน์ จึงทำให้ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 700 ราย มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์จากลูกค้าที่ไว้ใจให้ Smartfinn เราดูแล หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ Smartfinn ยินดีให้บริการค่ะ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน

สัญญาจะซื้อจะขายฝากที่ดิน เป็นเอกสารสัญญาที่ต้องทำร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีสาระสำคัญที่ควรอ่านอย่างละเอียดและรอบคอบ ดังนี้   ชื่อและรายละเอียดบุคคลคู่สัญญา รายละเอียดของผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน การทำสัญญาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล   อสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อจะขายฝาก รายละเอียดของหลักทรัพย์นั้นๆ เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน บ้านเลขที่ เนื้อที่กี่ตารางวา   ราคาและระยะเวลาที่ตกลงกัน ราคาของราคาทรัพย์ที่ตกลงกัน โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งจำนวนเงิน วิธีการชำระ ณ วันทำสัญญา รวมถึงกรอบกำหนดระยะสัญญาที่จะมาไถ่ถอนขายฝาก   กำหนดเวลาโอนหลักทรัพย์ ระบุขอบเขตของการทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน สามารถกำหนดเป็นวันที่ที่แน่นอน หรือช่วงระยะเวลา ตามแต่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอน และภาษี ในการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินจะต้องมีการชำระภาษีและค่าโอน ในสัญญาควรระบุชัดเจนเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกัน และป้องกันปัญหาในภายหลังว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ   เงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติม และการรับผิดเมื่อผิดสัญญา ในการทำสัญญาต่างๆ ท้ายสัญญามักมีเงื่อนไข ข้อตกลงหรือการรับผิดเมื่อฝายหนึ่งฝ่ายใด ได้ผิดสัญญาต่อคู่สัญญา ดังนั้นควรตกลงกันเพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้กรณีที่ไม่ได้เป็นคนร่างสัญญาเอง ให้อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนในเงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติมนี้   ลายมือชื่อ ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งพยานของแต่ละฝ่าย             นอกจากนี้การทำสัญญาขายฝากนั้นควรทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าพนักงานขณะการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อความโปร่งใสของทั้ง 2 ฝ่าย และสบายใจในการทำสัญญาร่วมกัน         อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เพราะการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ เมื่อพลาดท่าให้กับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากยกเลิกสัญญาที่ต้องเป็นไปตามที่ตกลงของสัญญา ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน ดังนั้นหากยังไม่มั่นใจในการดำเนินการทำสัญญาอะไรก็ตาม ควรมีที่ปรึกษาที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ให้การดูแล     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn : คุณกำพล

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn : คุณกำพล   ประสบการณ์ผู้ขายฝาก : คุณกำพล         คุณกำพล ผู้เข้ามาขายฝากกับ Smartfinn เพื่อต้องการแก้ปัญหาทางการเงินให้มีสภาพคล่อง เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนในธุรกิจฟาร์มเห็ดส่งห้างสรรพสินค้า   รู้จักกับ Smartfinn ได้อย่างไร         รู้จักกับ Smartfinn จากเพื่อนที่เคยใช้บริการกับสมาร์ทฟินน์มาก่อน เพื่อนจึงแนะนำให้มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ โดยเพื่อนที่แนะนำมีความประทับใจในการให้คำปรึกษาที่ดีของเจ้าหน้าที่ คอยติดตามเรื่องเสมอและมีความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้ จึงให้เบอร์โทรศัพท์กับคุณกำพลมาเพื่อโทรคุยติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของสมาร์ทฟินน์   ก่อนใช้บริการกับ Smartfinn มีปัญหาการเงินมาก่อนมั้ย         อดีตเคยจำนองไว้กับธนาคาร และไถ่ถอนออกมาแล้ว ปัจจุบันปลอดภาระ ไม่มีหนี้ แต่จำเป็นต้องใช้เงินเพราะต้องใช้เงินลงทุนซื้อข้าวเปลือก ไม่สามารถรอได้   นำเงินที่ได้ไปทำอะไร         ปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรรม มีฟาร์มเห็ดส่งห้างสรรพสินค้า โดยยอดวงเงินที่ต้องการอยู่ที่ประมาณ 3,000,000 บาท เพราะต้องการนำเงินไปซื้อข้าวเปลือกล่วงหน้าและลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   เหตุผลที่เลือกขายฝากกับ Smartfinn         เพราะต้องการใช้เงินด่วนและรวดเร็วให้ทันในช่วงที่ต้องซื้อขายข้าวเปลือก และสมาร์ทฟินน์จัดหาเงินให้ได้รวดเร็วตามต้องการ ในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ไม่ต้องใช้เอกสารจำนวนมากและไม่ยุ่งยากวุ่นวาย สะดวกรวดเร็วกว่าทางธนาคาร     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ติดจำนองขายฝากได้หรือไม่?

ติดจำนองขายฝากได้หรือไม่?         สารพัดคำถามข้องใจว่า ติดจำนองอยู่ ขายฝากได้หรือไม่? ไม่ว่าบ้าน ที่ดิน คอนโด ล้วนเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้ค้ำประกันในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำความรู้จักกับจำนอง และขายฝากเพิ่มเติมได้ที่ ขายฝาก เปรียบเทียบกับ การจำนอง อะไรดีกว่ากัน ?   ที่มาของการที่หลายคนหันมาสนใจในขายฝาก   ต้องการวงเงินเพิ่ม ต้องการปิดหนี้/จบหนี้เดิม เช่น หนี้จากบัตรเครดิต หนี้นอกระบบ ปัญหาการเงินด้านอื่นๆอย่างการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ หรือการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ รวมทั้งลงทุนเพิ่ม เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ต้องการวงเงินเพิ่มจากเดิม แต่ไม่สามารถขอวงเงินเพิ่มมาได้จากหลายปัจจัย อาทิ เครดิตทางการเงินที่ผ่านมาไม่ดี ติดเครดิตบูโร ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา รายการเดินบัญชีปัจจุบันไม่น่าเชื่อถือ   ธนาคารจัดลูกหนี้เป็นหนี้เสีย ถูกจัดเป็นลูกหนี้ระดับหนี้เสีย คือการหยุดชำระหนี้ หรือผิดชำระหนี้หลายครั้ง ทำให้ธนาคารดำเนินการตามกระบวนการติดตามหนี้ เสียเครดิต หรืออาจถึงขั้นถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือใกล้ถูกศาลบังคับคดี จึงต้องดำเนินการหานายทุนใหม่เพื่อรักษาหลักทรัพย์ของตน   ภาระดอกเบี้ยสูง กรณีจำนองกับนายทุนนอกระบบ อาจมีภาระดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร บางรายดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ยิ่งส่งผลกระทบให้ลูกหนี้ไม่สามารถปลดหนี้ได้ เพราะยอดเงินที่ชำระในแต่ละเดือน ไม่สามารถลดเงินต้นได้เลย ได้แต่ส่งดอกอย่างเดียว การขายฝากถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภาระ หรือแบ่งเบาปัญหาด้านการเงินให้กับหลายคนได้ เพราะไม่เพียงแต่ “ได้รับวงเงินเพิ่ม” อย่างรวดเร็ว ยังสามารถช่วย “ลดภาระดอกเบี้ย” สำหรับคนที่มีภาระหนี้เดิม ก็สามารถปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง และเหลือเงินไปใช้จ่ายส่วนอื่นได้อีกด้วย หากมีการวางแผน หรือได้รับคำปรึกษาที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำแนะนำและดูแลตลอดระยะสัญญา ด้วยประสบการณ์ 4 ปี สมาร์ทฟินน์ ขอรวบรวมข้อดีจากการเปลี่ยนจำนองมาเป็นขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ว่ามีข้อแตกต่างอย่างไร   “ ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง ” ดูแลให้คำปรึกษา ติดตามตลอดสัญญา    สมาร์ทฟินน์เป็นตัวกลางดูแลทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน สบายใจทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อใช้บริการสมาร์ทฟินน์ ผู้ขายฝาก หมดห่วงเรื่องยึดหลักหรัพย์ มีการดูแลติดตาม ดูแลให้คำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด นักลงทุน หมดกังวล ไม่มีภาระต้องติดตามผู้ขายฝากเอง Tips : สำหรับผู้ขายฝาก ต้องมีวินัยในการเก็บเงิน และวางแผนการเงินระยะยาว เพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามกำหนดสัญญา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn

ประสบการณ์ผู้ขายฝาก : คุณสัจเกษม         คุณสัจเกษม ผู้ขายฝากกับทาง Smartfinn เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาทางการเงิน นำเงินไปหมุนในธุรกิจทัวร์ของตนและช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กลับมาดีขึ้น หลังจากที่เจอสถานการณ์วิกฤตช่วง โควิด-19 จึงต้องการให้ธุรกิจนั้นมีเงินหมุนเวียนที่คล่องตัว   รู้จักกับทาง Smartfinn ได้อย่างไร         รู้จักกับทาง Smartfinn จากการค้นหาคำว่า ขายฝากผ่านช่องทาง Google และลงทะเบียนข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ของสมาร์ทฟินน์   ก่อนที่จะใช้บริการกับ Smartfinn เจอปัญหาการเงินอะไรมาบ้าง         สถานะการเงินที่ผ่านมา คือ ปลอดภาระ ไม่มีหนี้ แต่เนื่องจากช่วงโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ลดลง มีทำเรื่องยื่นกู้กับทางธนาคารแต่ไม่ผ่าน เพราะ statement ไม่สวย และตนเองมีความจำเป็นต้องรีบใช้เงินด่วนมาก จึงนำหลักทรัพย์ประเภทคอนโดฯมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์   ต้องการนำเงินไปทำอะไร         ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยว ซึ่งมีรายจ่ายคงที่ หมุนเงินไม่ทัน ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างให้พนักงานในบริษัทได้ จึงต้องการนำเงินไปหมุนเวียนธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นและนำเงินมาจ่ายค่าจ้างแก่พนักงาน   เหตุผลที่เลือกขายฝากกับ Smartfinn         หาข้อมูลผ่านช่องทาง Google เมื่อดูเปรียบเทียบแล้ว สมาร์ทฟินน์ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับทางธนาคารที่สุด โดยดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.75% ต่อเดือน ใช้เพียงแค่หลักทรัพย์ที่นำมาขายฝากเท่านั้นและไม่เช็คเครดิตบูโร ตนเองมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน จึงปรึกษาโทรคุยกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ดี จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการกับสมาร์ทฟินน์ ได้เงินรวดเร็วมาก สะดวก และปลอดภัย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เมื่อเส้นทางพลิก ธุรกิจต้องรอด ขายฝากช่วยคุณได้

เมื่อเส้นทางพลิก ธุรกิจต้องรอด ขายฝากช่วยคุณได้   วิกฤตโควิดยังไม่ทันจาง หลายจังหวัดต้องเจอกับภาวะน้ำท่วมซ้ำอีก ผู้ประกอบการหลายๆ คนคงเลือกที่จะเซฟตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อลดการบาดเจ็บ ไม่ผลีผลามลงทุนหรือขยายธุรกิจเพิ่มในตอนนี้ นอกจากธุรกิจท่านจะสวนกระแส มาแรงจริงๆ หรือบังเอิญได้ดีลธุรกิจที่ดี และราคาดีจริง   อย่างไรก็ดี หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมธุรกิจ หรือต้องการสต๊อกเงินมาหมุนธุรกิจต่อ สมาร์ทฟินน์เป็นทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม แหล่งเงินทุนเสริมธุรกิจ ด้วยการขายฝากอย่างปลอดภัย   ขายฝากช่วยอะไรคุณได้บ้าง ช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงวิกฤต ที่ค่าใช้จ่ายมาจ่อและรอไม่ได้ สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณแก้ปัญหานี้ได้ทันเวลา และหลังจากนั้น ควรมีการวางแผน อุดรูรั่วเหล่านั้น และหากรายรับยังคงมากกว่ารายจ่าย ต้องหาให้เจอและจำกัดรายจ่ายให้ได้ก่อน และเสริมช่องทางเพิ่มรายได้ แต่ถ้ายังเพิ่มรายรับไม่ได้ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้รายจ่ายน้อยกว่ารายรับให้ได้   เมื่อมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่รู้จะหันไปหาใครดี อย่าคิดพึ่งเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง แถมเสี่ยงอีกต่างหาก ปรึกษาสมาร์ทฟินน์สิคะ ดอกเบี้ยเพียง 9% ต่อปี บริษัทฯ มีที่ตั้งที่ทำการที่ชัดเจน เพียงทำตามขั้นตอนคือ แอดไลน์ @smartfinn แล้ว ส่งโฉนดหน้า-หลัง และฝากเบอร์ติดต่อกลับ เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น ภาระหนี้เดิมที่มี หรือจำนวนเงินที่ต้องการ วัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้ ฯลฯ หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินหลักทรัพย์ เมื่อทราบผล ตกลงราคารับซื้อฝาก-ขายฝากกันได้ ก็นัดวันทำธุรกรรมที่ที่ดิน พร้อมรับเงินหน้างานวันนั้นเลย ไม่ยุ่งยาก ติดต่อผ่านบริษัทฯ ปลอดภัย ไร้กังวล มีปัญหาปรึกษาได้ตลอดสัญญา ประวัติผลงานดูแลผู้ขายฝากมากกว่า 600 ราย   เมื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้ว ต้องตั้งสติและทบทวนว่าธุรกิจที่ทำอยู่นั้น ไปต่อได้หรือไม่ มีทางใดที่จะทำให้เติบโตไปได้มากกว่านี้ หรือใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนา ต่อยอดให้ดีขึ้นได้มั้ย มีใครที่จะสามารถมาช่วยเสริมให้ธุรกิจดีขึ้นได้บ้าง และถ้าต้องนำเงินสำรองที่มีอยู่ไปถมต่อไป   จะมีโอกาสในการได้เงินต้นคืนหรือพลิกฟื้นธุรกิจได้หรือไม่ ใช้เวลานานเพียงใดต่างๆ เหล่านี้ เป็นแนวคิดที่สมาร์ทฟินน์นำมาฝากท่านที่ทำธุรกิจ SMEs ทุกท่านค่ะ ใช่ว่าวิกฤตมาแล้วจะแย่ไปทุกอย่างนะคะ หลายธุรกิจก็เติบโตได้แบบหลายร้อยเท่าตัวก็มี เพียงแต่คุณอย่าเก็บตัวค่ะ เปิดโลกทัศน์ ปรับมุมมอง อุดช่องโหว่ทางธุรกิจ ด้วยหาทีมมาเสริมในจุดที่อ่อน กับเตรียมสต๊อกเงินตุนไว้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้สรรพกำลังก็อย่าพลาดโอกาสนั้น สู้ให้สุดกำลัง เป็นกำลังใจให้ทุกท่านฝ่าฝันช่วงเวลานี้ไปให้ได้นะคะ #เสริมสภาพคล่องต้องสมาร์ทฟินน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn      

