Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

Smartfinn ขายฝากออนไลน์ อันดับ 1

Smartfinn ธุรกิจขายฝากเพื่อ SMEs “คว้ารางวัลทุกปี ตอกย้ำความเป็นที่ 1”       การขายฝากไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการที่ผู้ขายฝากนำทรัพย์ (บ้าน คอนโด ที่ดิน) มาเปลี่ยนเป็นเงิน เพราะความจำเป็นเร่งด่วนบางอย่าง ทำให้ผู้ขายฝากอาจได้รับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมได้   “ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยธุรกิจขายฝากมีมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ”       นางสาวปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ได้เห็นปัญหาและต้องการปิดช่องว่างสีเทาตรงนี้ จึงนำความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาเข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เกิดเป็นบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ จับคู่การขายฝากระหว่างผู้ต้องการเงินกับนักลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด     ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมและมีมาตรฐาน ช่วยเหลือผู้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นหนี้ ที่ไม่สามารถกู้จากสถาบันการเงิน เป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักธุรกิจไทย (ไม่ต้องพึ่งการกู้นอกระบบ) อีกทั้งยังตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สิน โดยบริษัทประเมินที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย อนุมัติไว ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์     บริษัท สมาร์ทฟินน์ ก่อตั้งในปี 2017 ปัจจุบัน Smartfinn ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 500 ราย มูลค่ารวมกว่า 2000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ SMEs เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ จากวิสัยทัศน์ในวันนั้น ในวันนี้ได้พิสูจน์แล้ว ด้วยรางวัลมากมาย   รางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019” (ผู้อุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ)   รางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” (สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563)       ความสำเร็จเหล่านี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ยังมีผู้ประกอบการหลากหลายธุรกิจที่รอให้เราเข้าไปช่วยเหลือ   หากคุณคือคนนั้น หรือรู้จักเจ้าของกิจการที่ต้องการรับเงินก้อนต่อยอดธุรกิจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.smartfinn.co.th หรือ 02-026-0725   Smartfinn ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2563

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” ประจำปี 2563   มูลนิธิเพื่อสังคมไทยได้จัดงานประกาศเกียรติคุณรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563 ในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ให้เกียรติมอบรางวัล เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563     บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้รับประกาศเกียรติคุณรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” พุทธศักราช 2563 สาขา บริหารและพัฒนาธุรกิจ     คุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลเกียรติยศ และประกาศนียบัตรจาก พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีและเลขนุการมูลนิธิพระดาบส     เนื่องด้วยคณะกรรมการได้เล็งเห็นผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนในการดำเนินงานของบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนตั้งแต่การบริการ การดำเนินงาน การบริหารจัดการที่ดี รวมไปถึงผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถที่ดี ซึ่งนำพาให้พนักงานทำงาน ปฏิบัติตนภายใต้คุณงามความดี มีคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสมควรยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2019

เนื่องด้วยวันเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปี มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ได้จัดโครงการ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเป็นการยกย่องบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการ ดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ ซึ่งสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีและควรค่าต่อการส่งเสริมเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ     โดย คุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานบริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้ขึ้นรับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจบริการเฉพาะกิจ ซึ่งได้รับความกรุณาจาก ท่านหญิงประภาพันธุ์ (ภานุพันธุ์) กรโกสียกาจ ได้เสด็จมาเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งประทานโล่เกียรติยศให้กับ บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019 และบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2019 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย จุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา     ทั้งนี้การได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลเกียรติคุณนั้น ได้ผ่านการเสนอชื่อและกลั่นกรองโดยคณะกรรมการ ว่าเป็นผู้ที่อุทิศตัวทำประโยชน์ให้สังคม ควรค่าแก่การส่งเสริมฯ 23 สาขาธุรกิจด้วยกัน ทุกรายนามจะถูกบันทึกลงไว้ในอนุสรณ์ของมูลนิธิฯ ต่อไป    

อ่านต่อ >>

SmartFinn มิติใหม่วงการขายฝาก ตอบโจทย์ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ

SmartFinn มิติใหม่วงการขายฝาก ตอบโจทย์ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ   การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งแบบมีเงื่อนไข โดยผู้ซื้อและผู้ขายต้องไปทำสัญญาซื้อ-ขายต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน เช่นเดียวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และเสียค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าอากรหรือภาษีธุรกิจเฉพาะเท่ากับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ตามปกติ รวมทั้งกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่มีข้อแม้ว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนี้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตกลงกันขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนได้ (ทั้งนี้ต้องไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ 10 ปี)     การขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร? การขายฝากมีสิ่งที่แตกต่างจากการจำนอง คือ กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อฝากทันที และหากไม่มาใช้สิทธิ์ไถ่ถอนคืนภายในเวลาที่กำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ส่วนการจำนอง เมื่อผู้จำนองผิดเงื่อนไขสัญญาการชำระหนี้ ผู้รับจำนองจะต้องใช้ช่องทางการบังคับคดีตามกฎหมายเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อมาชำระหนี้ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องใช้เวลานานพอสมควร   Smartfinn คืออีกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่กำลังตอบโจทย์สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ผ่านโมเดลบริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน และมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มือสังหาริมทรัพย์แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อนด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ารูปแบบเดิม ๆ ซึ่งหากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็หมายถึง SmartFinn เปรียบได้กับ Uber ซึ่งเป็น Concept คล้ายๆ กัน โดย Uber เป็นแพลตฟอร์มกลางให้คนที่มีรถและคนที่ต้องการใช้รถมาเจอกันนั่นเอง     ทั้งนี้ หัวใจในการทำงานของ SmartFinn ต้องการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการขายฝากในรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดย SmartFinn จะช่วยทำให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ เกิดดีลราคาที่ดีที่สุดในท้องตลาด ด้วยราคาที่สูงที่สุดถึง 70% ของราคาที่มีการซื้อขายจริงในท้องตลาด และยังสามารถต่อสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญา)   ส่วนอัตราดอกเบี้ยขายฝากผ่าน Smartfinn ยังต่ำที่สุด 0.75% ต่อเดือนหรือ 9% ต่อปี ขณะที่อัตราท้องตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก   "จากการที่เราอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนมานาน ทำให้เข้าใจถึงความน่ากลัวของการกู้เงินในรูปแบบดอกเบี้ยทบต้นเป็นอย่างดี และจะสร้างปัญหาให้กับฝั่งลูกหนี้อย่างมาก ยกตัวอย่าง ขายฝากแบบเดิมที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อเดือนหรือ 36% ต่อปี ผ่านไปเพียง 2 ปี ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 72% นั่นเท่ากับว่า ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบเท่ากับจำนวนเงินต้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่กู้เงินด้วยดอกเบี้ยสูงๆ จะสามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่องได้ แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ สุดท้ายก็ยิ่งเพิ่มภาระหรือเพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ "   แม้ว่าดอกเบี้ยจากบริการขายฝากผ่าน SmartFinn จะเท่ากับการจำนองทรัพย์กับสถาบันการเงิน แต่บางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากกู้เต็มวงเงินแล้วหรือเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์แต่หากยังมีทรัพย์ที่สามารถนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ เชื่อว่า SmartFinn จะช่วยให้ผู้ขายฝากไม่ต้องโดนทำร้ายจากการโดนกดวงเงิน หรือดอกเบี้ยสูงๆ จากการรับจำนองเองของเจ้าของเงินที่รับขายฝากทั่วไป   "ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้ซื้อฝากหรือผู้ลงทุนนั้น ยังได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุนสูงถึง 9 ต่อปี พร้อมกับได้สิทธิ์ในโฉนดที่ดินด้วย อีกทั้ง SmartFinn ยังลดความเสี่ยงด้วยทีมประเมินทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยเสริมทัพความอุ่นใจให้เจ้าของเงินอีกด้วย"     ขั้นตอนการทำงานของ SmartFinn เป็นรูปแบบบริการที่มีความเป็นระบบสูงเริ่มจากเมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามาต้องการจะฝากทรัพย์สิน ในเบื้องต้นจะมีการสัมภาษณ์เจ้าของทรัพย์สินว่า มีหนี้ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ที่อื่นหรือไม่ และหากนำทรัพย์สินมาขายฝากแล้ว ลูกค้าจะเหลือเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อนำไปปลดภาระหนี้สิน หรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน จากนั้นจะมีผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างยุติธรรม เมื่อผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้วจะนำทรัพย์สินดั่งกล่าวเสนอให้กับผู้ที่สนใจลงทุนทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางอื่น ๆ     สำหรับค่าบริการนั้น ทาง SmartFinn จะคิดค่าบริการจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของ SmartFinn ได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สิน ซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทฯ ที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ SmartFinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝาก เป็นต้น ในเบื้องต้น SmartFinn ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม สำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนส่วนในระยะยาวจะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา และในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดแน่นอน เพราะเป้าหมายหลักของเราคือต้องการช่วยประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก โดยอยู่ในรูปแบบของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่บาลานซ์ระหว่างผู้ขายและผู้ลงทุนในราคาที่ยุติธรรม ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และค่าธรรมเนียมบริการที่ไม่สูงมาก เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถก้าวเดินต่อไปได้   สารบัญ การขายฝาก การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คือ อะไร? การขายฝากแตกต่างจากการจำนองอย่างไร? อัตราดอกเบี้ยขายฝาก ขั้นตอนการขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ค่าบริการในการขายฝาก   สรุป มิติใหม่ของวงการขายฝาก คือ การทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง เพื่อแก้ปัญหาการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดยอัตราดอกเบี้ยขายฝากของสมาร์ทฟินน์จะอยู่ที่ 0.75%  ต่อเดือน หรือ  9% ต่อปี     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากผ่าน “สมาร์ทฟินน์” ช่วยเอสเอ็มอีแก้ปัญหาธุรกิจขาดเงิน

ขายฝากผ่าน “สมาร์ทฟินน์” ช่วย SME แก้ปัญหาธุรกิจขาดเงิน   สมาร์ทฟินน์  คือ ช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการ SME ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกันก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน ซึ่งปัญหายากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่เป็น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน   เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที ก็จะกลายเป็น "จุดอ่อน" ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายแค่ไหนก็ตาม เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม "คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน" พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โชลูชั่นส์ จำกัด    "ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ประชาชนแห่กันหาซื้อเสื้อเหลืองมาสวมใส่เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 บริษัทได้ออร์เดอร์ผลิตเสื้อเหลืองล็อตใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อผ้าสีเหลืองมาเตรียมไว้ปรากฏว่า เราไม่มีเงินพอ และต้องเร่งหาให้ได้โดยด่วน ไม่เช่นนั้นจะผลิตเสื้อไม่ทัน อีกทั้งผ้าเหลืองขาดตลาด จำเป็นต้องใช้เงินสดในการสั่งซื้อ รู้ได้เลยว่า ตอนนั้นเราต้องวิ่งวุ่นแลกเช็คเพื่อหาเงินมาให้ได้ กว่าจะแก้ปัญหาได้แทบแย่”   จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ (Smartinn) ได้ชื่อว่า เป็นสตาร์ตอัพ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น "ฟินเทค" (หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย) เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2560 โดยเป็นแพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม บ้าน เป็นต้นในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จะเป็นช่องทางการลงทุนให้กับผู้ที่มีเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะได้รับผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีซึ่งถือว่าคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในอีกหลายๆ ประเภทเสียด้วยซ้ำ   คุณปริสุทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วแนวคิดของสมาร์ทฟินน์ก็เพื่อต้องการเป็นช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกัน ก็เป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน โดยขั้นตอนของการทำงาน สมาร์ทฟินน์จะพัฒนาระบขึ้นมา แล้วให้ผู้ต้องการใช้บริการเข้ามาลงทะเบียน หลังจากนั้นจะส่งบริษัทกลางเข้าประเมินสินทรัพย์ ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทประเมินของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ราคาขายฝากเป็นที่เชื่อมั่นและได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย   จากนั้นเราก็จะตรวจสอบสินทรัพย์และคัดกรองอีกรอบ แล้วส่งให้ผู้สนใจลงทุนพิจารณาคัดเลือก เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำธุรกรรมกัน ก็จะนัดหมายเซ็นสัญญากันที่กรมที่ดิน โดยสมาร์ทฟินน์จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียมในอัตรา 3.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าขายฝากโดยทั่วไป สมาร์ทฟินน์เริ่มดำเนินธุรกิจมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพียงแค่ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับจากทั้งนักลงทุนและเอสเอ็มอีที่ต้องการหาสภาพคล่อง มีธุรกรรมเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท   ด้าน คุณปฎิมากร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้ขายฝากต้องจ่าย ถือว่า ถูกมาก เมื่อเทียบกับการกู้เงินจากช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขายฝากโดยทั่วไปที่ทำกันอยู่ จะสูงถึง 24-36 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีระยะเวลาไม่แน่นอน บางรายเจอสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน นอกจากนี้ สมาร์ทฟินน์ยังดูแลให้บริการเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดอายุขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัว ป้องกันปัญหาทรัพย์ถูกยึดไป เพราะเรายึดหลักการที่ว่าการขายฝากเป็นเพียงการแก้ปัญหาขาดเงินชั่วคราว ไม่ใช่การขายขาด เพราะทรัพย์จะได้ราคาเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึดของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึด    ขณะที่ทางฝั่งผู้ลงทุน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก เพราะเราจะประเมินเบื้องต้นเสียก่อนว่า เป็นทรัพย์ที่ดี ไม่มีปัญหาจริงๆ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าดีกว่าลงทุนทางอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ สูงกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ทำให้เกิดกรณีทรัพย์ติดมือ ก็สามารถขายต่อ หรือนำทรัพย์ไปพัฒนาต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นทรัพย์ที่ดีได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดทำธุรกิจมา ยังไม่มีกรณีที่ผู้ขายฝากผิดนัด ไม่มาไถ่ถอน มีแต่ไถ่ถอนก่อนกำหนดแทบทั้งสิ้น   "การที่เรามาทำธุรกิจนี้ นอกจากได้ช่วยธุรกิจที่ขาดเงินในช่วงสั้นได้รับเงินไปหมุนเวียนและแก้ไขปัญหา ดีกว่าไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาก แล้วก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจถือว่าเป็นการได้ทำบุญ เพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ผู้นำทรัพย์มาขายฝากพยายามหาเงินทุกทางแล้วไม่ได้ และเมื่อมาเจอแพลตฟอร์มขายฝากของ สมาร์ทฟินน์ ก็นำทรัพย์มาเสนอและผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนทันที ซึ่งทำให้เขาสามารถนำเงินไปคืนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมากได้ ซึ่งเราเห็นเขาดีใจมาก"   คุณปฏิมากร เสริมว่า เป้าหมายเบื้องต้นของสมาร์ทฟินน์คือ ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ส่วนในระยะยาวจะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น   ถือได้ว่า สมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลาย ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับธุรกิจ ด้วยคอนเซ็ต์การทำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เพียงแค่คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมกับลงทะเบียน แค่นี้...