อ่านต่อ >>

ขายฝากอย่างไร ไม่ให้โดนโกง

ขายฝากอย่างไร ไม่ให้โดนโกง   เมื่อชีวิตถึงทางตัน ความที่ต้องรีบใช้เงิน เพราะจวนตัว อาจทำให้คุณด่วนตัดสินใจด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อ “เงินด่วน อนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ” ซึ่งเป็นคำที่จูงใจ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เงินด่วน คือ สินเชื่อบุคคล ดอกเบี้ยร้อยละเท่าไรต่อปี หรือ “ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 1.25% ต่อเดือน” หรือ 15% ต่อปีก็จริง แต่มีค่าอนุมัติ ค่าเดินเรื่อง ฯลฯ ที่ไม่แจ้งหน้าเว็บอีกหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ที่ผู้ขายฝากควรต้องสอบถามให้ละเอียด   หรืออีกประการหนึ่งคือ มองหาตัวช่วยที่เป็นสถาบันหรือรูปแบบบริษัทฯ ที่มีที่ตั้งที่ทำการชัดเจน เช็คประวัติกับกระทรวงพาณิชย์ หรือ DBD ว่ายังเปิดให้บริการอยู่   เว็ปไซด์เต็มรูปแบบ บางที่ จะเป็นเว็ปไซด์หน้าเดียวทำจากโปรแกรมสำเร็จรูป แต่ใส่ข้อมูลทุกอย่าง ภาพไม่สมบูรณ์ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบ้าง สี่เหลี่ยมจัตุรัสบ้าง เป็นอีกช่องทางที่ผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาหารายได้เพียงชั่วคราว แล้วสักพักก็ปิดเว็ปหายไป     มีที่อยู่และเบอร์ติดต่อที่ชัดเจน กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ถ้าตรงไปตรงมา สุจริตใจ เจ้าของเว็ปจะแสดงแจ้งชื่อชัดเจน เบอร์ติดต่อที่ทำการที่ชัดเจน แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่ามีที่ทำการที่ติดตามได้ ควรมีเบอร์ 02 หรือเบอร์สำนักงานที่ติดต่อได้ด้วย แสดงถึงการมีหลักแหล่ง ที่ตั้งที่ทำการที่เปิดเผยได้ แต่ถ้าหากมีแค่เบอร์มือถืออย่างเดียว ให้ตัดทางเลือกนี้ทิ้ง     ประวัติหรือผลงานที่ผ่านมา อย่าเชื่อแค่รีวิวในเวปไซต์นั้นเด็ดขาด เพราะคุณไม่อาจทราบได้ว่า รูปที่นำมาลงนั้น เป็นเจ้าของเว็ปจริงหรือไม่ คนที่มาพูดแนะนำว่าเคยใช้บริการนั้น เป็นบุคคลที่ถูกสมมุติขึ้นมาเฉพาะเหตุการณ์นี้ เว็ปนี้หรือปล่าว ***สิ่งที่ควรดู คือ บริษัทฯ นั้นจดจัดตั้งบริษัท เปิดดำเนินการมาเมื่อไร มีใครในสังคมพูดถึง หรือให้การรับรองบ้าง หรือเคยออกสื่อทางช่องทางไหน อย่างไรบ้าง     หากได้ตรวจสอบทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บริการได้อีกขั้นหนึ่ง เพื่อสิทธิประโยชน์ และความปลอดภัยของตัวคุณเอง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทรัพย์เลยกำหนดไถ่ถอน (หลุดขายฝาก) ควรทำเช่นไร

ทรัพย์เลยกำหนดไถ่ถอน (หลุดขายฝาก) ควรทำเช่นไร   “ ทรัพย์หลุด ” จากการทำสัญญาขายฝาก เป็นปัญหาคาใจของเจ้าทรัพย์ ที่อดหวาดระแวงไม่ได้ แต่......สามารถป้องกันได้ ถึงกระนั้น ก็ยังมีปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้เช่นกัน โดยแยกเป็น 2 ปัจจัย คือ   ปัจจัยภายนอก : ติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้ หรือผู้ซื้อฝากเบี้ยวนัด ไม่มาปรากฏตัวให้ไถ่ถอนทรัพย์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญา (แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน 80% นั้น จะกลับกันค่ะ) ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ซื้อฝากตามหาผู้ขายฝากมากกว่า สมมุติว่า ถ้าเป็นกรณีที่ผู้รับซื้อฝากไม่มา ในวันนัดหมายเพื่อทำสัญญาไถ่ถอน เมื่อเลยกำหนดตามวันที่ระบุในสัญญาแล้ว ***หากผู้ขายฝากต้องการหลักทรัพย์ของตนคืน ต้องทำการเจรจาต่อรอง เพื่อขอซื้อหลักทรัพย์นั้นกลับคืน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกัน และเงื่อนไขที่รับกันได้ ว่าผู้ซื้อฝาก (เดิม) จะขายกลับให้ในราคาเท่าไร (ในกรณีนี้ หากไปเจอผู้รับซื้อฝากที่ไม่ซื่อตรง ผู้ขายฝากอาจถูกเอาเปรียบได้) ดังนั้น ผู้ขายฝาก ควรรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ก่อนทำการขายฝาก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางทรัพย์) สามารถศึกษาวิธีรับมือกรณีผู้รับซื้อฝากไม่ยอมมาทำสัญญาได้ ในบทความ “ขายฝาก ทำไงไม่ให้สัญญาขายฝาก หลุด?” และบทความ การขายฝาก “เมื่อเจ้าหนี้วิ่งหนีลูกหนี้”   ปัจจัยภายใน : เกิดจากตนเอง เพราะไม่มีเงินมาไถ่ถอน ก่อนทำสัญญาเงินกู้ทุกประเภท ควรทบทวนความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง รวมทั้งความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้ด้วย กรณีที่เป็นบริษัทฯ หรือนิติบุคคล มีที่ตั้งที่ทำการที่ชัดเจน ทั้งการติดตามผลงาน การให้คำปรึกษาและบริการดูแลตลอดสัญญาจะเขื่อถือได้มากกว่าบุคคล ซึ่งหากผู้ขายฝากได้รับการติดต่อ ทวงถามก่อนครบสัญญาล่วงหน้า หากผู้ขายฝากยังไม่พร้อมไถ่ถอน เตรียมเงินแล้วแต่ยังไม่พอ ควรแจ้งความประสงค์และข้อขัดข้องให้บริษัทฯ ทราบ เพื่อช่วยหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป อย่ารอจนจวนเจียนจะครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว จึงติดต่อกลับมา เพราะยิ่งเวลาเหลือน้อย ผู้ขายฝากจะยิ่งเสียเปรียบ และอาจจะทำให้ผู้ขายฝากเสียทั้งทรัพย์ และเสียสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของได้ สาเหตุจากตัวคุณเอง ไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบล่วงหน้าเพื่อแก้สถานการณ์ได้ทันเวลา   ***ข้อควรปฏิบัติ*** กรณีที่ไม่ต้องการทรัพย์สินนั้นแล้ว ผู้ขายฝากควรหาทางขายหลักทรัพย์ ในราคาตลาดเพื่อปิดหนี้ และนำเงินสดส่วนที่เหลือไปทำธุรกิจ หรือนำไปใช้ในเรื่องที่จำเป็น เจรจา ขอขยายสัญญากับผู้รับซื้อฝาก โดยติดต่อกับบริษัทฯ หรือคนกลาง ให้ประสานงานให้ หากผู้รับซื้อฝากเดิม (กรณีเป็นคนรู้จักกัน ทำสัญญาเอง) ไม่ต่อสัญญาให้ ผู้ขายฝากควรหาผู้รับซื้อฝากรายใหม่ (หากผู้ขายฝาก ยังต้องการใช้ทรัพย์นั้นเป็นหน้าร้าน ที่ทำกินหรือพักอาศัย) ดังนั้น ทางออกที่ดี ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ควรเตรียมตัวล่วงหน้า อย่ารอให้ถึงวันครบกำหนดแล้วจึงจะหาทางแก้ปัญหาทีหลัง นอกจากจะแก้ไขไม่ทันการณ์แล้ว ยังจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเดิม และอาจจะต้องเสียทรัพย์ไปโดยปริยาย   อีกทางหนึ่งที่ช่วยได้ คือหาผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้ ช่วยดูแลคุณและหลักทรัพย์ของคุณ สบายใจ ได้เงินหมุนธุรกิจ เดินต่อได้ กับสมาร์ทฟินน์ ผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ขายฝาก ให้คุณวางใจได้เมื่อทรัพย์อยู่ในความดูแลจากเรา ด้วยมาตรฐานความเป็นบริษัทฯ คุณภาพ ดูแลผู้ขายฝากมากกว่า 500 ราย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด       ปัญหาหลักทรัพย์หลุดขายฝาก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การเลือกนายทุนรับซื้อฝาก การทำสัญญา หรือหลังทำสัญญาไปจนถึงระยะไถ่ถอนหลักทรัพย์     ซึ่งขั้นตอนก่อนทำการขายฝาก สมาร์ทฟินน์ได้เคยให้คำแนะนำอย่างละเอียดในบทความก่อนหน้า สามารถอ่านได้ที่นี่ โดยบทความนี้เราจะกล่าวถึงขั้นตอนก่อนทำการขายฝากเพียงคร่าวๆ แต่จะกล่าวถึงกรณีภายหลังจากทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว คือระยะช่วงก่อนไถ่ถอนหลักทรัพย์   ก่อนขายฝากตรวจเช็ค 3 สิ่งให้ครบถ้วนเสียก่อน เงื่อนไขและข้อเสนอ เปรียบเทียบข้อเสนอ และเงื่อนไขของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย โดยนำมาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน ผู้รับซื้อฝากให้ข้อมูลติดต่อที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว เพราะการทำสัญญาขายฝากเป็นการทำสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี ดังนั้นอย่างน้อยใน 1 ปีข้างหน้าเราจะยังสามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้ ระเบียบวินัยในตนเอง ประเมินความสามารถและวินัยของตนเองด้วยว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดสัญญาหรือไม่ นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกับธุรกิจจริงๆ เท่านั้น   สามารถศึกษารายละเอียดข้อควรรู้และปฏิบัติก่อนการขายฝากเพิ่มเติมได้ที่บทความ 3 กฎเหล็กต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝาก   ระหว่างขายฝาก เช็คข้อมูลสัญญา จดบันทึกให้เรียบร้อย     ในขั้นตอนนี้ภายหลังการทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ผู้ขายฝากจดบันทึก หรือตั้งแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาเนิ่นๆตั้งแต่ 6 เดือน 3 เดือนเพื่อเตือนตนเองว่าใกล้ครบกำหนดสัญญา     แต่ในขณะเดียวกันทางนายทุนผู้รับซื้อฝาก มีหน้าที่ตามที่กฏหมายกำหนดคือการทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ขายฝากล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้ผู้ขายฝากได้มีโอกาสได้เตรียมตัว/ตื่นตัวในการรวบรวมเงินเพื่อมาไถ่ถอนหลักทรัพย์กลับคืนให้ทันตามกำหนด   ก่อนไถ่ถอนแยกเป็น กรณีมีเงินไถ่ หรือประเมินแล้วว่า ไม่มีเงินไถ่   กรณีมีเงินพร้อมไถ่ถอน     ให้ทำการนัดหมายวันและเวลากับผู้รับซื้อฝากเพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามที่ตกลงกันไว้ ตามปกติแล้วทั่วไปเราจะไม่พบปัญหาจากการที่ผู้ขายฝากมีเงินมาไถ่ถอนกันเท่าไหร่นัก แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมักเป็นกรณีที่ผู้รับซ์้อฝากไม่มาให้ไถ่ถอน แยกเป็น 2 กรณี ผู้รับซื้อฝากมาไถ่ถอน เตรียมเงินสินไถ่มาให้ครบถ้วน พร้อมเอกสารแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์หลักทรัพย์กลับคืน ผู้รับซื้อฝากไม่มาไถ่ถอน     กรณีที่ผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้รับซื้อฝากกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัพย์สิน หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามกำหนด แต่หาคนรับซื้อไม่เจอ ติดต่อไม่ได้     วิธีแก้ปัญหา คือ ให้เอาเงินสินไถ่ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดีนะคะ อย่าปล่อยให้ผ่านเลยวันสิ้นสุดสัญญา โดยผลของการวางทรัพย์ ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้ที่ต้องชำระ ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากอีกต่อไป     การแก้ปัญหาโดยวิธีวางทรัพย์นี้มีคนรู้กันน้อยมาก ซึ่งทำให้ผู้ขายฝากเหล่านั้นต้องเสียที่ดินให้กับผู้รับซื้อฝากไป ดังนั้นควรนัดหมายหรือติดต่อผู้รับซื้อฝากตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันกำหนดสัญญา   กรณีไม่มีเงินไถ่ถอน ยังต้องการหลักทรัพย์คืน ให้รีบดำเนินการเจรจากับผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอขยายสัญญาต่อ โดยขั้นตอนขยายสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงใหม่ระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ไม่ต้องการหลักทรัพย์คืน ให้ผู้ขายฝากเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยแนะนำให้หาทางขายหลักทรัพย์และนำเงินมาไถ่ถอนให้กับผู้รับซื้อฝาก เพราะการขายหลักทรัพย์จะทำให้ท่านได้ราคาตามที่ต้องการ หลังจากไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วจะยังมีเงินก้อนเหลือเป็นทุนได้อีก   ไม่แนะนำให้ผู้ขายฝากละเลย ปล่อยหลักทรัพย์ให้เสียกรรมสิทธิ์ไปตามวันสิ้นสุดสัญญา เพราะวงเงินที่ได้รับตอนขายฝากนั้นไม่ใช่วงเงิน 100% ของมูลค่าหลักทรัพย์จริง จะทำให้ผู้ขายฝากเสียโอกาสและกำไรจากหลักทรัพย์ที่นำไปขายฝาก โดยสามารถศึกษารายละเอียดการขายฝากก่อนขายจริงที่นี่     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

3 กฎเหล็กต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝาก

    การขายฝาก คือ การซื้อขายทรัพย์สินประเภทหนึ่ง (การทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินรูปแบบหนึ่งโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน) ก่อนการตัดสินใจกู้ยืมเงินไม่ว่าประเภทใด ควรทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วน เนื่องจากธุรกรรมแต่ละประเภท มีกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกันไป       ข้อผิดพลาดของคนจำนวนมากที่เกิดจากการกู้ยืมเงิน มักมาจากการตัดสินใจที่เร่งด่วน เพราะรีบใช้เงิน ไม่ทันได้ปรึกษาหรือเปรียบเทียบข้อมูลที่ดีพอ ก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมาระยะยาว คือ ดอกเบี้ยที่สูงเกินกำลังจะจ่ายไหว วงเงินที่ได้รับ ต่ำกว่าความเป็นจริง กำหนดกรอบระยะเวลาคืนเงินที่สั้นเกินไป เป็นต้น   กฎเหล็กข้อที่ 1 เงื่อนไขและข้อเสนอ     สอบถามรายละเอียด เงื่อนไขของการขายฝาก เปรียบเทียบข้อมูลแหล่งทุนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับตนเอง โดยประเด็นหลักๆ ที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่   1. อัตราดอกเบี้ย     สอบถามอัตราดอกเบี้ยของแต่ละที่ เปรียบเทียบโดยจัดลำดับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่า อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันแค่ 1 หรือ 2 % หากคำนวณให้ดีแล้ว จำนวนเงินจะต่างกันพอควร เช่น เงินต้น 1,000,000 (หนึ่งล้านบาท) หากได้อัตราดอกเบี้ยที่ 8% ต่อปี = 80,000 บาท     แต่ถ้า “ 1,000,000 (หนึ่งล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยที่ 10% ต่อปี = 100,000 บาท จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ย 2% ที่ต่างกันนั้น เป็นเงิน 20,000 บาท ทีเดียว ซึ่งเงินตรงส่วนนี้สามารถนำไปจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือซื้อของใช้จำเป็นในบ้านได้อีกหลายเดือน     2. วงเงินที่ได้รับ นำข้อเสนอและวงเงินที่ได้รับจากแต่ละที่มาเปรียบเทียบ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก วงเงินควรเป็นไปตามความต้องการที่แท้จริง ผู้ขายฝากสามารถเลือกแหล่งเงินทุนที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ แต่วงเงินไม่ต้องสูงที่สุดก็ได้ เมื่อเทียบกับแหล่งทุนที่อื่น เพียงแค่ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและวงเงินที่ต้องการ บวกกับความสามารถในการไถ่ถอนหรือใช้คืน   3. ระยะเวลาของสัญญา ระยะเวลาสัญญา ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด #กฎหมายขายฝากฉบับใหม่ 16 เมษายน 2562 ระยะเวลาครบสัญญาไถ่ถอน ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี   กฎเหล็กข้อที่ 2 ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน     เนื่องจากการทำธุรกรรมขายฝากนั้น เป็นการกู้ยืมเงินที่ให้บริการโดยบุคคล บริษัทหรือนิติบุคคลทั่วไปได้ ยกเว้นสถาบันการเงิน (ธนาคาร) ดังนั้นจึงควรตั้งคำถามหลักๆ ดังนี้   1. ชื่อผู้ติดต่อ ประสานงานสามารถยืนยันและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ หากเป็นบุคคลทั่วไป ควรสอบถาม ชื่อ-นามสกุล แหล่งที่มาของบุคคลนั้นๆ ชื่อเสียงและประสบการณ์ในอดีต พร้อมเอกสารแสดงตัวตนประกอบ เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลที่พูดคุยนั้นมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ (ตามสำมะโนประชากร หรือทะเบียนราษฎร์) ต้องเป็นผู้ที่มีหลักแหล่ง มีที่อยู่ที่ชัดเจน สามารถติดต่อประสานงานได้   ถ้ากรณีแหล่งเงินทุนเป็นบริษัทฯ หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้า ถือว่ามีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง**เพราะมีสถานที่ตั้ง สถานประกอบการที่ชัดเจน ตรวจสอบชื่อเสียงได้ และหากย้ายหรือเปลี่ยนที่ทำการ ก็สามารถติดต่อประสานงานหรือขอความช่วยเหลือในอนาคตได้   2. ทบทวนผลงานที่ผ่านมา โดยดูจากจำนวนผลงานที่ผ่านมา ระยะเวลาที่เปิดให้บริการ ความคิดเห็นหรือประสบการณ์ของผู้ที่เคยทำธุรกรรมด้วย ข้อเสนอที่ผู้ขายฝากได้รับ ตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ มีเงื่อนไขอื่นๆ แต่ไม่ชี้แจงหรือแสดงหน้าเวปไซด์หรือปล่าว เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้หวังผลประโยชน์แอบแฝง     กฎเหล็กข้อที่ 3 ระเบียบวินัยทางการเงิน 1. ต้องมีความรับผิดชอบ และมีวินัยในตัวเอง  ประเมินความสามารถและวินัยของตนเองด้วยว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดสัญญาหรือไม่ นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกับธุรกิจจริงๆ เท่านั้น   2. รู้สิทธิ์ของตน ศึกษากฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝากและสิทธิ์ของผู้ขายฝาก เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ไม่หวังดี   มีผู้ขายฝากจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์หรือปิดหนี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ละเลยกฎเหล็กทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา บางคนก็เสียแหล่งทำมาหากินของตน เพราะจัดการระบบการเงินไม่ดีพอ ไม่สามารถเก็บเงินไถ่ถอนทรัพย์เป็นก้อนได้ ได้แต่ชำระดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ เท่านั้น #เพื่อลดปัญหาขายฝากหลุดสัญญา อย่าลืมยึดหลักตามกฎเหล็ก 3 ข้อนี้นะคะ   เงื่อนไขและข้อเสนอ ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน ระเบียบวินัยในตนเอง       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Checklist เตรียมตัวเพื่อไถ่ถอนขายฝาก