ปัญหายุ่งๆ เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะหมดไป!!   สารบัญ เกี่ยวกับ สมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ คือ จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ ขั้นตอนการขายฝากของสมาร์ทฟินน์ อัตราดอกเบี้ยของสมาร์ทฟินน์ การลงทุนกับสมาร์ฟินน์ พื้นที่ให้บริการของสมาร์ทฟินน์   สรุป สมาร์ทฟินน์ คือ แพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์และผู้ขายฝาก โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาค้ำประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ อาคารพาณิชย์ ทาว์นโฮม ทาว์นเฮาส์ โรงแรม ที่พักรีสอร์ท เป็นต้น โดยดอกเบี้ย เริ่มต้นที่ 9% ต่อปี จนถึง 12% ต่อปี     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?   พินัยกรรม คือ ?     พินัยกรรม คือ เอกสารที่ระบุความจำนงเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดกส่วนตัว ว่าต้องการมอบให้ผู้ใดเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุกำหนดความต้องการให้ทายาททราบ หรือปฏิบัติเมื่อเสียชีวิต   ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดสู่ทายาทโดยธรรม ตามที่กฎหมายระบุ   ทายาทโดยธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ลำดับ เรียงลำดับสิทธิ์ดังนี้ ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม รวมถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียสมรส บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา   คุณสมบัติของผู้ทำพินัยกรรม คือ มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พินัยกรรมมีกี่ประเภท พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรม จัดทำหนังสือโดยการพิมพ์ข้อความพินัยกรรมลงในกระดาษ ระบุใจความสำคัญของมรดกและผู้รับพินัยกรรมอย่างครบถ้วน ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยพยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมฉบับนั้นด้วย   พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดในพินัยกรรมทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ระบุวัน เดือน ปี ที่เขียนพินัยกรรม พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม (รูปแบบเขียนเองนี้มีหรือไม่มีพยานก็ได้)   พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เป็นพินัยกรรมที่ต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ในพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ณ เขตหรืออำเภอที่อาศัยอยู่ โดยเจ้าพนักงานจะทำการอ่านข้อความพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม และพยานจำนวนอย่างน้อย 2 คน เมื่อเห้นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมประทับตราตำแหน่งในเอกสาร   พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมรูปแบบนี้ ดำเนินการที่เขตหรืออำเภอ คล้ายกันกับรูปแบบเอกสารฝ่ายเมืองเพียงแต่ข้อความภายในเอกสารจะเป็นความลับ โดยจะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมและพยานอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อเพื่อปิดผนึก โดยเจ้าพนักงานจะลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมบซองพร้อมทั้งประทับตราตำแหน่ง ลายมือชื่อพยานและเจ้าพนักงาน   พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา รูปแบบวาจาสามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายในรูปแบบใดๆเลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนเพื่อรับฟังข้อความ วาจาที่ระบุถึงเนื้อหาในพินัยกรรม นอกจากนี้พยานจะต้องติดต่อทางราชการโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งข้อความวาจา ที่ได้รับมาและแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและเหตุการณ์ที่จำต้องทำด้วยวาจาว่าเพราะอะไรจึงไม่สามารถทำในรูปแบบอื่นๆได้ ท้ายที่สุดเจ้าพนักงานและพยานจะลงลายมือชื่อในข้อความที่เจ้าพนักงานได้รับมาเป็นอันสิ้นสุด   นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจ้างทนายความผู้ดูแลพินัยกรรมให้กับครอบครัวอีกด้วย   ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในพินัยกรรม ชื่อพินัยกรรม สถานที่ทำพินัยกรรม วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม   ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม กรณีทำแบบฝ่ายมือง มีค่าใช้จ่ายต่อเอกสารจำนวน 50 บาท คู่ฉบับๆละ 10 บาท กรณีทำแบบเอกสารลับ มีค่าใช้จ่ายฉบับละ 20 บาท กรณีแบบธรรมดาและเขียนเองทั้งฉบับ จะไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับเขต หรืออำเภอ กรณีมีทนายความดูแลพินัยกรรม ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ทำพินัยกรรมและทนายความ   หมายเหตุ : ในรูปแบบที่ต้องมีพยานในพินัยกรรม ผู้ที่เป็นพยานจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