  เนื่องในโอกาสวันดีได้ไถ่ถอนหลักทรัพย์ทั้งที คงจะต้องเซ็งไปหากเตรียมตัวไว้ไม่พร้อม มาเช็คกันเถอะว่าคุณพร้อมที่จะไปไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วหรือยัง   สิ่งที่ผู้ขายฝากต้องเตรียม เอกสารคู่สัญญาขายฝาก เอกสารที่ทำร่วมกันกับผู้รับซื้อฝาก เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยนำไปทั้งฉบับจริงและสำเนา เงินต้นและสินไถ่ ให้เตรียมเงินส่วนนี้ไปเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเท่านั้นเพื่อชำระต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน   สิ่งที่ผู้รับซื้อฝากต้องเตรียม เอกสารคู่สัญญาขายฝาก เอกสารที่ทำร่วมกันกับผู้รับซื้อฝาก เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยนำไปทั้งฉบับจริงและสำเนา เตรียมโฉนดหลักทรัพย์ที่ทำสัญญาขายฝาก   *หมายเหตุ - เอกสารเพิ่มเติม* ๑. หนังสือมอบอำนาจ ท.ด.๒๑ - กรณีที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ๒. หนังสือยินยอมคู่สมรส และเอกสารคู่สมรสแนบท้าย - กรณีที่มีคู่สมรส   Tips : ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน - เบื้องต้นก่อนการไถ่ถอนจริง ผู้ขายฝากควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ณ สาขาที่ต้องทำธุรกรรม ในส่วนของค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ปัญหาที่ไม่อาจเลี่ยง วิธีฝ่าวิกฤตธุรกิจขาดสภาพคล่อง

ปัญหาที่ไม่อาจเลี่ยง วิธีฝ่าวิกฤตธุรกิจขาดสภาพคล่อง   จากบทความก่อนหน้าที่แนะนำการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาขาดสภาพคล่องของธุรกิจ อย่างที่กล่าวไปว่าเงินนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการหมุนเวียน ใช้จ่าย ดำเนินกิจการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงินคือไม่มีทรัพย์สิน ในความเป็นจริงแล้ว ทรัพย์สินแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ทรัพย์สินที่มีตัวตนอย่าง ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงิน หุ้น พันธบัตร หรือสุดท้าย ทรัพย์สินไม่มีตัวตน เช่น เครื่องหมายการค้า ความนิยมของสินค้าหรือกิจการ (แบรนด์)   ดังนั้นเมื่อปัญหาที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดนั้น มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราก็ต้องมีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้พร้อมอยู่เสมอ ก่อนอื่นเช็คลิสต์กันก่อนว่าเรา ธุรกิจหรือกิจการของเรานั้นมีอะไรในกำมือบ้าง   ทรัพย์สินที่มีตัวตน ลูกหนี้คงค้าง สินค้าคงคลัง สถานะทางการเงิน หรือ รายการเดินบัญชี รายจ่ายรอชำระ   เมื่อสำรวจแล้วก็จะสามารถแยกได้ว่าสิ่งใดที่เราสามารถทำเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาขณะนี้ไว้ก่อนได้บ้าง มาเริ่มกันที่   1. ทรัพย์สินที่มีตัวตน อย่างที่ดิน โรงงาน ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งสามารถนำมาเป็นแหล่งเงินทุนได้ โดยสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการขายขาดหรือระยะสั้นเท่านั้น   การบริหารทรัพย์สินระยะสั้น ในกรณีที่ต้องการนำมาหมุนในช่วงเวลานึง เพื่อเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นทุนหมุนเวียน โดยเรายังมีอำนาจการพักอาศัย ใช้สอย หรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น อย่างการ “ขายฝาก”   ขายฝากคืออะไร อธิบายให้เข้าใจง่ายๆนั่นคือการจำนำโฉนดที่ดิน การนำโฉนดที่ดินไปจำนำกับนายทุนเพื่อรับเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียน ซึ่งหากสนใจการขายฝากหลักทรัพย์ ก็สามารถขายฝากได้ที่ บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือที่ใครๆรู้จักในชื่อว่า SMARTFINN เป็นแพลตฟอร์มขายฝาก ที่ผู้ขายฝากได้พบปะนักลงทุน เป็นมืออาชีพด้านหาเงินทุนให้ลูกค้าได้รับคู่สัญญาและข้อตกลงที่ดีที่สุด   2. เร่งรัดเก็บหนี้สินคงค้างจากลูกหนี้เหลือ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนในกิจการต่อไป   3. บริหารสินค้าคงคลังให้เกิดประโยชน์ เหมาะสมกับความต้องการของผู้ซื้อ เร่งจัดการสินค้าคงค้างไม่ปล่อยให้ตุน หรือตายอยู่ในคลังนานเกินไป   4. หากกิจการนั้นมีรายการเดินบัญชีหรือสถานะทางการเงินที่ดี ดูสวยงาม แนะนำเลย! ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับกิจการประเภทนี้เลย โดยการให้นำพากิจการไปพึ่งสถาบันการเงินในรูปแบบการกู้ยืมเงินระยะสั้น มาใช้จ่ายหมุนเวียนชั่วคราวก่อน   5. จัดการรายจ่ายรอชำระ ให้ดำเนินการยืดระยะเวลา หรือเจรจาประณีประณอมก่อนในเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เสียประวัติทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลไม่ดีต่อธุรกิจในระยะยาว   เช็คลิสต์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้ทั่วไปไม่เฉพาะว่าธุรกิจกำลังพบปัญหาการขาดสภาพคล่องเท่านั้น เป็นการเสริมความราบรื่นให้กับธุรกิจได้มากขึ้น       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เตรียมความพร้อมธุรกิจรับมือปัญหาขาดสภาพคล่อง

เตรียมความพร้อมธุรกิจรับมือปัญหาขาดสภาพคล่อง   การทำธุรกิจและปัญหาขาดสภาพคล่องมักเป็นของคู่กัน ซึ่งสามารถเกิดได้จากปัจจัยหลายๆอย่างทั้งภายในและภายนอก เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของคู่แข่งในตลาด และแน่นอนว่าจะนำมาซึ่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารกิจการขณะนั้น   การเตรียมตัวที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแม้ว่าวันหนึ่งที่ธุรกิจนั้นมาถึงจุดขาดสภาพคล่องก็ตาม แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ได้มากเสียจนไม่สามารถกอบกู้หรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้เลย และหากว่าธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี ปราศจากปัญหาการขาดสภาพคล่องนั่นยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเจ้าของกิจการอย่างแน่นอน   เงินนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการหมุนเวียน ใช้จ่าย ดำเนินกิจการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงินคือไม่มีทรัพย์สิน ในความเป็นจริงแล้ว ทรัพย์สินแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ทรัพย์สินที่มีตัวตน อย่าง ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงิน หุ้น พันธบัตร หรือสุดท้าย ทรัพย์สินไม่มีตัวตน เช่น เครื่องหมายการค้า ความนิยมของสินค้าหรือกิจการ (แบรนด์)   สำหรับเจ้าของกิจการบางคนแล้วอาจมีครบทั้ง 3 ประเภทเลยก็ว่าได้ ดังนั้น มาเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาขาดสภาพคล่องกันดีกว่า! การเตรียม/ออมเงินสำรอง การบริหารลูกหนี้ - เร่งรัดเก็บหนี้สินตามกำหนดอย่างครบถ้วน การจัดการสินค้าคงคลัง - ไม่ให้สินค้าตายหรือเหลือค้างในคลัง การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรายรับ-รายจ่าย ด้วยความรอบคอบและถูกต้อง   เป็นวิธีเตรียมพร้อมเบื้องต้นเพื่อไม่ให้นำมาสู่ปัญหาขาดสภาพคล่องของธุรกิจ แต่เมื่อปัญหามิอาจหลีกเลี่ยงได้ จะแก้ปัญหาได้ก็ต้องไตร่ตรอง วิเคราะห์ถึงที่มาของปัญหาก่อน และดูว่ามีวิธีการจัดการกับปัญหาขาดสภาพคล่องได้อย่างไรบ้าง ที่นี่     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562

สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562   จากพระราชบัญญัติที่ประกาศล่าสุด กรมที่ดินได้มีการจัดทำสรุปคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝาก และผู้ซื้อฝาก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เผยแพร่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประชาชนที่ทำการขายฝาก ดังนี้     แหล่งที่มา: กรมที่ดิน ฝ่ายประชาสัมพันธ์   ซึ่งใจความสำคัญหลักของกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ ณ วันที่ 15 เมษายน 2562 มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้คุ้มครองผู้ขายฝากที่ดินให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น เข้าใจง่าย ดังนี้   สัญญาขายฝากต้องมีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี สามารถไถ่ถอนก่อนเวลาได้ หากเกินเวลา สามารถซื้อคืนได้ในราคาที่ตกลงกัน ผู้ขายฝากสามารถอาศัย ใช้สอยจากหลักทรัพย์ที่ขายฝากได้ถึงวันสิ้นสุดการไถ่ หากผู้ขายฝากต้องการขยายเวลาไถ่ถอน ต้องตกลงกับผู้ซื้อฝากและทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ 2 ฝ่าย มาดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากผู้ขายฝากไม่สามารถชำระสินไถ่ให้กับผู้ซื้อฝากได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากทำการวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินทุกจังหวัด หรือจังหวัดที่จดทะเบียนขายฝาก ได้ภายใน 30 วันจากวันที่กำหนด ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งวัน เวลา และจำนวนสินไถ่ โดยแจ้งรายละเอียดการไถ่กับบุคคลใด ที่ไหน พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝาก เป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่ระบุในสัญญาขายฝาก หากไม่มีการแจ้งผู้ขายฝากสามารถขยายเวลาการไถ่ไปได้ไม่เกิน 6 เดือน การจดทะเบียนไถ่ และใช้สิทธิไถ่เป็นคนละส่วน ว่าง่ายๆก็คือ เมื่อใช้สิทธิไถ่แล้วค่อยมาจดทะเบียนไถ่ตามหลังได้ (ตามข้อที่ 4) โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ห้ามเกินกำหนดสัญญา เมื่อชำระค่าสินไถ่แล้ว กรรมสิทธิ์ถือเป็นของผู้ขายฝากทันที โดยนำหลักฐานการไถ่ หรือการวางทรัพย์ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจดทะเบียนไถ่ฝ่ายเดียวได้ กรณีไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้นำหลักฐานการวางทรัพย์มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่ออายัดทรัพย์ได้ทันที ป้องกันมิให้มีการทำนิติกรรมต่อไป หากผู้ซื้อฝากไม้ได้ทำการแจ้งตามข้อ 5 แต่ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนภายใน 6 เดือนหลังจากวันครบกำหนด ให้ผู้ซื้อฝากทำหลักฐานการไถ่ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีการไถ่ถอน ณ วันที่ใดและยินยอมให้ไถ่ถอนได้ พร้อมรับรองว่าผู้ซื้อฝากมิได้ทำหนังสือแจ้งผู้ขายฝากเรื่องวันครบกำหนด   ทั้งนี้ผู้ขายฝากควรศึกษารายละเอียดกฎหมายการขายฝากฉบับใหม่ให้ถี่ถ้วน เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและไม่เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ซื้อฝากที่ต้องการเอาเปรียบ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์

ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์   ในบทความนี้จะกล่าวถึงผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ ทำไมต้องในแบบของสมาร์ทฟินน์ เนื่องจากเงื่อนไขของผู้ซื้อฝากมีแตกต่างกันไป จึงมีกฎร่วมกันระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากผ่านสมาร์ทฟินน์   โดยผู้ซื้อฝากหรือนักลงทุนที่ต้องการลงทุนผ่านสมาร์ทฟินน์ ได้ยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงร่วมกันที่มีนโยบายคือ แพลตฟอร์มขายฝากอสังหาฯ อันดับหนึ่ง สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา ในบทความ ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์     ผู้ขายฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ สำหรับสมาร์ทฟินน์ จะไม่ทำการตรวจเช็คเครดิตบูโร หรือรายการเดินบัญชี เพราะเราเข้าใจ SMEs การทำธุรกิจมักมีช่วงเวลาที่ต้องใช้จ่ายมากในบางครั้ง แต่ไม่สามารถขอกู้เงินกับทางสถาบันการเงินได้ เพื่อให้ได้รับเงินก้อนภายใต้ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพียงมีหลักทรัพย์เป็นของตนเองก็สามารถเป็นผู้ขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ได้ ซึ่งมั่นใจได้ว่าการขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์นั้น สามารถได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีที่สุดเพียง 0.75% ต่อเดือน พร้อมทั้งวงเงินสูงถึง 70% ของราคาประเมิน   ผู้ซื้อฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ ผู้ซื้อฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ สามารถสบายใจได้ทุกขั้นตอน เนื่องจากหลักทรัพย์ทุกรายการ มีการตรวจสอบตามขั้นตอน ที่มั่นใจได้ว่าหลักทรัพย์ที่ต้องการลงทุนนั้นเป็นโฉนดที่ดินโดยสมบูรณ์ โดยสามารถศึกษาได้จากบทความ ทำไมขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ต้องใช้โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เท่านั้น หากสนใจเป็นนักลงทุนสามารถ ลงทะเบียนได้หน้าเว็บไซต์ และรอประมูลหลักทรัพย์เพื่อรับผลตอบแทนสูงถึง 9-12% ต่อปี โดยสามารถเลือกและตกลงกับผู้ขายฝากได้ด้วยตนเอง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์

ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์   Smartfinn คือคนกลางที่จัดพื้นที่ให้พบปะระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากอย่างเป็นธรรม   ผู้ขายฝาก คือ ผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง และมีความต้องการใช้เงินเร่งด่วน โดยมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการกู้ผ่านสถาบันการเงิน ผู้ซื้อฝาก คือ ผู้ที่สนใจที่จะเพิ่มมูลค่าเงิน ด้วยการนำเงินมาลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ไม่ชอบความเสี่ยง และความยุ่งยาก   หากยังสงสัยความแตกต่างระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากในแบบของสมาร์ทฟินน์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์     Smartfinn เป็นตัวกลางสร้างความยุติธรรมให้กับทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้ขายฝาก Smart saver ลดภาระดอกเบี้ยขายฝากที่สูง เหลือเพียง 0.75% ต่อเดือน Smart revenue ราคารับขายฝากสูงสุดถึง 70% Smart contract สัญญาถูกต้องตามกฎหมาย ณ สำนักงานที่ดิน     ผู้ซื้อฝาก Smart choice มีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงค้ำประกัน Smart return อัตราผลตอบแทนสูง 9-12% ต่อปี Smart decision ประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมิน ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.   สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ทำไมขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ต้องใช้โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เท่านั้น

โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เป็นเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่าสมบูรณ์ และยืนยันตรวจสอบได้ว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิหลักทรัพย์ที่แท้จริง เนื่องจากเอกสารแสดงสิทธิประเภทอื่นๆนั้น ยังไม่สามารถนับได้ว่าเป็นโฉนดที่ดินโดยสมบูรณ์ ที่สามารถทำการโอนกรรมสิทธิ์ จำนอง ให้แก่ผู้อื่นได้ หากใครสงสัยว่าเหตุใดจึงปฏิเสธเอกสารแสดงสิทธิประเภทอื่นๆ ที่สามารถยืนยันสิทธิได้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ โฉนดที่ดินคืออะไร   เพราะเหตุใดสมาร์ทฟินน์จึงคัดกรองเพียงเอกสารประเภท โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) ในการขายฝากเท่านั้น     เพราะนโยบายของทางสมาร์ทฟินน์ คือ แพลตฟอร์มขายฝากอสังหาฯ อันดับหนึ่ง สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา ในบทความ ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เป็นตัวกลางสร้างความยุติธรรมให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นสมาร์ทฟินน์จึงสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนด้วยโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔)   สำหรับผู้ขายฝากที่ต้องการจะขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์สามารถถ่ายภาพหน้า-หลัง เอกสารโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) ที่มีสัญลักษณ์ตราครุฑสีแดง ส่งให้ทางเจ้าหน้าที่สมาร์ทฟินน์เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป   SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ต้องการเงินด่วน ติดบูโร แต่มีอสังหาฯ

ต้องการเงินด่วน ติดบูโร แต่มีอสังหาฯ   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์มแมชชิ่งขายฝาก กับ นักลงทุน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถขอกู้ธนาคารและ มีหลักทรัพย์เป็น บ้าน คอนโดฯ อาคารพาณิชย์ ที่ดินโรงแรม พิจารณาวงเงินจากหลักทรัพย์ ไม่เช็คสถานะทางการเงิน(บูโร)   การทำขายฝาก เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านเครดิต ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อในเวลานั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติการขอสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร เช่น ไม่มีหลักฐานการแสดงที่มาของรายได้ ไม่ได้เดินบัญชีธนาคาร     ข้อควรทราบก่อนตัดสินใจเลือก ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ ขายฝากอสังหาฯ คือ การทำนิติกรรม ซื้อขายอสังหาฯ รูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที แต่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ขายฝากนั้น สามารถนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินของตนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นการทำสัญญา "ขายและให้โอกาสในการซื้อคืนนั่นเอง"     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

การขายฝาก VS การฝากขาย

การขายฝาก VS การฝากขาย   ฟังดูอาจมีความคล้าย หลายคนสับสนกับสองคำนี้ ระหว่าง “ขายฝาก” กับ “ฝากขาย” ว่าเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งจริงแล้วทั้งสองคำความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง SMARTFINN จะมาบอกถึงความแตกต่างของทั้งสองคำ   การขายฝาก ถือเป็นสัญญาซื้อขายประเภทหนึ่ง ซึ่งการขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ขายฝากจะนำทรัพย์สินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีการทำนิติกรรมซื้อฝาก-ขายฝากต่อหน้าเจ้าพนักงานกรมที่ดิน ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่ทำการจดทะเบียนฯ ผู้ขายฝากสามารถนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนผู้รับซื้อฝากจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย และได้รับเงินทุนคืนเมื่อมีการไถ่ถอน   การฝากขาย นั้นมีความหมายตรงๆตัว คือ ผู้ฝากขาย นำทรัพย์สินของตนไปฝากให้ตัวแทนนายหน้า , โบรกเกอร์ ช่วยทำการโฆษณา,ประชาสัมพันธ์ขายทรัพย์สินให้กับเจ้าของทรัพย์ ช่วยทำให้ขายได้ง่ายและเร็วมากขึ้น ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะถูกโอนก็ต่อเมื่อมีการขายทรัพย์สินได้จริง     ความแตกต่างระหว่าง “ขายฝาก” และ “ฝากขาย”   ขายฝาก ฝากขาย - ทำนิติกรรม สัญญาซื้อฝาก-ขายฝาก ที่กรมที่ดิน - มีสัญญากับนายหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร - โอนกรรมสิทธิ์ทันทีที่มีการทำสัญญาต่อเจ้าพนักงานกรมที่ดินให้กับผู้ที่รับซื้อฝาก - ผู้ขายยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จะโอนกรรมสิทธิ์ต่อเมื่อมีการขายทรัพย์ได้จริงให้กับผู้ที่รับซื้อ - สามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ในระยะเวลากำหนด - เปลี่ยนโอนเจ้าของ ขายขาด - จ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดสัญญา     เห็นแล้วว่า “ขายฝาก” และ “ฝากขาย” นั้นมีวัตถุประสงค์การดำเนินการที่ต่างกัน ทาง SMARTFINN หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และนำไปเลือกใช้ได้ถูก ระหว่าง “ขายฝาก” และ “ฝากขาย”     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝาก ทำยังไงไม่ให้สัญญาขายฝากหลุด?

ขายฝาก ทำยังไงไม่ให้สัญญาขายฝากหลุด ?   หลายครั้งที่การทำธุรกิจอาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือบุคคลมีความจำเป็นต้องใช้เงินแบบเร่งด่วน ได้ดำเนินการขายฝากทรัพย์กับผู้รับซื้อฝากแล้ว และเกิดความกังวลว่าสัญญาขายฝากจะหลุดอันเกิดจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ลืมกำหนดครบสัญญา , ขาดส่ง หรือ ไม่มีเงินมาไถ่ถอนคืน , ไม่สามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน เป็นต้น ถ้าหากปล่อยให้สัญญาขายฝากหลุดอาจเกิดปัญหาหรืออาจส่งผลร้ายทำให้ทรัพย์หลุดมือไปเป็นของคนอื่นได้ ดังนั้น ทาง SMARTFINN จะมาแนะนำการลดปัญหาอันเกิดจากสัญญาขายฝากหลุด     ในขณะทำสัญญาขายฝาก ควรอ่านข้อกำหนดในสัญญาขายฝากอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาในการขายฝากทรัพย์ ระยะเวลาขายฝากควรกำหนดให้สอดคล้องกับความสามารถในการหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ การขอขยายระยะเวลาในการไถ่ถอนทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก สามารถขอนัดทำสัญญาล่วงหน้าได้ ไม่จำเป็นต้องถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน การขยายระยะเวลาไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝาก ต้องไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน เหมือนตอนทำสัญญาขายฝาก   ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้ ผู้ขายฝากสามารถไปวางเงินไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากได้ที่ สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งจะทำให้ทรัพย์ที่ขายฝากนั้นกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนทันที   ทั้งนี้ เพียงแค่ผู้ขายฝากทำความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับระเบียบข้อสัญญากฎหมายขายฝาก ก็ไม่ต้องกังวลว่าสัญญาของท่านจะหลุดมือไปเป็นของคนอื่น     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก   ๑. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่ง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อทันทีที่จดทะเบียนโดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีและไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝาก(มาตรา ๑๐) กำหนดเวลาไถ่นี้เป็นเรื่องของช่วงเวลา เช่น ขายฝาก มีกำหนด ๒ ปีผู้ขายฝากจะไถ่คืนเมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องรอจนครบ ๒ ปี แต่ถ้าผู้ขายฝากไม่ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินภายในกำหนดเวลา ย่อมหมดสิทธิ์ไถ่ทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป (เว้นแต่จะเป็นกรณีตกลงซื้อขายใหม่) และมีผลทำให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด     ๒. การใช้ทรัพย์สินที่ขายฝาก ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และถือเอาซึ่ง ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝาก เพื่อประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยจนถึงวันที่หมดสิทธิในการไถ่โดยไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อฝากและให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์สินที่ขายฝากในระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝากด้วย (มาตรา ๑๒)     ๓. กำหนดเวลาขายฝาก สัญญาขายฝากที่กำหนดเวลาไถ่ไว้ต่ำกว่าสิบปี (มาตรา ๑๐) ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ หากผู้ขายฝากเห็นว่าไม่อาจใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาได้ ควรทำความตกลงกับผู้ซื้อฝากเพื่อขอขยายกำหนดเวลาไถ่ การขยายกำหนดเวลาไถ่อย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ขายฝาก และควรนำข้อตกลงดังกล่าวมาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากต้องมาดำเนินการจดทะเบียนด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ขอจดทะเบียนขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝากเมื่อผลกำหนดเวลาไถ่ไปแล้ว จะต้องมีหนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อฝากที่ได้ทำขึ้นก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาไถ่ มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย     ๔. สิทธิและหน้าที่ของผู้ขายฝาก ๔.๑ การใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลา ถ้าผู้ขายฝากต้องการได้กรรมสิทธิ์คืนต้องขอไถ่ภายในกำหนดเวลาสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก โดยชำระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝาก หรือ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วางไว้ (มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง)   ๔.๒ การใช้สิทธิไถ่กรณีกฎหมายบัญญัติให้ขยายกำหนดเวลาไถ่ออกไปอีก (๑) กรณีผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก (ถ้ามี) ไปยังผู้ขายฝากก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝาก(มาตรา ๑๗) (๒) กรณีผู้ขายฝากใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก แต่ไม่อาจใช้สิทธิการไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น ได้ภายในสามสิบวันนับแต่ถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือ นับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่อาจใช้สิทธิดังกล่าวได้สิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี (มาตรา ๑๘ วรรคสอง)     ๕. สิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อฝาก ๕.๑ ก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) ไปยังผู้ขายฝาก โดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากตามที่อยู่ที่ปรากฏในสัญญาขายฝาก กรณีที่ผู้แจ้งมิใช่ผู้ซื้อฝากเดิมต้องแจ้งไปด้วยว่าต้องไถ่กับผู้ใดและสถานที่ที่จะต้องชำระสินไถ่(มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง) ๕.๒ หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการตามข้อ ๕.๑ ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระสินไถ่ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝาก     ๖. การจดทะเบียนไถ่ถอนจากการขายฝากเป็นคนละส่วนกับการใช้สิทธิไถ่ เพราะการจดทะเบียนไถ่จากขายฝากจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การใช้สิทธิไถ่ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยนำสินไถ่ส่งมอบแก่ผู้ซื้อฝากภายในกำหนดเวลาไถ่ ถ้าไม่สามารถตามตัวผู้ซื้อฝากได้ หรือผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้มีการไถ่ ให้นำสินไถ่ไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ ตามนัยมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อใช้สิทธิไถ่แล้วควรรีบมาขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเร็วหากทิ้งไว้อาจเกิดความเสียหายได้ เมื่อได้ชำระสินไถ่แล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากจะตกเป็นของผู้ขายฝากทันที ผู้ขายฝากจึงชอบที่จะนำหลักฐานเป็นหนังสือจากผู้ซื้อฝากแสดงว่าได้มีการไถ่ถอนแล้ว หรือนำหลักฐานการวางทรัพย์พร้อมด้วยหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนจะขายฝากต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ในกรณีวางทรัพย์แล้วไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมา ให้นำหลักฐานการวางทรัพย์มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อหมายเหตุกลัดติดไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดิน และลงบัญชีอายัดให้ทราบถึงการวางทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ซื้อฝากซึ่งมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป     ๗. กรณีไม่มีการไถ่จากขายฝากภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดเวลาไถ่ที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝากไปแล้ว เนื่องจากก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือน แต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากเพื่อให้ผู้ขายฝากทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยผู้ซื้อฝากทำหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการไถ่ถอนแล้วคนระบุให้ได้ใจความว่า ผู้ซื้อฝากได้รับเงินค่าไถ่จากขายฝากครบถ้วนและถูกต้องแล้วแต่วันที่....เดือน....พ.ศ..... ยินยอมให้มีการไถ่ถอนได้ พร้อมทั้งรับรองว่าผู้ซื้อฝากมิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒     ๘. การกำหนดจำนวนสินไถ่จากกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วจะเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ต่อปีไม่ได้ โดยคำนวณนับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่     ๙. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝากแตกต่างจากจำนอง กล่าวคือ การจดทะเบียนขายฝาก ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นค่าจดทะเบียนขายฝากในอัตราร้อยละ ๒ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด นอกจากนี้ยังต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากรและในการจดทะเบียนไถ่จากขายฝากจะต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ โดยคำนวณระยะเวลาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่วันที่ได้มีการทำสัญญาขายฝากถึงวันที่จดทะเบียนไถ่จากขายฝากอีกด้วย       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากคืออะไร ?

ทำไมต้อง ขายฝาก ? ที่ผู้คนเลือกขายฝากทรัพย์สินกันนั้น เพราะมีความจำเป็นทางการเงิน ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วผู้ให้กู้ มักเรียกให้นำทรัพย์สินหรือบุคคลมาค้ำประกันการชำระหนี้ด้วย เช่นการให้นำทรัพย์สินมาจำนองหรือจำนำ และหาบุคคลมาค้ำประกัน แต่บ่อยครั้งที่หลักประกันเหล่านี้ ไม่สามารถช่วยรับรองได้ว่า ผู้ให้กู้จะได้รับชำระหนี้ ผู้ให้กู้ส่วนใหญ่จะสบายใจกว่า ถ้าผู้ที่ต้องการเงินนำทรัพย์สินมาขายฝาก (ค้ำประกันวงเงิน) แทน     ขายฝาก คืออะไร ขายฝาก เป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์(ความเป็นเจ้าของ) ในทรัพย์สิน จะกลายเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เหมือนสัญญาซื้อขายทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้น คืนไปได้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้     ซึ่ง จุดเด่น ของ การขายฝาก ก็คือ สิทธ์การถือครอง ที่เราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของเราได้(ในระยะเวลากำหนดของสัญญา) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่เหมาะสม ทำให้หาผู้ซื้อฝากได้ง่าย และไม่ต้องใช้จ่ายในการทำโฆษณา ลงประกาศขาย     กรณีสัญญาขายทั่วไป     ขั้นตอนของสัญญาขายทั่วไป 1. ประกาศขาย  ตั้งราคาขายที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อสนใจ 2. แลกเปลี่ยน ผู้ขายจะได้เงิน ส่วนผู้ซื้อจะได้รับโฉนด ทำสัญญาที่กรมที่ดิน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ     กรณีสัญญาขายฝาก     ขั้นตอนของสัญญาขายฝาก 1.ประกาศขายฝาก ผู้ต้องการขายฝาก ระบุระยะเวลาสัญญาที่จะไถ่ถอน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจกับผู้ซื้อฝาก 2.แลกเปลี่ยน ผู้ขายฝากจะได้รับเงินสดทันทีหลังทำสัญญาที่กรมที่ดิน ส่วนผู้ซื้อฝากจะได้รับโฉนดค้ำประกัน 3.เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้ขายฝากจะต้องนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินคืน+ดอกเบี้ย ส่วนผู้ซื้อฝากก็จะคืนโฉนด เป็นอันเรียบร้อย   ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญาแล้วผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนได้ สามารถต่อสัญญาขายฝากได้ ** (ขึ้นอยู่กับการทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝาก) *** แต่ถ้าหากไม่ต่อสัญญาแล้วไม่ไถ่ถอน ทางผู้ซื้อฝากก็มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ชิ้นนั้นทันที ***     วันนี้บริษัท SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก  บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ Matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ  เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี ที่ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

วิธีขายในราคาที่อยากขาย และได้เงินในเวลาที่อยากได้ ด้วยการขายฝากก่อนขายจริง

วิธีขายในราคาที่อยากขาย และได้เงินในเวลาที่อยากได้ ด้วยการขายฝากก่อนขายจริง   ปกติแล้วหากต้องการขายอสังหาฯในเวลาสั้นๆมีความต้องการใช้เงินเร่งด่วน มักหาผู้ซื้อได้ยาก และไม่รู้ว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ส่วนราคาขายก็โดนต่อรองราคาให้ขายถูกมากกว่าความเป็นจริง จะดีกว่าไหมถ้าท่านใช้วิธีขายฝาก เพื่อช่วยให้ท่านสามารถขายทรัพย์สินได้ในราคาที่อยากขายจริงๆ และยังได้เงินสดภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว   ขายฝากก่อนขายจริง ทำอย่างไร?     ตัวอย่าง การขายฝากก่อนขายจริง คุณ A เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตัวอย่างคือ คอนโดโซนพระราม 9 มูลค่า 5 ล้านบาท มีความต้องการเงินสดเร่งด่วนจึงทำการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินด้วยขายฝาก เพราะถ้าขายขาดกลัวว่าจะขายได้ยากและโดนกดราคา   คุณ A ตัดสินใจขายฝากก่อน ในราคา 3 ล้านบาท (มูลค่าจริง5ล้าน) และทำสัญญา นำเงินที่ได้จากขายฝากไปใช้เรื่องเร่งด่วน  ระหว่างอยู่ในระยะเวลาสัญญา ก็ประกาศขายคอนโดในมูลค่าจริง จนมีคนสนใจมาขอซื้อในราคาที่เราตั้งใจขาย ได้เงินจากการขายในราคา 5ล้าน (ตรงนี้เองทำให้ได้รับราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าจริงของทรัพย์สิน ซึ่งจะดีกว่าการที่เรารีบๆขายนั้นเอง) นำเงินที่ได้จากการขาย 5 ล้าน ไปปิดหนี้เดิมในตอนแรก 3 ล้าน เหลือเงินสดใช้ 2 ล้านบาท   ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา อยากให้ผู้ที่ต้องการขายอสังหาฯเพื่อเงินสดเร่งด่วนทุกคน ได้มีทางเลือกในเรื่องการเงินให้มากๆ และควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจทุกครั้งครับ วันนี้ Smartfinn เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ เพียง 0.75% ต่อเดือน บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากในระบบทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝากก่อนขายจริง เพื่อเงินทุนอย่างเร่งด่วน

ทำไมต้องคิด ขายฝากก่อนขายจริง เพื่อเงินทุนอย่างเร่งด่วน คืออะไร   สำหรับท่านที่มีความต้องการในการขายขาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า หรือแม้กระทั่ง หอพัก อพาร์ทเม้นท์ โรงแรม หรือโรงงานเป็นต้น ด้วยเหตุผลต่างๆนานา เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ต้องการลงทุนใหม่ หรือ ชำระคืนหนี้สิน เพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว จึงจำใจจะต้องขายเพื่อให้หมดภาระไป แต่ว่าเมื่อตัดสินใจจะขายจริงๆแล้วมักพบปัญหาของการขายขาดอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น   ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะขายได้ ต้องอาศัยการติดประกาศ การโฆษณา ทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง หาผู้ซื้อได้ยาก ผู้ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ มักใช้เวลาอยู่ในการขอกู้เงินระยะหนึ่งในการกู้เงินจากสถาบัน   ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นที่ต้องนำเงินสดไปใช้อย่างเร่งด่วน หรือบางครั้งผู้ขายก็อยู่ในภาวะที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน การรอเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ที่ไม่สามารถทราบว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ผู้ขายอาจลองยื่นขอสินเชื่ออเนกประสงค์จากสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินสดมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ก่อนได้ ในกรณีที่ท่านมีเครดิตดี และมีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจนและมากพอครอบคลุมกับยอดผ่อนชำระคืนต่อสถาบันการเงินนั้นๆ แต่ถ้าท่านไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ การขายฝากก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเปรียบเทียบกับขายจริง(ขายขาด)     ซึ่ง จุดเด่นของการขายฝาก ก็คือ สิทธ์การถือครอง ที่เราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของเราได้(ในระเวลากำหนดของสัญญา) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่เหมาะสม ทำให้หาผู้ซื้อฝากได้ง่าย และไม่ต้องใช้จ่ายในการทำโฆษณา ลงประกาศขาย   กรณีตัวอย่าง คุณ A และ คุณ  B มีปัญหาเรื่องการเงินคือต้องการนำเงินสดไปใช้ และมีทรัพย์สินอยู่ทำเล ย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ จึงทำการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินด้วยวิธีที่แตกต่างกันโดย คุณ A ตัดสินใจขายจริง ส่วนคุณ B ตัดสินใจขายฝาก เพราะคุณ B มองเห็นถึงการใช้ประโยชน์จากสิทธ์การถือครองกรรมสิทธ์ในอนาคตก็คือ รู้ว่าจะมี รถไฟฟ้าสายสีชมพู สร้างขึ้น ทำเลทรัพย์สินใน ย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ ปัจุบันมีราคาอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางวา จะขยับมาเป็น 400,000 -500,000 บาท/ตารางวา  (อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.estopolis.com) การที่รู้ว่าทรัพย์สินชิ้นนี้มีความสามารถที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีกมาก ทำไมถึงต้องขายขาดและเสียสิทธ์ในการถือครองแบบถาวร?     จากภาพตัวอย่างที่เห็น คุณ A ตัดสินใจขายจริง ในปีแรกที่ราคาปัจจุบัน คือ 200,000 บาท/ตารางวา และเสียกรรมสิทธิ์ถาวร คุณ B ตัดสินใจขายฝาก ในปีแรก แต่หลังจากนั้น 2ปี  ราคาทรัพย์สิน คือ 400,000 - 500,000 บาท/ตารางวา มีมูลค่ามากกว่าขายขาดเดิมๆเกือบ 100% จึงตัดสินใจไถ่ถอน และรับกรรมสิทธิ์กลับคืน   กรณีตัวการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน กรมธนารักษ์ประกาศปรับราคาที่ดินรอบใหม่ปี 2559-2562 จังหวัดน่าน ราคาประเมินสูงสุด 111% จาก 45,000 บาทต่อตารางวา เป็นสูงสุด 85,000 บาท เนื่องจากเป็นจังหวัดที่กำลังพัฒนาและมีการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ที่ดินบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณพื้นที่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงบางนา-ตราด กม.24 ที่ในช่วง 2541-2549 เพิ่มขึ้นถึง 80% หากมีการก่อสร้างถนนสายใหม่ ที่ดินริมถนนสายใหม่นั้น จะมีราคาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว การพัฒนาและสร้างสาธารณูปโภคต่างๆทำให้ปี 2559-2562 ราคาที่ดินทั่วประเทศไทยที่ประเมินใหม่ปรับขึ้นเฉลี่ย 25%   นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุและ หลายตัวอย่างที่แสดงให้ท่านเห็นว่าที่ดินมีโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการที่ท่านยังมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินอยู่ ท่านจึงมีโอกาสมากกว่าแน่นอน   สรุป   ขายฝากก่อนขายจริง เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ยังต้องการสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินอยู่ จึงมาทำการขายฝากก่อน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาขายจริงก็ได้หากท่านต้องการครับ     ขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี สัญญาขายฝากเริ่มต้นที่หนึ่งปี และท่านยังคงพักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สนใจดูรายละเอียดและตัวอย่างได้ที่ www.smartfinn.co.th      SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริง จาก ผู้ขายฝาก ผ่านทาง Smartfinn

จากประสบการณ์จริง ผู้ขายฝาก           คุณนิพนธ์ เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการ SMEs ที่เลือกการขายฝากเป็นช่องทางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ วันนี้ทาง Smartfinn ขอนำเสนอประสบการณ์จริง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับ ผู้ที่ต้องการขายฝาก   ทำไมถึงเลือกขายฝาก กับ  Smartfinn ที่มาทำขายฝากกับ  Smartfinn เพราะว่าเศรฐกิจไม่ค่อยดี แล้วก็เวลาที่เราไปขออนุมัติหรือกู้จากแบงค์โอกาสที่จะผ่านค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อาจจะเดิน Statement ไม่ดีก็มีแต่จะต้องกู้จากนอกสถาบันการเงิน เช่นการขายฝาก และยิ่งถ้าเราไปเจอเจ้าหนี้ที่รับขายฝากเองแล้วดอกเบี้ยถึง 36% ก็จะทำให้โอกาสที่จะเอาเงินก้อนนั้นไปพัฒนาธุรกิจค่อนข้างยากมากครับ   Smartfinn ช่วยอะไร ค่าใช้จ่ายที่มันจะ Loss ไปกับต้นทุนในการขายฝากช่วยได้เยอะนะครับ เพราะว่าจาก 36% ซึ่งถ้านับเป็นรายปีมันสูงมาก หรือบางรายเหมือนกับว่าไม่มีโอกาสที่จะได้กลับมาไถ่ถอน แต่ Smartfinn ช่วยให้เหลือเพียง 9% (ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน) ทำให้เหลือเงินมากพอที่จะไปพัฒนาธุรกิจต่อครับ   เงินที่ได้จากการขายฝากจะนำไปทำอะไร ปิดหนี้อันเก่า แล้วก็ในส่วนที่เป็นยอดคงเหลือ ก็เอาไปต่อยอดธุรกิจอื่น     วันนี้ สมาร์ทฟินน์ สามารถช่วย คุณนิพนธ์ ในการลดภาระจ่ายดอกเบี้ยหนี้ได้ถึง 4 เท่า!! ลดภาระดอกเบี้ยหนี้จาก 36% ต่อปี เหลือเพียง 9% ต่อปี เงินที่ได้จากการขายฝาก นอกจากสามารถนำเงินไปปิดหนี้อันเก่าที่ดอกเบี้ยสูงแล้ว ยังมีเงินเหลือเพื่อไปต่อยอดธุรกิจอื่นได้ครับ       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ศึกษาก่อนขายฝาก : สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน

ทำไมต้องศึกษาก่อน ขายฝาก : สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน   สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินเนื่องจากมีปัญหาทางด้านเครดิตหรือขาดคุณสมบัติการขอสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนกับธุรกิจและมีหลักทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าปัจจุบันรูปแบบการให้กู้ยืมหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินด่วน จำนองหรือขายฝาก แต่หากผู้ใช้บริการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับบริการดังกล่าวอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อ และถูกเอารัดเอาเปรียบได้   ในวันนี้ทางสมาร์ทฟินน์ขอหยิบประเด็นเรื่องการขายฝาก มาเป็นเกร็ดความรู้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนจะทำสัญญาขายฝากกับใคร การขายฝากคือ การซื้อขายอย่างหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที แต่มีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยข้อตกลงให้ไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากคืนนั้น จะต้องตกลงกันในขณะทำสัญญาขายฝากเท่านั้น   ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ที่ผู้ขายฝากมักถูกเอารัดเอาเปรียบก็คือเรื่องการกำหนดสินไถ่ขายฝาก แต่เดิมผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากสามารถตกลงกันได้ว่าจะกำหนดสินไถ่จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นอัตราที่สูงกว่าวงเงินที่ปล่อยกู้ โดยปกติที่กฎหมายได้ควบคุมคือห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา   ต่อมากฎหมายได้มีการแก้ไขว่าถ้าไม่กำหนดสินไถ่ ขายฝาก ไว้ให้ไถ่ได้ตามราคาขายฝาก หรือถ้ากำหนดสินไถ่ขายฝากกันไว้จะต้องกำหนดไม่เกินราคาขายฝากรวมกับประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี เท่านั้น ( หรือ ห้ามเกิน15% ต่อปี )   อีกทั้งปัญหาเรื่องการกำหนดเวลาไถ่ถอน หากมีการตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ถอนจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการขยายเวลากันและต้องนำไปจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่และต้องตกลงกันก่อนครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน ด้วยผู้ขายฝากจึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะหากละเลยหรือทำสัญญาขายฝากโดยลืมคำนึงถึงความสามารถในการไถ่ถอน อาจทำให้ทรัพย์สินที่ขายฝากไว้นั้นหลุดมือไปได้   ดังนั้นผู้ขายฝากจึงจำเป็นต้องนำเงินสินไถ่ไปชำระแก่ผู้ซื้อฝากภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อทำการไถ่ถอน นอกจากนี้หากผู้ซื้อฝาก ไม่ยอมรับสินไถ่ ผู้ขายฝากต้องนำเงินที่ต้องชำระไปติดต่อขอวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดี ในกรณีต่างจังหวัดจะตั้งอยู่ที่กรมบังคับคดีจังหวัดหรือศาลจังหวัด เพียงเท่านี้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากก็จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากตามเดิม ตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชำระเงินค่าสินไถ่ หรือวางทรัพย์ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา   กรณี การขายฝาก เมื่อเจ้าหนี้วิ่งหนี ลูกหนี้ อ่านบทความได้ที่นี่   แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าท่านใช้บริการของ สมาร์ทฟินน์ ทางบริษัทจะมีการช่วยดูแลติดตามทั้งฝั่ง ผู้ขายฝาก และ ผู้ซื้อฝาก ให้กับท่าน เพราะสมาร์ทฟินน์ต้องการสร้างความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย     ถ้าคุณมี ที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมาลงทะเบียนที่นี่ www.smartfinn.co.th น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สิ่งที่ต้องระวังในการทำสัญญาขายฝาก

สัญญาขายฝากคืออะไร   ขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อขายฝากไปแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน จะตกไปยังผู้ซื้อฝาก เพียงแต่มีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกัน ดังนั้นก่อนทำสัญญาขายฝาก ควรสอบถามรายละเอียด เรื่องสัญญาขายฝากว่า เป็นเช่นไร และมีการสอบถามเรื่องดอกเบี้ย ว่าคิดดอกเบี้ยเท่าใดต่อปี หรือ ถ้าแจ้งมาเป็นเดือน ให้นำมาคิดว่าตกปีละเท่าไร ตัวอย่างเช่น คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน เท่ากับคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 36 ต่อปีเลยทีเดียว ต้องชำระอย่างไร ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ?? วงเงินที่จะได้รับนั้น เป็นการคิดราคาจากราคาซื้อขายในตลาด หรือคิดราคาจากกรมธนารักษ์   ควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนที่จะตกลงทำสัญญาขายฝากกัน ซึ่งการจะทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น จะต้องทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดินเท่านั้น ควรศึกษาและ ทำความเข้าใจให้ตรงกัน   การขายฝากเป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์ มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความเป็นธรรมในระบบการขายฝากในประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEsไทย ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและใกล้เคียงกับสถาบันการเงิน ให้ SMEs ไทยสามารถดำเนินธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เดินหน้าต่อไปได้ ถ้าคุณมีที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมา ลงทะเบียนที่นี่ น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์

ลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์   การรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นช่องทางทำรายได้รูปแบบหนึ่งที่นิยมทำกันมานานแล้วในบ้านเรา หลายท่านอาจไม่คุ้นกับประเภทธุรกรรมขายฝาก จริงๆแล้วการขายฝาก คือการขายทรัพย์สินรูปแบบหนึ่ง แต่จะมีเงื่อนไขผูกมัดระหว่าง ผู้ขายฝากและผู้ซื้อ โดยกำหนดระยะเวลาที่เจ้าของซึ่งเป็นผู้ขายฝากจะมีสิทธิ์ซื้อคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินทุกประเภทสามารถนำมาขายฝากได้ แต่ที่นิยมทำกันแพร่หลายที่สุดก็คือ อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถือกันว่า อสังหาริมทรัพย์มีค่ามั่นคงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น แถมถือครองไว้นานๆ ยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย การขายฝากอสังหาริมทรัพย์จะต้องทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน และผู้ขายฝากจะต้องส่งมอบโฉนดที่ดินแก่ผู้ซื้อฝากด้วยเสมอ จึงจะมีผลในทางกฎหมาย   ทำไม ขายฝาก จึงดีต่อใจนักลงทุน อ่านต่อได้ที่นี่   ความตั้งใจของสมาร์ทฟินน์ คือช่วยสร้างความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย โดยการสร้างแพลตฟอร์มแมชชิ่งการขายฝากอสังหาริมทรัพย์กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนและช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง ► สามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.smartfinn.co.th   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก เมื่อเจ้าหนี้ วิ่งหนีลูกหนี้

สัญญาขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายประเภทหนึ่งที่เมื่อทำสัญญากันแล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นจะตกไปเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นในเวลาที่กำหนด และต้องทำตามแบบของกฎหมาย คือต้องทำเป็นหนังสือและไปจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามแบบ ถือเป็นโมฆะ   สัญญาขายฝาก กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการไถ่ถอน ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนดสูงสุดสิบปี นับแต่เวลาซื้อขาย   ประเด็นปัญหาที่มักจะเกิดกับสัญญาประเภทนี้ คือ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ครับ   การที่เราจะเอาที่ดินไปขายฝากใคร ส่วนมากร้อนเงินทั้งนั้น และคนที่เขารับซื้อฝาก ก็จะรับซื้อในราคาที่ต่ำว่าความเป็นจริง (เป็นเรื่องธรรมดา) ถ้าผู้ขายฝาก ไม่มีเงินไปไถ่ตามกำหนด อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะผู้รับซื้อฝากเขาได้ทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่าหนี้สิน ส่วนผู้ขายฝากก็รู้ตัวเองว่าผิดเอง ต้องยอมรับความจริง...   ปัญหาจะเกิดทันที ถ้าผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้รับซื้อฝากกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัพย์สิน หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ตรงนี้แหล่ะ ที่ผมได้รับฟังมาเยอะ บางทีก็สายเกินแก้แล้ว ชาวบ้านชาวช่องไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามกำหนด แต่หาคนรับซื้อไม่เจอ กว่าจะยอมมาหาทนายความ ก็ทำอะไรแทบไม่ได้แล้ว ผมขอเรียนนะครับว่า   ถ้าเกิดกรณีเช่นนี้กับท่าน หรือญาติพี่น้องท่าน ให้เอา เงินสินไถ่ ไปวางที่ สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดีนะครับ อย่าปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ผลของการวางทรัพย์ ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้ที่ต้องชำระ ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อ   เรื่องนี้ชาวบ้านหลายท่านไม่ทราบจริง ๆ น่าเห็นใจมาก ผมแค่อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่ามันแก้ไขได้ครับ ถ้าเขาไม่ยอมให้เราจ่าย มีวิธีแก้ครับ อย่าปล่อยให้ทรัพย์สินหลุดมือไป ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร โทร.02-881-4999 ต่างจังหวัดก็ติดต่อที่สำนักงานวางทรัพย์ในเขตของท่าน ถ้าไม่มีให้ติดต่อที่ศาลในเขตจังหวัดของท่าน หรือปรึกษาทนายความใกล้บ้านท่าน ก่อนจะพ้นกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา จะดีมากครับ     แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันทีครับ ถ้าให้ทาง สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ ดูแลการขายฝากให้กับท่าน เพราะเราคือแพลตฟอร์ม ที่เข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะด้านนี้โดยตรง ดังนั้นผู้ขายฝากปลอดภัยเมื่อมาขายฝากกับทางสมาร์ทฟินน์ ติดต่อสอบถามผ่านทางเว็บนี้ได้เลยครับ www.smartfinn.co.th   ส่วนคำแนะนำแนวทางในการปฏิบัติด้านการวางทรัพย์ เข้าไปที่ Link ของกรมบังคับคดี นี้ดูครับ www.led.go.th หรือ บทความของ www.dotproperty.co.th   ** การวางทรัพย์ กับ สำนักงานวางทรัพย์ ขั้นตอนที่จะทำให้ไม่ผิดนัด และ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ       อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Happy Investor ทำไมขายฝาก จึงดีต่อใจนักลงทุน

อสังหาริมทรัพย์ คือ สินทรัพย์ ที่มีค่ามูลค่าสูง แต่คนที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาฯ บางทีก็ปวดใจ เพราะเหมือนมีเงินแต่ใช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้อยากขาย บางทีอยากใช้เงินหมุนแค่นิดเดียว แป๊บเดียว ทั้งๆที่มี สินทรัพย์มูลค่ามากกว่าเงินที่จำเป็นต้องใช้ตั้งเยอะ แต่กลับยืมเงินจากคอนโดหรือที่ดินที่มีมูลค่ามากๆออกมาใช้ไม่ได้   จริงๆ มีรูปแบบการยืมเงินจากสินทรัพย์ที่เรามี เพื่อมาใช้ในวงเงินและเวลาที่เรากำหนดได้นะ นั่นก็คือการ “ขายฝาก” ย้ำว่า “ขายฝากนะ ไม่ใช่ฝากขาย” ขายฝาก คือการนำทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน คอนโด บ้าน ทาวเฮาส์ โรงงาน ของเรา ไปตกลงขายฝากไว้กับ ผู้ซื้อฝาก โดยมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ในราคาวงเงินที่ต่ำกว่าราคาตลาดหรือราคาประเมิน โดยเมื่อถึงกำหนดเวลาแล้ว ผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก ก็จะทำการ คืนเงินและโอนทรัพย์ชิ้นนั้นคืนกัน   ข้อดีคือถ้าคุณเป็นเจ้าของเงินที่จะรับขายฝาก : ไม่ต้องห่วงว่าราคาจะผิด เพราะที่นี่จะต้องใช้ราคาประเมิน จากบริษัทประเมินที่ ได้รับการรับรองจาก กลต.เท่านั้น ทรัพย์สินที่จะรับ ทาง SmartFinn จะประเมินเบื้องต้นก่อนแล้วว่าเป็นทรัพย์ดีงาม ไม่ต้องกลัวติดมือ หากติดมือ ก็ขายได้แน่นอน ทำเอกสารทุกอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกลัวเรื่องโดนโกง ได้ดอกเบี้ยในอัตรา 9% ต่อปี ดีกว่าหลายๆการลงทุน โดยที่คุณได้ถือโฉนดไว้ในมือให้อุ่นใจ   ข้อดีคือถ้าคุณเป็นเจ้าของทรัพย์ : คุณจะเสียดอกเบี้ย แค่ 9% เท่านั้น ไม่ใช่ 24 หรือ 36% แบบทั่วไป ขายฝากได้ 1-10 ปี ทำทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ต้องกลัวเรื่องโดนเบี้ยว ได้วงเงินสูงสุดถึง 70% ของวงเงิน ถ้าคุณติดเงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงๆคุณควรเปลี่ยนมาใช้วงเงินที่โดนดอกเบี้ยต่ำกว่ามากๆ เพื่อเหลือเงินหมุนไว้บริหารได้ดีขึ้น   ทำไมต้อง ขายฝาก-กับ-สมาร์ทฟินน์ อ่านเพิ่มเติม   นี่ครับ! ผมมี SmartFinn มาฝากครับ รูปแบบการทำธุรกรรมขายฝาก ออนไลน์ ที่ win-win ทั้ง 2 ฝ่าย   ถ้าคุณมีที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมาลงทะเบียนที่นี่ครับ www.smartfinn.co.th น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สมาร์ทฟินน์ เว็บขายฝาก ช่วย SMEs แก้ปัญหาเงินช็อต

ปัญหา ยากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเราๆ เชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ตรงกันว่า เรื่องคู่แข่ง พัฒนาสินค้า การหาช่องทางการขาย หรือเรื่องการตลาด ล้วนแต่เรียนรู้ ฝึกฝนพัฒนากันได้ แต่ปัญหาใหญ่และยากสุด หนีไม่พ้นเรื่องเงิน เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาเงินช็อต ขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายเลอเลิศแค่ไหนก็ตาม     เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ “คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์” จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม “คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน” พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด   “ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อ ก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ประชาชนแห่กันหาซื้อเสื้อเหลืองมาสวมใส่เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 บริษัทได้ออร์เดอร์ผลิตเสื้อเหลืองล็อตใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อผ้าสีเหลืองมาเตรียมไว้ ปรากฏว่า เราไม่มีเงินพอ และต้องเร่งหาให้ได้โดยด่วน ไม่เช่นนั้น จะผลิตเสื้อไม่ทัน อีกทั้งผ้าเหลืองขาดตลาด จำเป็นต้องใช้เงินสดในการสั่งซื้อ รู้ได้เลยว่า ตอนนั้นเราต้องวิ่งวุ่นแลกเช็คเพื่อหาเงินมาให้ได้ กว่าจะแก้ปัญหาได้แทบแย่”   จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นสตาร์ตอัพ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น “ฟินเทค” (หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย) เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2560 โดยสมาร์ทฟินน์เป็นแพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม บ้าน เป็นต้น ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จะเป็นช่องทางการลงทุนให้กับผู้ที่มีเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะได้รับผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในอีกหลายๆ ประเภทเสียด้วยซ้ำ   คุณปริสุทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วแนวคิดของสมาร์ทฟินน์ ก็เพื่อต้องการเป็นช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกัน สมาร์ทฟินน์ก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน     ขั้นตอนของการทำงาน สมาร์ทฟินน์จะพัฒนาระบบขึ้นมา โดยให้ผู้ต้องการใช้บริการเข้ามาลงทะเบียน หลังจากนั้นสมาร์ทฟินน์จะส่งบริษัทกลางเข้าประเมินสินทรัพย์ ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทประเมินของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ราคาขายฝากเป็นที่เชื่อมั่น และได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นเราก็จะตรวจสอบสินทรัพย์และคัดกรองอีกรอบ แล้วส่งให้ผู้สนใจลงทุนพิจารณาคัดเลือก เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำธุรกรรมกัน ก็จะนัดหมายเซ็นสัญญากันที่กรมที่ดิน โดยสมาร์ทฟินน์จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียมในอัตรา 3.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าขายฝากโดยทั่วไป   เปิดปมปัญหา-วงการซื้อ-ขายฝาก-อสังหาฯ-ไทย อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์เริ่มดำเนินธุรกิจมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพียงแค่ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับจากทั้งนักลงทุนและเอสเอ็มอีที่ต้องการหาสภาพคล่อง มีธุรกรรมเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท   ด้าน คุณปฏิมากร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้ขายฝากต้องจ่าย ถือว่า ถูกมาก เมื่อเทียบกับการกู้เงินจากช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขายฝากโดยทั่วไปที่ทำกันอยู่ จะสูงถึง 24-36 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีระยะเวลาไม่แน่นอน บางรายเจอสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน นอกจากนี้ สมาร์ทฟินน์ยังดูแลให้บริการเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดอายุขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัว ป้องกันปัญหาทรัพย์ถูกยึดไป เพราะเรายึดหลักการที่ว่า การขายฝากเป็นเพียงการแก้ปัญหาขาดเงินชั่วคราว ไม่ใช่การขายขาด เพราะทรัพย์จะได้ราคาเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึด ขณะที่ทางฝั่งผู้ลงทุน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก เพราะเราจะประเมินเบื้องต้นเสียก่อนว่า เป็นทรัพย์ที่ดี ไม่มีปัญหาจริงๆ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าดีกว่าลงทุนทางอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ สูงกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ทำให้เกิดกรณีทรัพย์ติดมือ ก็สามารถขายต่อ หรือนำทรัพย์ไปพัฒนาต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นทรัพย์ที่ดี ได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดทำธุรกิจมา ยังไม่มีกรณีที่ผู้ขายฝากผิดนัด ไม่มาไถ่ถอน มีแต่ไถ่ถอนก่อนกำหนดแทบทั้งสิ้น   “การที่เรามาทำธุรกิจนี้ นอกจากได้ช่วยธุรกิจที่ขาดเงินในช่วงสั้นได้รับเงินไปหมุนเวียนและแก้ไขปัญหา ดีกว่าไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาก แล้วก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจถือว่าเป็นการได้ทำบุญ เพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ผู้นำทรัพย์มาขายฝากพยายามหาเงินทุกทางแล้วไม่ได้ และเมื่อมาเจอแพลตฟอร์มขายฝากของสมาร์ทฟินน์ ก็นำทรัพย์มาเสนอและผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนทันที ซึ่งทำให้เขาสามารถนำเงินไปคืนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมากได้ ซึ่งเราเห็นเขาดีใจมาก”     ถือได้ว่า สมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลาย ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับธุรกิจ ด้วยคอนเซ็ปต์การทำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เพียงแค่คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมกับลงทะเบียน แค่นี้…ปัญหายุ่งๆ เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะหมดไป!!     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก เป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ?

การขายฝาก เป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ?   สมาร์ทฟินน์ : การขายฝากเป็นการกู้เงินประเภทหนึ่ง   ซึ่งการขายฝากเป็นการกู้ในระบบระหว่างบุคคล(หรือนิติบุคคล) โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากต้องทำนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน และมีกฎหมายรองรับถูกต้อง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของการขายฝากก็คือ การคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากผู้ขายฝากไม่มีทางเลือกมากนัก และอีกปัญหาสำคัญก็คือเงื่อนเวลาของสัญญาขายฝาก ที่นายทุนทั่วไปในปัจจุบันจะกำหนดไว้สั้นๆเพียงแค่ 3-6 เดือน ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ ทั้งสองประเด็นหลักนี้ ทำให้การขายฝากถูกมองในภาพลบ และถูกเข้าใจว่าเป็นการกู้เงินนอกระบบ   สิ่งที่ต้องระวังในการทำสัญญาขายฝาก อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์ ตั้งมั่นสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อแก้ไขใน 2 ประเด็นหลักนี้ เพื่อให้การขายฝากเป็นช่องทางการเข้าถึงเงินกู้ในระบบที่มีกฎหมายรองรับ และสามารถเป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของหลายๆท่านที่มีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเราให้บริการดังนี้   หานายทุนหรือผู้ซื้อฝากกลุ่มใหม่ ที่พอใจกับผลตอบแทน 9% ต่อปี โดยได้ถือครองโฉนดเป็นหลักประกัน กำหนดสัญญาขายฝากขั้นต่ำที่ 1 ปี และเปิดโอกาสให้ผู้ขายฝากเสนอเงื่อนไขสัญญาขายฝากได้มากกว่า 1 ปี โดยแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์จะช่วยจับคู่กับนักลงทุนที่พร้อมจะทำสัญญาขายฝากมากกว่า 1 ปี เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัวไถ่ถอนทรัพย์สินได้มากขึ้น สมาร์ทฟินน์ กำหนดให้คิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 9% ต่อปี โดยชำระดอกเบี้ยต้นปี ทำให้ไม่มีภาระต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในระหว่างรอบปีของสัญญา สมาร์ทฟินน์ จัดให้มีการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เพื่อให้ได้ราคาตลาดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ช่วยให้ผู้ขายฝากได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น และเป็นธรรม   สมาร์ทฟินน์ อยากส่งเสริมให้การขายฝากเป็นมิตรต่อผู้ขายและผู้ซื้อฝาก เป็นการกู้ยืมเงินแบบ P2P ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีความเป็นธรรม ช่วยเหลือธุรกิจกิจการ ที่กำลังอยู่ในภาวะที่เดือดร้อน สมาร์ทฟินน์ มั่นใจว่า “ขายฝาก กับสมาร์ทฟินน์” จะเป็นสิ่งที่ทุกคนมั่นใจ และเป็นช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม   คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมลงทะเบียน       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

P2P Lending best deal financial platform

P2P Lending best deal financial platform             การขายฝากถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ในการค้ำประกันการกู้ยืมเงินมาเป็นเวลามากกว่า 60 ปี ซึ่งเป็น P2P lending รูปแบบหนึ่ง เพียงแต่เกิดขึ้นมานานแล้วก่อนยุคที่ P2P lending จะออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน การขายฝากที่ผ่านมา ผู้ขายฝากจะค่อนข้างเสียเปรียบและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งที่เป็นการกู้เงินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากภาระดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง และระยะเวลาสัญญาขายฝากที่ค่อนข้างสั้น ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาชำระเพื่อไถ่ถอนการขายฝากได้             สมาร์ทฟินน์ นำจุดเด่นของ P2P lending ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์แบบมีเงื่อนไขเป็นตัวค้ำประกัน ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับทั้งทางฝ่ายนายทุนและฝ่ายผู้ขายฝาก ในขณะเดียวกันสมาร์ทฟินน์ พัฒนาการขายฝากแบบเดิมโดยสร้างแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา เพื่อให้ฝ่ายผู้ขายฝาก ได้เข้าถึงนายทุนกลุ่มใหม่ ที่จะช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยของผู้ขายฝากลดลงมากกว่า 50%     สมาร์ทฟินน์ได้เสริมข้อมูลการประเมินทรัพย์สิน เพื่อช่วยให้ได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาขายฝากขั้นต่ำที่ 1 ปี และสามารถต่อรองระยะเวลาการขายฝากกับผู้ซื้อได้ยาวขึ้น  เพื่อผู้ขายฝากจะมีเวลาแก้ปัญหาสภาพคล่องมากพอที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินคืน  หรือมีเวลามากขึ้นในการจัดการขายทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก และเหลือเงินสดบางส่วนหลังจากการไถ่ถอน             ทั้งนี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกของทั้งผู้กู้ และผู้ฝากหรือผู้ลงทุน ในโลกปัจจุบันที่กำลังก้าวข้ามคนกลาง ไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมคู่ค้าหรือคู่สัญญาหรือuser ให้สามารถทำธุรกรรมได้โดยตรงมากขึ้น     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก vs โรงรับจำนำ