10 เทรนด์อสังหาฯ ปี 65 บ้านประหยัดพลังงานครองแชมป์

10 เทรนด์อสังหาฯ ปี 65 บ้านประหยัดพลังงานครองแชมป์   บริษัท เทอร์ร่า บีเคเค บริษัทอสังหาฯ ได้เผยถึงแนวโน้มอสังหาฯ ปี 2565 ว่ามีหลายสิ่งที่น่าสนใจ รวมถึงตลาดที่รองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปด้วย โดย 10 เทรนด์อสังหาฯ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 มีดังนี้   เทรนด์อสังหาฯ ปี 2565   เทรนด์การพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน  จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญกับเรื่องประหยัดพลังงานมากขึ้น ดังนั้น เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานหรือลดค่าใช้จ่ายจะเข้ามามีส่วนสำคัญ และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น   เทรนด์ระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพราะต้องการลดกำลังคน และประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า ตัวอย่างเช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เดิน 24 ชั่วโมง ซึ่ง รปภ. 2-3 คนต่อบ้าน 300 หลัง หากเกิดเหตุขึ้นไม่สามารถเตือนภัยได้ทันเวลา ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ก็มีแนวโน้มของการโจรกรรมที่มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้นตามไปด้วย    เทรนด์การออกแบบบ้านที่เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ (Blended environment) Blended environment ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันคนใช้ชีวิตในบ้านมากกว่านอกบ้าน เนื่องจากกังวลติดโรคระบาด ผนวกกับคนทำงานที่บ้านมากขึ้น จึงต้องการบ้านที่มีดีไซน์ผสมผสานกับธรรมชาติ ผู้คนโหยหาธรรมชาติ หรือแม้แต่อาคารสำนักงานก็ให้ความสำคัญกับเทรนด์นี้ ทำให้เกิดเทรนด์ Indoor Plants   เทรนด์เมตาเวิร์ส (Metaverse)  คาดว่าอีก 3 ปีจากนี้โลกเสมือนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ณ ตอนนี้ยังเป็นเพียงลูกเล่นทางการตลาด (Gimmick) ที่ตอบโจทย์เด็กเจนอัลฟา (อายุ 9-10 ปี) ในการเล่นเกมเท่านั้น ใน 5 ปีข้างหน้าเด็กกลุ่มนี้จะมีอายุ 15 ปี แล้วกลายเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่พร้อมทำงานหาเงินในโลกเสมือน อนาคต “เมตาเวิร์ส” จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประสบการณ์ในการเข้าชมโครงการบ้านและคอนโด ทั้งของแนวราบและแนวสูง ทำให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ใกล้เคียงของจริง ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯ ทำให้ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างเซลล์แกลลอรี่ แค่ทำโครงการในโลกเสมือนออกมาให้คนได้เข้าไปสัมผัสและจองดูได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญสามารถลดต้นทุนการทำเซลล์แกลลอรี่ที่มีมูลค่าถึง 10-30 ล้านบาทได้    เทรนด์ Virtual Reality (VR) , Augmented Reality (AR)   เทคโนโลยีโลกเสมือนมีบทบาทมากขึ้นกว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะราคาถูกลง มีเครื่องมือฟรีออกมาให้ทดลองใช้ และยังเชื่อมโยงกับเมตาเวิร์สได้ จึงทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ หลายรายเริ่มดีไซน์บ้านเพื่อตอบโจทย์การใช้เทคโนโลยี AR & VR หรือ Digital Twin มากขึ้น   เทรนด์การชำระเงินด้วยคริปโตฯ คริปโตฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เด็กรุ่นใหม่โดยเฉพาะเจนอัลฟาจะทำทุกอย่างบนโลกอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคนเริ่มยอมรับการใช้เทคโนโลยีเพื่อชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น ซึ่งจากเทรนด์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เปิดช่องให้มีการชำระเงินด้วยคริปโตฯ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น และกลุ่มเจนอัลฟายังเป็นกลุ่มที่จะเข้ามาแทนกลุ่มเบบี้บูมและเจนเอ็กซ์ในอนาคตด้วย   เทรนด์ Universal design Universal design เป็นหลักการออกแบบเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในสังคม สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และเท่าเทียมกัน โดยเจนซีจะให้ความสำคัญกับ Universal design มากกว่าเจนอื่น ๆ เพื่อให้คนทุกเจนมีความเทียบเท่ากับกลุ่มเบบี้บูม ไม่ใช่แค่รองรับกลุ่มผู้สูงวัยเท่านั้น ฉะนั้นโครงการที่เกิดใหม่ต้องให้ความสำคัญต่อเทรนด์นี้มากขึ้น   เทรนด์ Public space for New Gen เทรนด์พื้นที่สาธารณะสร้างสรรค์ทางความคิด เป็นเรื่องใหม่ที่เข้ามาในเมืองไทย เพราะหลังเกิดโควิด-19 ทุกคนเบื่อการอยู่บ้าน จุดนี้เองที่ทำให้เกิดกระแส “เซิร์ฟสเก็ตฟีเวอร์" สถานที่สาธารณะต่าง ๆ เปิดพื้นที่เพื่อ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบทำกิจกรรมข้างนอก เทรนด์นี้อสังหาฯ ประเภทรีเทล ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือแม้แต่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมก็สามารถนำเอามาใช้พัฒนาพื้นที่เพื่อดึงคนรุ่นใหม่ได้ และยังเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับการสนับสนุนไอเดียสร้างสรรค์ และการแสดงออกต่าง ๆ   เทรนด์ Green material การใช้วัสดุธรรมชาติหรือการลดทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อน จึงนิยมใช้วัสดุธรรมชาติเพื่อสะท้อนตัวตนมากกว่าคำนึงแบรนด์ ดังนั้น Green material จึงเป็นเทรนด์ที่เป็นจุดขายที่ไม่ควรมองข้าม   เทรนด์บริการ 24 ชั่วโมง ด้วยระบบอัตโนมัติ มาพร้อมกับเทรนด์ Work from Anywhere ที่บรรดาอสังหาฯ อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีและบริการ 24 ชั่วโมงด้วยระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยให้บริการ โดยเฉพาะกับกลุ่มดิจิทัลโนแมด ที่ใช้ชีวิตเดินทางท่องเที่ยวและทำงานไปพร้อม ๆ กัน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

รับมรดกที่ดินมาควรทำอย่างไร?

        เมื่อเจ้าของที่ดินเกิดถึงแก่กรรม ทำให้ได้รับมรดกที่ดินมา ต้องเริ่มที่ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้การรับมรดกเรียบร้อยสมบูรณ์?   ผู้รับมอบสามารถเป็นใครได้บ้าง ทายาทตามลำดับ 6 ลำดับ บุตร หลาน เหลน ลื้อ บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา นอกจากนี้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาททั้ง 6 ลำดับ   ต้องทำอย่างไร ทายาทที่ได้รับมรดกที่ดินจะต้องไปขอจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินนั้นที่สำนักงานที่ดิน พร้อมเอกสาร และค่าใช้จ่าย ดังนี้ ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน แบ่งได้ดังนี้ ค่าคำขอ ค่าประกาศมรดก ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก ค่าจดทะเบียนโอนมรดก ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน กรณีเป็นบุพการี หรือคู่สมรส ร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน เอกสารในการขอรับมรดกที่ดิน โฉนดที่ดิน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน มรณะบัตร หรือหลักฐานแสดงการเสียชีวิต พินัยกรรม (ถ้ามี)           กรณีอื่นๆเพิ่มเติมที่ต้องมีเอกสารหลักฐานแนบ ดังนี้ คู่สมรสตามกฎหมาย, หนังสือรับรองบุตรสำหรับบิดา, หนังสือรับบุตรบุญธรรม, หนังสือพิพากษาที่สิ้นสุด กรณีพิพาทในโฉนดที่ดิน, หากผู้ร่วมรับมรดกเสียชีวิต ต้องนำหลักฐานการเสียชีวิตของผู้ร่วมรับมรดกมาแสดง           นอกจากนี้การทำพินัยกรรม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนจากไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้เจ้าหน้าที่เขต หรืออำเภอ ดำเนินการให้พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ก็ทำให้ช่วยลดปัญหาการรับมรดกหลังจากถึงแก่กรรม     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร

อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร         อสังหาริมทรัพย์มักเป็นตัวเลือกที่ดี ที่คนมีเงินเหลือส่วนใหญ่เลือกกระจายการลงทุนในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์กัน ด้วยการซื้อที่ดิน บ้าน หรือคอนโด เพราะอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างผลกำไรได้อีกทางหนึ่ง วันนี้สมาร์ทฟินน์รวบรวมข้อดีเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ว่ามีความน่าลงทุนอย่างไร มาฝากกันค่ะ   อสังหาริมทรัพย์ สามารถลงทุนได้หลายรูปแบบ ดังนี้   การเก็งกำไร เป็นช่องทางการลงทุนในรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว สามารถซื้อเก็บเป็นทรัพย์สินส่วนตัวและแบ่งขายทำกำไรบางส่วนได้ ในอนาคต ข้อพิจารณาสำหรับผู้ที่ลงทุนในรูปแบบนี้ คือ เก็งกำไรระยะสั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงเพราะในปัจจุบันการแข่งขันของตลาดอสังหาฯ มีให้เลือกมากกว่าเเต่ก่อน มีจำนวนห้องในโครงการที่ over supply หรือกลุ่มเป้าหมายอาจมีทำเลในใจอยู่แล้ว ฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลของแต่ละโครงการให้ดีก่อนว่าเหมาะสมกับการลงทุนระยะไหน ไม่เช่นนั้นอาจต้องรอเวลานานเพื่อทำกำไร   การปล่อยเช่า เป็นอีกช่องทางในการลงทุน คือ ซื้อมา แล้วปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ กรณีอาคารพาณิชย์ นอกจากให้เช่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถให้เช่าพื้นที่เพื่อทำกิจการค้าขายได้อีกด้วย เช่น เปิดให้เช่าเป็นร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านทำผม, ร้านคอม ฯลฯ ข้อพิจารณาในการตัดสินใจปล่อยเช่า คือ ต้องคอยซ่อมแซมห้องเช่า / อาคาร ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดีตลอด หรือปัญหาจุกจิกต่างๆ เช่น หลังคารั่ว ท่อตัน ไฟฟ้าช๊อต และต้องทาสีเพื่อให้ดูใหม่ตลอดเวลา ฯลฯ และหากต้องการนำรายรับที่ได้จากผู้เช่ามาผ่อนต่อกับทางธนาคาร ก็ต้องเซ็นสัญญาเช่าระยะยาว จึงจะคุ้มกับการลงทุน   การขายต่อโอนกรรมสิทธิ์ ส่วนใหญ่กรรมสิทธิ์ จะมีระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี และอาจต่อสัญญาได้ตามเงื่อนไข และที่ดินจะไม่สามารถตั้งราคาเพื่อการขายขาดได้ เช่น ที่ของภาครัฐ การทางรถไฟ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นต้น เมื่อหมดสัญญา กรรมสิทธิ์ก็จบลง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงคือไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ ในส่วนของที่ดินและอาคาร หากเกิดการชำรุดเสียหายจาก ภัยพิบัติ หรือถูกเวนคืนในช่วงที่ยังติดสัญญาอยู่   หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชน ซึ่งนักลงทุนที่ซื้อหุ้นกู้ มีฐานะเป็น เจ้าหนี้ โดยให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้กู้เงิน (ลูกหนี้) เพื่อนำเงินทุนที่กู้มานั้น ไปใช้จ่ายในกิจการต่างๆ ของบริษัท โดยฝ่ายที่ออกหุ้นกู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ตลอดสัญญา และต้องชำระเงินต้นคืน เมื่อครบกำหนดอายุของหุ้นกู้           ข้อดีของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบบ้าน ที่ดิน และคอนโด คือ สามารถสร้างเงินหมุนเวียนได้จากการปล่อยให้เช่าได้ในระยะยาวหรืออาจขายต่อเพื่อสร้างผลกำไรก้อนใหญ่ได้ในอนาคต ซึ่งหากทำเลที่ตั้งและสิ่งแวดล้อม มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้อย่างเพิ่มพูนในอนาคตให้แก่นักลงทุนอีกด้วย         ถึงการลงทุนในรูปแบบนี้อาจดูเหมือนไม่ค่อยมีความเสี่ยงมากนัก แต่ทุกการลงทุนมักมีอุปสรรคและความเสี่ยงเสมอ ฉะนั้นควรศึกษารายละเอียดก่อนลงทุนว่าเหมาะสมกับการลงทุนในรูปแบบใด   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

5 ธุรกิจน่าลงทุนปี 65 ธุรกิจการแพทย์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มาแรง!