การขายฝาก vs โรงรับจำนำ   โรงรับจำนำอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน การไปจำนำทรัพย์สินที่โรงรับจำนำ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปยอมรับหลักการและเข้าใจกระบวนการได้ง่าย ซึ่งแน่นอนว่าการจำนำนั้นสามารถช่วยเหลือสภาพคล่องให้ในการใช้จ่ายประจำวัน หรือ การลงทุนระดับเล็ก (Micro SME) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ราคารับจำนำสูงสุดก็คือทรัพย์สินประเภททองคำ ซึ่งจะได้ราคารับจำนำสูงถึง 80-85% ของราคาทองคำ ณ ขณะนั้น ส่วนเรื่องระยะเวลาตามตั๋วจำนำ ก็อยู่ระหว่าง5-6เดือน ถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ต้องการไถ่ถอน ก็สามารถไปจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและและต่อสัญญาตามตั๋วจำนำออกไปได้อีกหนึ่งรอบ ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ระหว่างร้อยละ 0.75-1.25% ต่อเดือน(9-15%ต่อปี) แต่ถ้าครบกำหนดตามตั๋วจำนำและไม่มาต่อดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนคืน ทรัพย์สินนั้นก็จะหลุดจำนำและตกเป็นของโรงรับจำนำตามขั้นตอนและกฎหมายที่ระบุไว้โดยสมบูรณ์   การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ของ Smartfinn ก็มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับการจำนำ ได้แก่   1. ราคาขายฝากได้รับการประเมินจากบริษัทประเมินที่มีมาตรฐานเป็นธรรมต่อราคาสินทรัพย์ผู้มาขายฝาก   2. มีการกำหนดระยะเวลาขายฝาก 1-3 ปี หรือตามแต่คู่สัญญาตกลงกัน ถ้ามาไถ่ถอนก่อนครบกำหนดเวลาก็จะได้ทรัพย์สินกลับคืนไป ในขณะที่ การขายฝาก Smartfinn ผู้ขายฝากยังมีสิทธิในการอยู่อาศัย/ทำกิจการในทรัพย์สินของตนเองต่อไปได้จนครบกำหนดไถ่ถอน   3. สามารถต่ออายุการขายฝากได้ แต่มีสิ่งสำคัญที่แตกต่างไปคือ เงื่อนไขในการต่อสัญญาที่ไม่เหมือนกับการไปจำนำทรัพย์สินต่อโรงรับจำนำ   4. Smartfinn ช่วยส่งเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ แปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่ ให้เป็นทุนหรือขยายกิจการได้โดยช่วยเหลือในระดับใหญ่กว่าโรงรับจำนำ คือตั้งแต่ Micro-SME ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดใหญ่   5. มีดอกเบี้ยเป็นสิ่งตอบแทนเช่นกัน แต่ดอกเบี้ยขายฝากส่วนใหญ่จะมีอัตราสูงมาก คือตั้งแต่ร้อยละ 1-3 %ต่อเดือน(12-36% ต่อปี) แต่ในขณะที่ Smartfinn ให้บริการดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.75% ต่อเดือน (9%ต่อปี) เท่านั้น   การขายฝากแตกต่างจากการจำนำ คือ การต้องไปทำการขายฝาก ต้องไปดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน นั่นเอง โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง   รูปแบบของโรงรับจำนำเป็นที่พึ่งยามยากของคนระดับรากหญ้า เสริมสภาพคล่องทางการเงินได้รวดเร็ว และมีดอกเบี้ยควบคุมโดยรัฐ รวมทั้งมีการกำหนดเงื่อนไขเวลาและเงื่อนไขการต่อสัญญาตั๋วจำนำ ที่มีความยืดหยุ่นพอที่จะให้เวลาแก่ผู้จำนำในการไถ่ถอนทรัพย์สินคืน เพียงแต่โรงรับจำนำใช้ได้กับสังหาริมทรัพย์ เช่น แหวนสร้อยทองคำ โทรศัพท์ เท่านั้น แต่เมื่อเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด ที่อยู่ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ การใช้วิธี “ขายฝาก” จะใกล้เคียงกับโรงรับจำนำ แต่ก็มีความแตกต่างจากการจำนำในโรงรับจำนำ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่   1. การกำหนดอายุสัญญาตอนแรกต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่าย แต่การขอต่ออายุสัญญาขายฝาก จะเป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้ซื้อฝาก 2. ดอกเบี้ยในการขายฝากทั่วๆไป จะสูงกว่าดอกเบี้ยโรงรับจำนำมาก ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจำนวนมาก ทำให้หาเงินต้นมาไถ่ถอนทรัพย์สินในเวลาอันสั้นยิ่งเป็นไปได้ยาก 3. จะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งฝ่ายผู้ขายฝากและฝ่ายนายทุนผู้ให้เงิน   การขายฝากกับ Smartfinn ช่วยแก้ปัญหาข้อที่ 1 และ 2 ได้ระดับหนึ่ง โดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดเงื่อนไขและจำนวนปีในการทำสัญญาขายฝาก ระหว่างนายทุนผู้ให้เงินและผู้ขายฝาก ให้สอดคล้องกับความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนของผู้ขายฝาก รวมถึงอัตราดอกเบี้ย Smartfinn ที่ 9% ต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเบิกเกินบัญชี(โอดี) ของสถาบันการเงินในระบบ   ► www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากก่อนขายจริง อีกช่องทางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

เชื่อว่าหลายๆท่านคงมีความประสงค์ในการขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า หรือแม้กระทั่ง หอพัก อพาร์ทเม้นท์ โรงแรม หรือโรงงาน เป็นต้น ด้วยเหตุผลต่างๆนานา เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ หรือลงทุนใหม่ หรือชำระคืนหนี้สินก็ตาม แต่เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ต้องอาศัยการติดประกาศ การโฆษณา หรือขายผ่านนายหน้าต่างๆ   รวมทั้งผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ยังคงต้องอาศัยเงินกู้จากสถาบันการเงินในการซื้อ การขายอสังหาริมทรัพย์จึงมักจะต้องใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่ง   แต่บางครั้งผู้ขายก็อยู่ในภาวะที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อนเพื่อการลงทุนอย่างเร่งด่วน การรอเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ก็ไม่สามารถทราบได้ว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ผู้ขายอาจลองยื่นขอสินเชื่ออเนกประสงค์จากสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินสดมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ก่อนได้ ในกรณีที่ท่านมีเครดิตดี และมีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจนและมากพอครอบคลุมกับยอดผ่อนชำระคืนต่อสถาบันการเงินนั้นๆ  แต่ถ้าท่านไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ การขายฝากรูปแบบใหม่กับ สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) อาจช่วยให้ท่านผ่านปัญหาสภาพคล่องทางการเงินได้ระหว่างรอการขายจริงอสังหาริมทรัพย์ของท่าน   ขายฝากผ่าน สมาร์ทฟินน์ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี สัญญาขายฝากเริ่มต้นที่หนึ่งปี และท่านยังคงพักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ   สมาร์ทฟินน์ เป็น Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สนใจดูรายละเอียดและตัวอย่างได้ที่ www.smartfinn.co.th หรือ @SMARTFINN เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเราได้ทันที     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณรักษาและฟื้นฟูเครดิตของคุณได้อย่างไร

ในโลกปัจจุบัน เครดิตทางการเงินของทุกคนมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ทั้งการทำธุรกิจการค้า การลงทุน สำคัญต่อหน้าที่การงาน และการขอสินเชื่อหลากหลายจากสถาบันการเงิน หลายๆท่านที่ใช้บริการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่ออเนกประสงค์ สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต ท่านก็มีหน้าที่ต้องผ่อนชำระเงินกู้เหล่านั้นเป็นประจำทุกๆเดือน แต่ในบางช่วงจังหวะของชีวิตของท่าน อาจจะประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง เนื่องจากการขาดรายได้ประจำจากหน้าที่การงานที่ทำอยู่ หรือการเปลี่ยนแปลงของวงจรธุรกิจซึ่งทำให้รายได้ลดลงเป็นผลให้ขาดทุนจากการทำการค้า หรือมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ท่านต้องใช้จ่ายเงินก้อนโต และเป็นสาเหตุทำให้สภาพคล่องทางการเงินของท่านเกิดปัญหาขึ้นมา ในกรณีที่ท่านยังมีอสังหาริมทรัพย์อื่นของท่านหรือญาติพี่น้อง ที่สามารถนำมาขายหรือจำนองต่อสถาบันการเงิน เพื่อจะได้เงินสดมาแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หลายๆท่านก็อาจจะไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเองได้ในเวลาอันสั้น หรือไม่สามารถขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินได้ด้วยหลายๆเหตุผล   สมาร์ทฟินน์ อาจเป็นอีกทางเลือกของคุณที่จะช่วยให้คุณได้เงินสดเพื่อมาเสริมสภาพคล่องของคุณในเวลาไม่นานนัก ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี โดยการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ของท่านผ่านแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เป็นการขายฝากที่ถูกต้องตามกฏหมายขายฝาก ณ สำนักงานเขตที่ดิน โดยท่านสามารถไถ่ถอนอสังหาริมทรัพย์ของท่านคืนตามกำหนดเวลา และสามารถอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ของท่านได้ตามปกติในช่วงเวลาการขายฝาก   สมาร์ทฟินน์อาจช่วยให้ท่านสามารถหาเงินสดมาเสริมสภาพคล่องได้ทันเวลา และช่วยให้สามารถชำระหนี้สินกับสถาบันการเงินได้ตามกำหนด เพื่อรักษาเครดิตของท่าน หรือนำไปลดหนี้สินบางส่วนหรือทั้งหมดที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่ากับทางสถาบันการเงิน ซึ่งอาจจะช่วยเสริมสร้างเครดิตของท่านให้ดีขึ้น เมื่อหนี้สินกับสถาบันการเงินลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ   สำหรับบางท่านที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่ติดภาระจำนองกับสถาบันการเงิน แต่ได้มีการผ่อนชำระมาระยะหนึ่ง จนจำนวนเงินสินเชื่อคงค้างน้อยกว่า 50% ของมูลค่าตลาดของอสังหาริมทรัพย์ของท่าน การขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ อาจช่วยให้ท่านหมดหนี้สินส่วนนี้กับสถาบันการเงิน ทำให้เครดิตของท่านดูดีขึ้น เพราะยอดหนี้สินและภาระผ่อนต่อเดือนกับสถาบันการเงินส่วนนี้หายไปทั้งหมด ทำให้ท่านสามารถใช้ช่วงเวลาหนึ่งถึงสามปีในการจัดการปัญหา ทั้งหนี้สินและเครดิตของท่านใหม่ทั้งหมด เสมือนการ Re-credit ของท่าน  ท่านอาจจะขายทรัพย์สินบางอย่างเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนหน้าที่การงาน ธุรกิจการค้าของท่าน จนมีรายได้มากขึ้น และสามารถนำอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านขายฝากนี้ กลับไปกู้เงินกับสถาบันการเงินได้อีกครั้ง   ผู้ซื้อฝากหรือผู้ให้กู้จำนวนไม่น้อยที่จะมาซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ของท่านผ่านระบบของสมาร์ทฟินน์ ยินดีกับผลตอบแทน 9% ต่อปี และการได้ถือครองโฉนดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งการได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ในการฝ่าฟันปัญหาทางการเงินในช่วงเวลาที่ลำบากของท่าน   ► สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 02-026-0725 , 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เปิดปมปัญหา วงการซื้อ-ขายฝาก อสังหาฯ ไทย กับทางเลือกใหม่ในชื่อ SmartFinn

เปิดปมปัญหา วงการซื้อ-ขายฝาก อสังหาฯ ไทย กับทางเลือกใหม่ในชื่อ SmartFinn   หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็คงสัมผัสได้ถึงภาพเชิงลบจากการที่มีผู้ซื้อฝากเป็นนายทุนที่กดราคาซื้อฝากต่ำ คิดดอกเบี้ยแพง จนในที่สุดผู้ขายฝากก็ต้องสูญเสียทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก จนทำให้หน่วยงานของรัฐมีแนวคิดที่จะยกเลิกกฎหมายขายฝาก โดยตัวผู้ขายฝากก็ถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหาทางการเงิน ทั้งที่มีทรัพย์สิน แต่ไม่มีรายได้ประจำหรือรายได้ที่มากพอที่จะสามารถนำไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ และยังไม่สามารถขายสินทรัพย์ได้ทันที หรือไม่ประสงค์ขายสินทรัพย์นั้นๆ จึงใช้วิธีการขายฝาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและภาระสูงกว่าการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน   ทว่าในฝั่งนายทุนผู้รับขายฝาก ทำไมจึงไม่กลัวการขายฝากและยังมีการแข่งขันแย่งลูกค้ากันทางอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ก็เพราะธุรกรรมนี้ได้ผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้กู้ยืมด้วยวิธีอื่นๆ หรือถ้าเทียบกันแล้วก็จะคล้ายๆ กับธุรกิจโรงรับจำนำที่มีทรัพย์มาวางและทำให้คิดดอกเบี้ยได้สูงพอสมควร ซึ่งต่างกันกับของวางจำนำที่เป็นอสังหาฯ เมื่อผู้กู้หรือผู้ขายฝากไม่สามารถหาเงินต้นมาคืนได้ตามกำหนด ตัวนายทุนก็จะได้อสังหาฯ นั้นๆ ไปเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ โดยที่ธรรมชาติของนายทุนมักจะให้กู้ยืมในมูลค่า 20-60% ของราคาอสังหาฯ นั้นๆ ซึ่งถ้าสามารถนำไปขายต่อได้ ก็จะมีกำไรส่วนต่างได้มาก นอกเหนือจากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บในอัตรา 1.25–20% ต่อเดือน (คิดเป็นปีก็ตก 15–240% ต่อปี)   ...นี่คือภาพที่หากจะพูดว่าไม่เป็นธรรม มันก็คงไม่ได้ เพราะเป็นการยินยอมในเงื่อนไขของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้หรือผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก ซึ่งในฟากของผู้ขายฝากปัจจุบัน คงจะคิดหนักกับประเด็นนี้ เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องประสบอยู่ และหากพอสรุปเป็นปัญหาสำคัญก็พอจะเคาะออกมาได้ 3 เรื่อง ได้แก่    การให้วงเงินซื้อขายฝากอสังหาฯ ส่วนใหญ่ ต่ำกว่า 50% ของมูลค่าอสังหาฯ นั้นๆ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่สูงกว่าสถาบันการเงินอย่างมาก (ตามข้อตกลง) การตั้งเงื่อนไขเวลาของสัญญาขายฝากค่อนข้างสั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือนถึง 1 ปีเท่านั้น   ดังนั้น ถ้าพิจารณาจากปัญหาข้างต้น โดยเฉพาะกับเงื่อนไขในข้อที่ 2 และ 3 บ่งชี้ให้เห็นชัดเลยว่าโอกาสที่ผู้ขายฝากจะสามารถหลุดพ้นจากภาระขายฝากแล้วไถ่ถอนอสังหาฯ ของตนเองกลับคืนไปนั้น ‘แทบจะเป็นไปได้ยากจริงๆ’   ประเด็น คือ ทั้งๆ ที่ผู้ขายฝากส่วนใหญ่รู้ถึงปัญหา แต่ยังกล้าทำการขายฝากอีก? เหตุผลหลัก ก็เพราะพวกขาเหล่านั้น มีความจำเป็นและไม่สามารถใช้อสังหาฯ ของตนไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในระบบด้วยหลายๆ เหตุผล จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้มีผู้ที่มองเห็นปัญหาและพยายามหาโซลูชันเพื่อแก้ไข ซึ่งในปัจจุบันมี ‘สมาร์ทฟินน์’ SmartFinn บริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ   สมาร์ทฟินน์ เป็นระบบตัวกลางซื้อ-ขายฝากอสังหาฯ รูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้เจอกับนายทุนกลุ่มใหม่ที่มีมุมมองแตกต่างจากนายทุนรูปแบบเดิมๆ โดยนายทุนกลุ่มนี้จะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ฝากเงินหรือลงทุนในสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงอสังหาฯ ให้เช่าต่างๆ ที่ได้ผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 2-5% ซึ่งระบบตัวกลางจากสมาร์ทฟินน์นี้จะช่วยให้พวกเขามีทางเลือกในการได้ผลตอบแทนมากขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงที่จำกัด   ดังนั้น เมื่อกลุ่มนายทุนเปลี่ยน ภายใต้ระบบการจัดการจากสมาร์ทฟินน์ ผู้ขายฝากก็สามารถรับความยืดหยุ่นจากระบบนี้ได้ด้วยเช่นกัน เช่น สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาที่สามารถผ่อนชำระภายใต้สัญญาขายฝากที่ยาวขึ้น หรือยืดหยุ่นให้ขยายสัญญาขายฝากได้มากขึ้น ด้วยการกำหนดสัญญาผู้ขายฝากเริ่มต้นที่ 1 ปีขึ้นไป และอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 9% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าระบบนายทุนขายฝากเก่าๆ มาก แต่ก็เป็นอัตราตอบแทนที่นายทุนกลุ่มใหม่พอใจ ภายใต้ทัศนคติที่ไม่ได้ต้องการยึดครองอสังหาฯ ที่ซื้อฝากมา เป็นต้น   ทั้งนี้ จากกรณีตัวอย่างของลูกค้าขายฝากรายหนึ่ง ตัดสินใจเข้ามาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เนื่องจากวันนั้น เขาต้องการเงินเพื่อไปปิดภาระหนี้จากบัตรเครดิต หากไม่ชำระจะเกิดปัญหาทางด้านเครดิตที่กระทบต่อการงาน ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงไม่สามารถรอขายบ้านจริงได้ หรือจะกู้เงินจากสถาบันต่างๆ ก็ไม่ผ่านเงื่อนไข เขาจึงนำบ้านที่มีอยู่มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เปลี่ยนบ้านเป็นเงินสดทันที และนำเงินที่ได้นี้ไปปิดภาระหนี้สินต่างๆ และทำให้เขากลับมามีสภาพคล่องอีกครั้ง ระหว่างทำสัญญาขายฝากเพียงแค่ 3 เดือน ก็มีคนติดต่อมาขอซื้อบ้านทำให้เขาสามารถไถ่ถอนได้ในระยะเวลาแค่ 3 เดือน ในมุมของนักลงทุนหรือผู้ซื้อฝาก แทนที่จะได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี กลายเป็นว่าได้ผลตอบแทน 9% ใน 3 เดือน หรือถ้าคิดเป็นรายเดือนก็ตกอยู่ที่ 3% เรียกได้ว่า วิน วิน ทั้งสองฝ่าย   สำหรับค่าบริการนั้น ทางสมาร์ทฟินน์จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของสมาร์ทฟินน์ได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สิน ซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ สมาร์ทฟินน์พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น   ฉะนั้น หากใครที่กำลังข้องเกี่ยวกับแวดวงของอสังหาฯ ในลักษณะของการเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายฝาก ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะลองเลือกใช้บริการจาก สมาร์ทฟินน์ (SmartFinn) ซึ่งปัจจุบันได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และเตรียมตัวขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น

อ่านต่อ >>

SmartFinn สตาร์ทอัพหัวใส ปลดล็อก Best Deal ผู้ขาย-ผู้ซื้อ

SmartFinn สตาร์ทอัพหัวใส ปลดล็อก Best Deal ผู้ขาย-ผู้ซื้อ   อย่างที่ทราบกันดีว่า สตาร์ทอัพโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นจากแนวคิดที่ต้องการแก้ปัญหาบางอย่าง และอาจรวมไปถึงการเพิ่มช่องทางหรือเสริมบริการ จากรูปแบบเดิมๆ มาสู่แพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น  SmartFinn คืออีกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่กำลังตอบโจทย์สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ผ่านโมเดลบริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลาง ผ่านแนวคิดของผู้ก่อตั้ง (Co-Founder) อย่าง  อ้อย- ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ CEO และ มด-ปฏิมากร ใจอ่อน COO ซึ่งต้องการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ   แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร? ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์: แนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม SmartFinn เกิดจากความต้องการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากแบบเดิมๆ ซึ่งหากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็หมายถึง SmartFinn เปรียบได้กับ Uber แต่เป็นบริการด้านการเงิน ซึ่งเป็น Concept คล้ายๆ กัน โดย Uber เป็นแพลตฟอร์มกลางให้คนที่มีรถและคนที่ต้องการใช้รถมาเจอกัน ขณะที่ SmartFinn เป็นแพลตฟอร์มที่ Matching ระหว่างคนที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์และคนที่ต้องการซื้อหรือผู้ลงทุนนั่นเอง     จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ SmartFinn กลายเป็นทางเลือกของผู้ซื้อ-ผู้ขาย? ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์: ทั้งนี้ หัวใจในการทำงานของ SmartFinn ต้องการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดย SmartFinn จะช่วยทำให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เกิดดีลราคาที่ดีที่สุดในท้องตลาด ด้วยราคาที่สูงที่สุดถึง 70% ของราคาที่มีการซื้อขายจริงในท้องตลาด และยังสามารถต่อสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญา) ส่วนอัตราดอกเบี้ยขายฝากผ่าน SmartFinn ยังต่ำที่สุด 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยขายฝากทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก   ดังนั้น จากการที่เราอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนมานาน ทำให้เข้าใจถึงความน่ากลัวของการกู้เงินในรูปแบบดอกเบี้ยทบต้นเป็นอย่างดี และจะสร้างปัญหาให้กับฝั่งลูกหนี้อย่างมาก ยกตัวอย่าง ขายฝากแบบเดิมที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ผ่านไปเพียง 2 ปี ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 72% นั่นเท่ากับว่า ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบเท่ากับจำนวนเงินต้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่กู้เงินด้วยดอกเบี้ยสูงๆ จะสามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่องได้ แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ สุดท้ายก็ยิ่งเพิ่มภาระหรือเพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ   แม้ว่าดอกเบี้ยจากบริการขายฝากผ่าน SmartFinn จะไม่ต่ำเท่ากับการจำนองทรัพย์กับสถาบันการเงิน แต่บางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากกู้เต็มวงเงินแล้ว หรือเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์ แต่หากยังมีทรัพย์ที่สามารถนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ เชื่อว่า SmartFinn จะช่วยให้ผู้ขายฝากไม่ต้องโดนทำร้ายจากการขายฝากที่โดนกดวงเงิน หรือ ดอกเบี้ยสูงๆจากการรับจำนองเองของเจ้าของเงินที่รับขายฝากทั่วไป     ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้ซื้อฝากหรือผู้ลงทุนนั้น ยังได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุน สูงถึง 9% ต่อปี พร้อมกับได้สิทธิ์ในโฉนดที่ดินด้วย อีกทั้ง SmartFinn ยังลดความเสี่ยง ด้วยทีมประเมินทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยเสริมทัพความอุ่นใจให้เจ้าของเงิน อีกด้วย   ในแง่ของหลักการทำงาน ปฏิมากร ใจอ่อน COO ของ SmartFinn ได้แชร์ถึงรายละเอียดอย่างน่าสนใจ ปฏิมากร: รูปแบบบริการ Smart Finn มีความเป็นระบบสูง เริ่มจากเมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามาต้องการจะฝากทรัพย์สิน ในเบื้องต้นจะมีการสัมภาษณ์เจ้าของทรัพย์สินว่า มีหนี้ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ที่อื่นหรือไม่ และหากนำทรัพย์สินมาขายฝากแล้วลูกค้าจะเหลือเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อนำไปปลดภาระหนี้สินหรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน จากนั้นจะมีผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างยุติธรรม เมื่อผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้ว จะนำทรัพย์สินดังกล่าวเสนอให้กับผู้ที่สนใจลงทุนทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางอื่นๆ สำหรับค่าบริการนั้น ทาง SmartFinn จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของ SmartFinnได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สินซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ SmartFinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น     ทั้งนี้ เป้าหมายของในเบื้องต้นของ SmartFinn ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน ส่วนในระยะยาวนั้น จะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น   โดยปัจจุบันจะคงโฟกัสที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน แต่ในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดต่อไป เพราะเป้าหมายหลักของ SmartFinn คือ การช่วยประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก โดยอยู่ในรูปแบบของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่บาลานซ์ระหว่างผู้ขายและผู้ลงทุนในราคาที่ยุติธรรมยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และค่าธรรมเนียมบริการที่ไม่สูงมาก เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถก้าวเดินต่อไปได้  

อ่านต่อ >>

การขายฝากคืออะไร? เปรียบเทียบกับการจำนอง แตกต่างกันอย่างไร?

การ ขายฝาก คือ รูปแบบหนึ่งของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เหมือนกับการจำนอง หรือการกู้ยืมผ่านสถาบันการเงินที่มีอสังหาริมทรัยพ์ค้ำประกัน และต้องไปทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน ดังนั้น การขายฝากจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ถูกกฎหมายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน   เนื่องจากการขายฝากจะต้องไปทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน ดังนั้น การขายฝากจะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กรมที่ดินของพื้นที่ๆทรัพย์นั้นตั้งอยู่เช่นเดียวกับ จำนอง โดยเจ้าพนักงานกรมที่ดินจะคำนวนจาก ระยะเวลาที่ถือครองโฉนด มูลค่าขายฝาก มูลค่าประเมินของกรมธนารักษ์ และอื่นๆ ประกอบเพื่อคำนวนค่าธรรมเนียมของกรมที่ดิน     โดยปกติทั่วไปแล้ว การขายฝาก จะมีนายทุนบุคคลเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้จากผู้กู้น้อยกว่าการจำนอง ผู้นำทรัพย์มาขายฝากจะต้องไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่ตกลงกันไว้กับนายทุน ไม่เช่นนั้น ทรัพย์จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุนโดยสมบูรณ์เมื่อเกินระยะเวลาที่ตกลงกัน   (ในกรณีนี้ สมาร์ทฟินน์ มีบริการช่วยเหลือผู้ขายฝาก – ติดต่อเจ้าหน้าที่ของสมาร์ทฟินน์ได้โดยตรง) ในทางกลับกัน การจำนองจะมีสถาบันการเงินเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากกว่า และต้องมีการฟ้องร้องเมื่อผิดนัดชำระหนี้     การขายฝากจึงเป็นช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน ธนาคารต่างๆได้ โดยนายทุนจะพิจารณาเฉพาะมูลค่าทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน เพื่อมั่นใจว่าผู้กู้จะนำเงินกู้มาคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา (สมาร์ทฟินน์ มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้ที่จะมาขายฝาก เพื่อนำเงินไปสร้างเครดิตเพื่อขอเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยใช้เวลาสร้างเครดิต 1-2 ปี เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา)   ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณรักษาและฟื้นฟูเครดิตของคุณได้อย่างไร อ่านต่อได้ที่นี่       Smartfinn เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องขายฝาก และช่วยในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดเงื่อนไขและจำนวนปีในการทำสัญญาขายฝาก ระหว่างนายทุนผู้ให้เงินและผู้ขายฝาก ให้สอดคล้องกับความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนของผู้ขายฝากเพื่อความเป็นธรรมที่สุด ► www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก กับการกู้เงินที่ก่อให้เกิดรายได้

ขายฝาก กับการกู้เงินที่ก่อให้เกิดรายได้   ปัญหาหนี้สินครัวเรือนของคนไทยที่ 1.3 แสนล้านบาท จากการเปิดเผยตัวเลขของสภาหอการค้าไทย ในปี2560 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 10% ในทุกปีนั้น จึงทำให้เห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้ ซึ่งการเป็นหนี้นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การลงทุนในธุรกิจ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ซื้อของฟุ่มเฟือย   แต่แบบไหนล่ะ ที่จะเรียกว่า เป็นการเป็นหนี้แบบคุ้มค่า หรือที่เราเรียกว่าหนี้ดี “หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้” ต้องพิจรณาก่อนจะทำการกู้ยืม หรือ ทำสินเชื่อนั้น ควรเริ่มต้นจากการประเมินก่อนว่า เงินที่ได้มา ต้องก่อให้เกิดรายได้ สร้างเงินเพิ่มคุ้มค่าหรือไม่ กรณีก่อหนี้ใหม่ที่มาชำระหนี้เดิม มาช่วยลดดอกเบี้ยเดิมได้หรือไม่ ถูกกว่า ดอกเบี้ยเดิมที่จ่ายอยู่หรือไม่ รายได้ที่สร้างขึ้นมานั้น มั่นคงเพียงพอที่เราจะชำระหนี้นี้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่   เมื่อพิจารณารอบด้านแล้ว หากเห็นว่าคุ้มค่าการลงทุน ก็ไม่ต้องกลัวการเป็นหนี้ หากหนี้นั้นสามารถสร้างรายได้ให้ได้มากกว่าดอกเบี้ยที่เสียไป ก็จะสามารถเรียกหนี้นั้นว่า “การลงทุนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว”     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก ต้องขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์

หัวใจหลักในการทำงานของ สมาร์ทฟินน์ คือ ต้องการช่วยเหลือการขายฝากในสังคมให้เป็นธรรม ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย   เป็นระบบแพลตฟอร์ทที่เป็นมาตรฐานหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย ช่วยให้สมาร์ทฟินน์เป็นระบบการขายฝากที่ดินดีที่สุดในท้องตลาด ประสานนักลงทุนในระบบทั่วประเทศ พร้อมให้วงเงินที่เป็นธรรมตามการประเมินมูลค่าของบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ในราคาซื้อขายที่แท้จริงตามอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งบริการเปลี่ยนนายทุนนอกระบบให้มาเป็นนักลงทุนของสมาร์ทฟินน์ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยนอกระบบที่สูงจนเกินความสามารถในการชำระหนี้ ให้โอกาส SMEs และผู้ขายฝาก ได้มีความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนมาจากนายทุนนอกระบบได้   ทั้งนี้ทีมที่ปรึกษาของสมาร์ทฟินน์ ยินดีช่วยเหลือกรณีไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยการเจรจาขยายระยะเวลาของสัญญาหรือหานักลงทุนรายใหม่ให้กับผู้ขายฝาก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก กับ สมาร์ทฟินน์

สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) คือแพลตฟอร์ม Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สมาชิก Thai Fintech Association - สมาคมฟินเทคประเทศไทย นวัตกรรมทางการเงินจุดประสงค์เพื่อ SME ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง มีภาระดอกเบี้ยสูง และไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากสถาบันการเงินในระบบได้ ให้ได้พบกับนักลงทุนในระบบที่ไม่เอาเปรียบ โดยผ่านระบบคัดกรองที่เป็นมาตรฐานของสมาร์ทฟินน์ กับ นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าที่ได้จากดอกเบี้ยธนาคารและมีหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดกรองค้ำประกัน ทำให้การลงทุนกับสมาร์ทฟินน์เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ โดยผู้ขายฝาก ยังสามารถต่ออายุสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นกับการตกลงของคู่สัญญา)   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์ม Matching การขายฝากอสังหาฯ ที่ประเมินมูลค่า บ้าน ที่ดิน คอนโด ราคาตามราคาที่แท้จริง ไม่เอาเปรียบทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ขายฝากอสังหาฯได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยพิจรณาผ่านบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)   ทำไมต้องขายฝาก กับ สมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ Smartfinn ขายฝาก ประเมินมูลค่า และดอกเบี้ยเป็นธรรม การดำเนินงานเป็นมาตรฐาน และหน่วยงานรับรอง ช่วยเหลือ SME ให้มีสภาพคล่อง ดำเนิน/ขยายธุรกิจต่อไปได้ เปลี่ยนนายทุนนอกระบบ ให้เป็นนักลงทุนในระบบ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากสมาร์ทฟินน์ ทางออกของคนทำธุรกิจ กับปัญหาสภาพคล่อง

ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ ทางออกของคนทำธุรกิจ กับปัญหาสภาพคล่อง   ปัญหาสภาพคล่อง กับ การทำธุรกิจ เป็นเรื่องท้าทายสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคน ธุรกิจที่ต้องการขยายการเติบโต มีไอเดีย และลู่ทางธุรกิจมากมาย แต่ติดปัญหาเงินลงทุนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME ทำให้อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน พลาดโอกาสในการลงทุนต่อยอดธุรกิจ   ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทางออกสำหรับบางคนอาจไม่ง่ายนัก หากต้องการเงินทุนเพื่อมาพยุงธุรกิจ และยืดอายุธุรกิจ ต่อลมหายใจ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจต้องใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง การทำสินเชื่อกับธนาคารทั่วไปอาจไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับธุรกิจ SME ที่ไม่ได้เตรียมการทำบัญชี หรือ เดินสเตทเมนท์ตามหลักมาตรฐานของธนาคารทั่วไป   อีกทั้งในปัจจุบัน สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างมาก ลูกค้าเก่าต้องชำระหนี้เดิมให้หมดก่อน ก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงินใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ต้องหันไปพึงแหล่งเงินกู้นอกระบบที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 5-10 เท่า   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์ม ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด ที่ดีที่สุด ยุติธรรม ดอกเบี้ยเป็นธรรม เข้ามาช่วยเหลือ SME ที่ขาดสภาพคล่อง หรือต้องการขยายธุรกิจ ได้ประกอบกิจการต่อไปได้ เป็นแหล่งแพลตฟอร์มเชื่อมโยง พร้อมทั้งช่วยเปลี่ยนนายทุนให้เป็นนักลงทุนคุณภาพของสมาร์ทฟินน์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่าง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>
Platform Matching