5 ธุรกิจน่าลงทุนปี 65 ธุรกิจการแพทย์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มาแรง!   ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายธุรกิจเริ่มรุกตลาดออนไลน์มากกว่าที่เคย สำหรับในปี 2565 นั้นรายการเศรษฐกิจ Insight ได้เสนอธุรกิจดาวรุ่งหรือธุรกิจน่าลงทุน และธุรกิจดาวร่วงแห่งปี 2565 ดังนี้   ธุรกิจดาวรุ่ง 2565   ธุรกิจน่าลงทุนอันดับ 1 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจดาวรุ่งอันดับ 1 ในปีนี้ คือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขายของออนไลน์ ซึ่งได้มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตอีกร้อยละ 21 ด้วยมูลค่า 3.65 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักที่สนับสนุนได้แก่พฤติกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงโควิด-19 ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้เกิดผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซมากขึ้นเรื่อย ๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน มีผลต่อการกระตุ้นการใช้โมบายแบงก์กิ้งของผู้บริโภคไทยด้วย   ธุรกิจน่าลงทุนอันดับ 2 ธุรกิจแพลตฟอร์ม เมื่อคนเริ่มชินกับการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซแล้ว ธุรกิจแพลตฟอร์มเองก็ได้ถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น ต้องสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ และควรทำให้ผู้บริโภคใช้งานได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจแพลตฟอร์มยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยเสี่ยงในธุรกิจนี้ คืออาจยังมีเรื่องของการขาดทุนอยู่บ้าง เพราะต่างฝ่ายต่างก็แข่งขันกันพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่ง ทำให้ต้นทุนธุรกิจแพลตฟอร์มค่อนข้างสูง อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยีก็ยังมีน้อย   ธุรกิจน่าลงทุนอันดับ 3 ธุรกิจโลจิสติกส์ เดลิเวอรี่ และคลังสินค้า  เมื่ออีคอมเมิร์ซโต ธุรกิจโลจิสติกส์ เดลิเวอรี่ และคลังสินค้าก็โตตามไปด้วย ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น มีการเดินทาง สั่งอาหาร และส่งสินค้าที่มากขึ้น สำหรับปัจจัยเสี่ยงในธุรกิจนี้ คือ การแข่งขันและคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นในตลาดอีคอมเมิร์ซ รวมถึงผลกระทบจากโควิด 19 ก็ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการจัดส่งและนำเข้าสินค้านานมากขึ้น    ธุรกิจน่าลงทุนอันดับ 4 ธุรกิจด้านฟินเทค  ปัจจัยที่สนับสนุนธุรกิจด้านฟินเทคคือ นโยบายการยกเว้นค่าธรรมเนียมทางการเงิน การโอน การชำระเงิน ต่าง ๆ การเพิ่มขึ้นของพฤติกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และการเพิ่มขึ้นของการชำระเงินซื้อสินค้าออนไลน์ ส่วนปัจจัยเสี่ยง คือ ความปลอดภัยในการใช้บริการแพลตฟอร์ม ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความปลอดภัยของข้อมูล และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี    ธุรกิจน่าลงทุนอันดับ 5 ธุรกิจการแพทย์และความงาม  ปัจจัยที่สนับสนุนธุรกิจการแพทย์และความงาม คือ โควิด-19 ทำให้มีการวิจัย พัฒนายารักษา และวัคซีนคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดกระแสการให้ความสำคัญกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้น การดูแลความสวยงามและผิวพรรณมากขึ้น ทำให้ธุรกิจเพื่อสุขภาพกลับมาให้บริการได้เต็มรูปหลังจากปิดมานาน   อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน เนื่องด้วยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจทางการแพทย์ค่อนข้างสูง ทั้งการนำเข้าเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ   ธุรกิจดาวร่วง แห่งปี 2565  อันดับ 1 ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐาน และเครื่องโทรสาร  อันดับ 2 ธุรกิจฟอกย้อม และธุรกิจหัตกรรมที่ไม่มีการออกแบบ และราคาถูก  อันดับ 3 ธุรกิจสิ่งพิมพ์ วารสาร ธุรกิจรับส่งหนังสือพิมพ์  อันดับ 4 ธุรกิจโรงพิมพ์ อันดับ 5 ธุรกิจผลิตและขายต้นไม้ ดอกไม้ประดิษฐ์ และธุรกิจผ้าโหล  อันดับ 6 ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา และเซรามิก  อันดับ 7 ธุรกิจร้านถ่ายรูป อันดับ 8 ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ  อันดับ 9 ธุรกิจ Call Center  อันดับ 10 ธุรกิจของเล่นเด็ก    โดยสรุปแล้วธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโลกอนาคต ดิจิทัล และออนไลน์ ยังคงเป็นดาวรุ่งอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจอะไรที่ไม่ได้รับความนิยมหรือไม่ได้รับความสนใจแล้ว ก็อาจจะต้องทรานฟอร์มตัวเองให้สามารถเดินหน้าได้อีกครั้ง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เตรียมความพร้อมรับมือ กฎหมาย E-Payment

เตรียมความพร้อม รับมือกฎหมาย E-Payment   ใกล้ถึงสิ้นปี การชำระภาษีถือเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ ที่ต้องชำระภาษีเพื่อนำไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ วันนี้สมาร์ทฟินน์ขอกล่าวถึง ภาษี E-Payment ที่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ที่มีแม่ค้า-พ่อค้าขายของออนไลน์เป็นจำนวนมากในทุกๆ ธุรกิจ   E-Payment คืออะไร E-Payment มาจากคำว่า Electronic Payment System หมายถึง การจ่ายเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การโอนเงินเข้าบัญชี การตัดเงินจากบัญชี การรูดชำระบัตรเครดิต เป็นต้น   ภาษี E-Payment มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการนำส่งเงินภาษี การยื่นรายการ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562   ความหมายของ “ภาษี E-Payment” ในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48)  พ.ศ. 2562 หมายถึง “ผู้ที่รับโอนเงินเข้าบัญชี มียอดเงิน หรือจำนวนครั้งที่โอน ถึงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ก็จะถูกส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษี” ซึ่งไม่ได้รวมแค่คนขายของออนไลน์เท่านั้น แต่กล่าวถึงทุกคนที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย   โดยสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลรายงานธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขต่อสรรพากร โดยมีเงื่อนไขดังนี้ ฝาก หรือโอนเงินเข้าบัญชี 3,000 ครั้ง/ปี นับเฉพาะจำนวนครั้งที่รับโอนเท่านั้น โดยไม่นับมูลค่ามากหรือน้อย ฝาก หรือโอนรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง/ปี และมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาท/ปี (ต้องเข้าทั้ง 2 เงื่อนไข) หากเข้าเพียงเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งจะไม่ถูกตรวจสอบ การนับยอดทำธุรกรรมจะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ   ข้อมูลส่วนตัวที่ถูกจัดส่งให้กรมสรรพากร มีดังนี้ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อและนามสกุล เลขที่บัญชีเงินฝาก จำนวนครั้งของการฝาก/รับโอนเงิน ยอดรวมของเงินฝาก/รับโอนเงิน   หากมีการทำธุรกรรมเข้าเงื่อนไข ควรเตรียมรับมืออย่างไร? สำหรับผู้ที่มีรายได้หรือร้านค้าที่มีการจดทะเบียนและยื่นเอกสารรายได้ตามปกติ ► ไม่ต้องทำอย่างไร สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเสียภาษี หรือ จดทะเบียนธุรกิจอย่างถูกต้อง ► ควรจดทะเบียนบริษัท ◄ หรือ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ควรจัดเตรียมเอกสารรายรับ-รายจ่าย และเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเอาไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง   จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปข้างต้นกฎหมายภาษี E-Payment นี้จะมีผลต่อผู้มีรายได้ที่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าออนไลน์/ออฟไลน์ พนักงานทั่วไป หรือพนักงานฟรีแลนซ์ สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ “เป็นบุคคลใดก็ได้ที่เข้าเกณฑ์รายการที่กำหนด”   ทั้งนี้ใกล้สิ้นปีกันแล้วอย่าลืมวางแผนภาษีเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆกันนะคะ   สำหรับผู้ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว หรือต้องการลดภาระหนี้ สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ได้ สมาร์ทฟินน์ คือ ช่องทางการขายฝากแบบใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับสถาบันการเงิน      SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

5 โจทย์ใหญ่ของธุรกิจ

5 โจทย์ใหญ่ของธุรกิจ หลายคนชอบที่จะเป็นเจ้านายตัวเอง เป็นนักธุรกิจ แต่การบริหารธุรกิจให้เติบโตและมีกำไรได้ตลอดนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก SMARTFINN ขอนำ 5 สิ่งสำคัญที่ต้องบริหารให้ดีเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด มั่นคง และเติบโตต่อไปได้ มาฝากกันค่ะ   รายได้ คือผลตอบแทนที่กิจการได้รับจากการขายสินค้าหรือบริการที่เกิดจากดำเนินงานตามปกติ รวมทั้งผลตอบแทนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานตามปกติและรายได้ที่ได้รับมักอยู่ในรูปของเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสด   รายจ่าย รายจ่ายเป็นสิ่งที่มาคู่กับรายได้อยู่แล้ว และเป็นส่วนสำคัญที่ต้องบริหาร จัดการให้ดี ยิ่งมีรายได้มากเท่าใด หากควบคุมรายจ่ายไม่ได้ ผลกำไรสุทธิก็จะลดลงเช่นกัน   สภาพคล่อง = เงินสด ด้านธุรกิจและการลงทุนนั้น สภาพคล่องหมายถึง การที่นักธุรกิจหรือนักลงทุน มีเงินหมุนเวียนพอสำหรับการใช้จ่ายเพื่อลงทุน  สภาพคล่องสำคัญอย่างไร สภาพคล่อง คือ ความรวดเร็วในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด หรือความง่ายในการขาย/เปลี่ยนเป็นเงิน เพื่อให้มีเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงธุรกิจ ดังนั้น พื้นฐานของการรักษาสภาพคล่อง คือ ถือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินสด เงินฝากหรือเงินลงทุนระยะสั้นไว้ ในระดับสัดส่วนที่สามารถรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จากสถานการณ์โควิด ทำให้ต้องกันสำรองเงินในส่วนนี้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายอย่างน้อยเป็นเวลา 18 เดือน   ทรัพย์สิน ทรัพย์สินในทางบัญชีจะเรียกว่าสินทรัพย์หรือ Asset ที่บริษัทนั้น ๆ ครอบครองอยู่ สินทรัพย์แบ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน กับ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หากมีสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวนมากบ่งบอกถึงสภาพคล่องของธุรกิจนั้นๆด้วยเช่นกัน   หนี้สิน จำนวนเงินที่กิจการเป็นหนี้บุคคลอื่นหรือพันธะอันเกิดจากรายการค้า การกู้ยืมหรือเกิดจากการอื่น ซึ่งจะต้องชำระคืนในภายหน้าด้วยสินทรัพย์ หรือบริการ เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้  เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร เจ้าหนี้อื่น ๆ เป็นต้น โดยจัดแบ่งเป็นหนี้สินระยะยาว และหนี้สินหมุนเวียน   จะเห็นได้ว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นไม่ง่ายเลย แถมยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่างมากที่ต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น วิสัยทัศน์ การปรับตัวที่รวดเร็ว ทักษะด้านการบริหาร และแข่งขัน ฯลฯ สมาร์ทฟินน์ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของธุรกิจทุกท่าน ได้วางรากฐาน 5 ข้อนี้ให้แน่น จะช่วยให้ธุรกิจของท่าน ไปต่อได้อย่างแน่นอน      ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>